counter 48,040

Profile

f i c t i o n f o r e v e r ~ Jin & Kazuya ~

Calendar

May 2009
S M T W T F S
« Sep    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 

more+





Fiction on Sale
Fiction ทุกเรื่องของ jumP
สามารถซื้อได้ที่นี้ ดูรายละเอียด Click
และfictionเรื่องใหม่ Sinless love เร็วๆนี้





Ring of Fire chapter 26 End





Ring of Fire 26 [end]

Chapter 26
Timeless

แสงแดดยามเที่ยงรอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามายังห้องนอนสีเดียวกัน สีส้มอาบไล้พนังลายดอกไม้สีทองจนสะท้อนประกาย เครื่องเรือนไม้ในห้องจัดวางเป็นระเบียบทำให้บรรยากาศในห้องนี้ดูนุ่มนวลอบอุ่นเข้ากับเจ้าของห้องเสียเหลือเกิน

ผิวขาวนวลที่โผล่พ้นผ้าห่มสีขาวแลดูนุ่มนวลขึ้นเท่าตัวเมื่อต้องแสงแดดลามเลีย ร่างน้อยขยับช้าๆ พลิกกายหนีแสงแดดร้อนที่กำลังสร้างความรำคาญให้ คิ้วเรียวมุ่มเข้าหากันอย่างหงุดหงิด ก่อนจะพลิกกายซุกเข้าหาร่างข้างกาย

ชายหนุ่มมองอมยิ้มก่อนจะยื่นแขนโอบรอบเอวบางไว้ ดึงกระชับร่างน้อยเข้ามาแนบอก ริมฝีปากอุ่นเพียรบรรจงจุมพิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนผิวนุ่ม แม้คำคืนที่แสนหวานจะผ่านพ้นไป หากแต่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักใครยังคงลอยวนอยู่

"อื้อ...อย่า"

เด็กหนุ่มร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากนุ่มเคลื่อนผ่านซอกคอลงไปต่ำเรื่อย แม้จะเพลียมากเพียงไร แต่เมื่อเจอสัมผัสวาบหวิวเช่นนี้ก็ต้องรู้สึกตัวเป็นธรรมดา ยิ่งคนเจ้าเล่ห์เห็นเจ้าชายน้อยนิ่งเฉยเหมือยินยอมยิ่งได้ใจ สัมผัสฉาบฉวยและลึกซึ้งในเวลาเดียวกันจนเจ้าชายน้อยสั่นสะท้าน

"อย่า...ไม่ไหวแล้วนะ ข้าอยากนอนแล้วจิน"

เด็กหนุ่มครางเสียงเครือ ขณะบิดกายหลบสัมผัสจากมืออุ่นและริมฝีปากที่อุ่นยิ่งกว่า แว่ได้ยินเสียงหัวเราะตอบกลับจากจิน ก่อนที่แขนแข้งแรงจะโอบกายดึงร่างคาซึยะเข้าไปใกล้

"ก็นอนไปสิ ข้าไม่ได้ห้ามเสียหน่อย"

ริมฝีปากนุ่มกระวิบแผ่วข้างหู จงใจให้ลมหายใจอุ่นเป่ารดจนเด็กหนุ่มจั๊กจี้ จินเฝ้ามองนัยน์ตาที่หลับพริ้มของคาซึยะ แต่เรียวคิ้วมุ่มเข้าหากันอย่างขัดใจนี้สิ น่ารัก...

"ก็ที่ท่านทำอยู่มันทำให้ข้านอนไม่หลับนะจิน"

เสียงงัวเงียตอบกลับ เด็กหนุ่มพลิกกายหันหลังให้จิน ซุกหน้าเข้ากับหมอนนุ่ม แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา แขนใหญ่กว่าก็สอดมาพาดที่เอวของเขา หนำซ้ำยังดึงร่างผอมบางของคาซึยะเข้าไปหาจนแผ่นหลังชิดอกแกร่ง ริมฝีปากอิ่มรุกไล่เข้ามาจากท้ายทอยขาวมาจรดที่ไหล่มน

"อื้อ...จิน ขอร้องละ"

จะให้ทนได้อย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายยังคงมอบสัมผัสวาบหวามเช่นนี้ให้ มือร้อนลูบไล้สีข้างไล่ขึ้นมาจนถึงเนินอก ผิวเนื้อเนียนละเอียดถูกจับต้องลูบไล้เบาบ้างหนักบ้าง จนคาซึยะชักเริ่มทนไม่ไหว เจ้าชายน้อยหายใจหนักขึ้น เมื่อจินยังคงไม่หยุด

"อ๊ะ..."

เสียงหวานหลุดจากริมฝีปาดสีเรื่อ เมื่อนิ้วเรียวแตะลูบลงบนยอดอก เพียงสัมผัสแผ่วตรงจุดทำให้ยอดอกนิ่มตังชันขึ้น นิ้วเรียวคลึงเค้นจนขึ้นสีเรื่อ มือน้อยจับมือที่ใหญ่หว่ามากไว้ หมายจะให้อีกฝ่ายหยุด แต่ยิ่งเหมือนเป็นการยุยงให้จินกดหนักลงไปอีก

"จิน...อะ ได้โปรดเถอะนะ...คาซึยะไม่ไหวแล้วจริงๆ"

เสียงออดอ้อนเหมือนแมวคราง หมายให้อีกฝ่ายยอมใจอ่อนลงบ้าง แต่เหมือนยิ่งเติมเชื้อเพลิงบนกองไฟปรารถนา ริมฝีปากสีแดงสดไล้ขึ้นขบเม้นใบหูเล็ก

"อ้อนกันแบบนี้ ข้าจะเอ็นดูเจ้าแบบไหนดีนะคาซึยะ"

ผิวแก้มร้อนผ่าวจนคาซึยะไม่อาจอยู่นิ่งได้ เด็กหนุ่มตัดสินใจลืมตาขึ้นมา ค้อนมองร่างที่ซ้อนด้านหลัง แต่ก่อนทีริมฝีปากบางจะได้พูดอะไรออกมา คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนกินลงไปในลำคอของจิน มือใหญ่รั้งแก้มใสให้เงยขึ้นรับสัมผัสแนบแน่น ขณะที่ลิ้นร้อนผ่าวตามรุกไล่ จนอีกฝ่ายไม่อาจปฏิเสธจุมพิตร้อนรักนี้ได้

"แบบนี้ดีไหม?"

นัยน์ตาสีน้ำตาลค้อนมองคนเจ้าเล่ห์ที่อมยิ้มให้ เจ้าชายน้อยไม่ว่าอะไร หากแต่สะบัดกายหนีไปอีกทาง ท่านี้งอนๆเช่นนี้ทำให้จินยิ่งรู้สึกเอ็นดูมากขึ้นไปอีก

"อย่างอนข้าเลยคนดี"

อ้อมแขนอุ่นโอบกระชับอย่างหวงแหน

"ไม่ได้งอน แค่ง่วง"

คาซึยะตอบ ปล่อยให้อีกฝ่ายละลาบละล้วงร่างกายตนต่อไป

"ตื่นขึ้นมาก่อนเถอะที่รัก ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า"

น้ำเสียงออดอ้อนแบบนี้ คาซึยะมีหรือจะทนได้ เด็กหนุ่มลืมตาขึ้น ยอมหันมองเจ้าของเสียงนุ่มเมื่อครู่

"แต่งงานกันนะ...นางฟ้าของข้า"

.............................................................................................

ในห้องพักหรูหราสมฐานะโรงแรมขนาดใหญ่ในเมืองไอเซนกาด ร่างในเสื้อคลุมสีดำเดินหายเข้าไปในห้องพักห้องหนึ่งริมสุดของระเบียง

"เป็นเช่นไรบ้างยูอิจิ"

ชายหนุ่มในห้องเอ่ยถานทันทีที่ยูอิจิลงกลอนประตูเสร็จ เขาหันมาในห้อง มองหน้าผู้เป็นอา ก่อนจะสบตากับทาคุยะ

"พอมีลู่ทางเข้าใกล้อาคานิชิได้หรือไม่"

โชเอ่ยถามอีกครั้ง เมื่อเห็นสีหน้าเย็นเฉียบของยูอิจิ เขารู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ ร่างโปร่งทิ้งกายนั่งลงที่โต๊ะกลางห้องพัก

"อาทิตย์หน้าไอเซนกาดจะจัดงานใหญ่ ในงานนั้นอนุญาตให้ประชาชนเข้าไปร่วมอวยพรกษัตริย์ในราชวังได้"

"งั้นเราก็พอมีทางลักลอบเข้าไปใกล้พอที่จะให้ท่านทาคุยะลงมือสังหารจินได้"

"ข้าก็คิดเช่นนั้นท่านอา..."

ยูอิจิตอบกลับเสียงเรียบ ท่าทีเย็นชาของยูอิจิทำให้โชนึกประหลาดใจ ทั้งที่แม้แต่เขาเองยังยินดีกับข่าวครั้งนี้ แต่ทำไมยูอิจิกลับทำหน้าเหมือนเป็นข่าวร้าย

"ยูอิจิ...มีอะไรหรือเปล่า"

"ท่านอา...งานที่ว่าคือราชพิธีราชาภิเษก"

ยูอิจิตอบ นัยน์ตาคมจับจ้องที่มือตนเอง มือที่กำลังบีบเค้นกันไปมา แม้จะเจ็บแต่ก็ไม่เท่าที่ใจ ไม่ต้องเดาก็รู๔ว่าราชาภิเษกครั้งนี้ จินจะเลือกใครเป็นเจ้าสาว ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ ทำไมเขาถึงไม่อาจช่วยเหลือน้องชายได้ ทำไมเขาถึงไม่อาจดึงน้องชายออกจากข้างกายซาตนตนนั้นได้ หากวันได้ เจ้าบ้านั้นเกิดฆ่าน้องชายเขาขึ้นมาละ...คนอย่างอาคานิชิ จิน คนแบบนั้น ยูอิจิไม่คิดว่าจะรักใครเป็น...

โชมองสีหน้าที่อ่านได้ว่าเจ็บแค้นของยูอิจิ เขาเองก็เข้าใจว่ายุอิจิรู้สึกเช่นไร ทั้งหวงและห่วงคาซึยะเสียขนาดนั้น คงไม่แปลที่จะรู้สึกแบบนี้ แล้วยิ่งคนที่คาซึยะรักเป็นศัตรูด้วยแล้ว คนเป็นพี่ชายจะเจ็บเพียงไรกันหนอ...

"หากเจ้าต้องการให้เรื่องนี้จบลง ก็เพียงแค่บอกให้คาซึยะลงมือเองเสียสิ"

"ไม่!"

ยูอิจิตอบทันทีที่ทาคุยะเอ่ยจบ นัยน์ตาคมตวัดขึ้นมองคนที่นั่งตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง

"ข้าอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยไม่มีคาซึยะมาเกี่ยวข้อง"

"เจ้าจะทำอะไรได้ยูอิจิ...ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่ามีเพียงเทพเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถสังหารเทพเจ้าด้วยกันได้"

"งั้นท่านก็ต้องลงมือสังหารจินเสีย"

"แต่หากใช้คาซึยะที่อยู่ข้างกายจินตลอดแล้ว เราก็ไม่ต้องเสียเวลาลักลอบเข้าวัง หรือหาวิธีให้ข้าเข้าใกล้จิน"

"แต่...คาซึยะ..."

นัยน์ตาสีเทาจับจ้องมาที่ยูอิจิอย่างจริงจัง จนชายหนุ่มหาคำพุดอื่นมาตอบไม่ได้

"คาซึยะได้รับอำนาจเดิมคืนแล้ว ตอนนี้คาซึยะคือเทพดจ้าองค์หนึ่งไม่ต่างจากจินหรือข้า คาซึยะคือนางฟ้าที่ได้รับพลังทั้งหมดคืน หากแต่เจ้าตัวคงยังไม่รู้ อาจคิดแค่ว่าได้รับเพียงความทรงจำคืน"

"แต่ข้าไม่อยากให้คาซึยะลงมือ...คาซึยะต้องเจ็บปวดมาก"

"หากเพื่อครอบครัวและพี่ชาย...เจ้าลองพุดกับคาซึยะดูก่อนเถิดยูอิจิ หรือเจ้าอยากให้น้องชายเจ้าแต่งงานกับซาตาน"

ยูอิจิลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนโชผงะ นัยน์ตาคมปราดมองเทพสูงสุดด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะปลีกกายออกจาห้องพักไปอย่างรวดเร็ว โชทำได้เพียงมองตามหลังหลานชาย

"ท่านโช..."

เสียงของทาคุยะทำให้เขาต้องหันไปหา ทาคุยะผายมือไปยังเก้าอี้ตรงข้ามที่ยูอิจินั่งเมื่อครู่ โชเข้าใจคำเชื้อเชิญนั้น และนั่งลงตรงข้ามเทพสูงสุด

"หากแผนการณ์ที่เราเตรียมไว้ไม่สำเร็จ ข้าอยากให้เรามีแผนที่สอง หรือสามเตรียมไว้...แผนแรกของเราตัวหมากคือยูอิจิและตัวข้าเอง...แผนที่สองคงจะต้องให้เป็นหน้าที่ท่าน หากไม่สำเร็จเราก็ต้องใช้แผนสำรองที่สามของเรา"

..........................................................................................

บ้านเมืองดูวุ่นวายกว่าทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความวุ่นวายอบอวนไปด้วยกลิ่นไอแห่งความสุข ไอเซนกาดที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนดูเหมือนจะแน่นขนัดกว่าทุกครั้ง เมื่อทุกคนอต่างทยอยเข้ามาในไอเซนกาดเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองราชาภิเษก

บ้านเรือนถูกประดับตกแต่งให้งดงามต้อนรับผู้มาเยือน และเพื่อเฉลิมพระเกรียติ์แห่งองค์ราชาและราชินีองค์ใหม่ของไอเซนกาด สีสันสดใสขาวทองส่องประกายอยู่ทุกทิศ

มือน้อยดึงม่านกำมะหยี่สีแดงสดออก นัยน์ตาสีน้ำตาลมองรอดกระจกรถม้าออกไปยังนครที่แสนงดงาม แม้แต่คาซึยะเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ไม่คิดว่าราชพิธีครั้งนี้จะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ร่างบอบบางเอนกายพิงเบาะนุ่ม มือน้อยทาบลงบนอกตน สัมผัสเสียงหัวใจที่เต้นรัวเมื่อนึกถึงเรื่องงานแต่งงาน

แก้มใจร้อนผ่าว รู้สึกเขินๆบอกไม่ถูก งานแต่งงานที่คาซึยะไม่เคยจินตนาการถึง จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว

"ตื่นเต้นมากไหมคาซึยะ"

เสียงของอีกคนที่นั่งอยู่ในรถม้าเดียวกันเอ่ยถาม คาซึยะยิ้มเขินๆ แล้วพยักหน้าตอบ ฮิโรกิยิ้มหวาน มองใบหน้าไร้เดียงสาของว่าที่ราชินีของไอเซนกาดด้วยความเอ็นดู

ความวุ่นวายบริเวณรอบเมืองเทียบไม่ได้เลยกับในวังหลวงที่ต้องจัดเตรียมงานที่เร่งด่วนนี้ ตามบัญชาแสนเอาแต่ใจของกษัตริย์ที่นึกอยากจะประกาสแต่งงานก็สั่งเอาดื้อๆ แถมยังเร่งให้รวบรัดและเร็วที่สุดเสียอีก แม้แต่ฮิโรกิเองยังต้องถูกเรียกตัวเข้าไปช่วยงานในวัง ดูแลจัดการเรื่องส่วนของคาซึยะ

"อ้า...ถึงแล้ว เดี๋ยวข้าขอลงไปรับผ้าสำหรับตัดชุดให้เจ้าก่อนนะคาซึยะ"

ฮิโรกิกระโดดลงจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว คาซึยะทำท่าจะตามไปด้วย แต่ก้ถูกฮิโรกิห้ามไว้

"รอนี้แหละ เดี๋ยวชาวบ้านเห็นองค์ราชินีเข้าจะแตกตื่นเสียเปล่านะพะยะคะ"

ฮิโรกิหยอกคาซึยะจนเจ้าตัวหน้าแดงวาบ และยอมกลับเข้าไปนั่งชิดในรถม้าในที่สุด เด็กหนุ่มเปิดม่านออก มองบรรยากาศรอบเมืองด้วยความตื่นเต้น และยินดี เสียงประตูรถเปิดและปิดลงอีกครั้ง หากแต่คาซึยะยังหันมองภายนอกอยู่

"เร็วจังฮิโรกิ..."

เจ้าชายน้อยหันมา แต่คนตรงหน้าที่เข้ามาไม่ใช่ฮิโรกิ นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง มองร่างตรงหน้าเต็มตาก่อนจะโผหาอีกฝ่ายด้วยความยืนดี

"ท่านพี่..."

ชายหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่ง มือใหญ่ยกขึ้นหมายจะลูบผมสีน้ำตาลแสนรัก หากแต่ต้องชะงักเมื่อนึกถึงจุดประสงค์ของการลักลอบเข้าหาตัวคาซึยะ

"ท่านพี่...ข้าขอโทษ ข้าอยากอธิบายทุกอย่าง"

"ไม่จำเป็นหรอกคาซึยะ...พี่ยินดีด้วยที่เจ้ากำลังจะแต่งงาน"

คาซึยะผละออกจากยูอิจิมองสีหน้านิ่งเย็นของยุอิจิและรู้ทันทีว่าพี่ชายคนนี้กำลังพูดประชดประชันอยู่ มือน้อยจับมือที่ใหญ่กว่าขึ้นมา แนบแก้มใสลงไปอย่างออดอ้อน นัยน์ตาสีน้ำตาลช้อนมองพี่ชายอีกครา

"ข้ารู้ว่าข้าผิด แต่ข้าอยากให้ท่านพี่เข้าใจ"

"เจ้าไม่ผิดหรอกคาซึยะ...เจ้าเพียงแค่รักกับศัตรูและกำลังจะแต่งงานกับฆาตกรที่สังหารพ่อแม่"

คำพูดแสนเย็นชาเสียดแทงเข้าลึกถึงหัวใจดวงน้อย ขาบตาเรียวร้อนผ่าวเมื่อได้ยิน ริมฝีปากบางชะงักสิ้นคำพูดใดที่จะอธิบาย

"เจ้าจะให้พี่เข้าใจอะไรได้อีกคาซึยะ..."

นัยน์ตาคมที่เคยมองคาซึยะอย่างรักใคร่ มองอย่างเอ็นดู บัดนี้กลับกลายเป็นสายตาของคนที่เกลียดชัง มันโหดร้ายเหลือเกินสำหรับคาซึยะ แม้แต่พี่ชายก็ยังไม่เข้าใจความรักของคาซึยะ...

"ท่านพี่จะให้ข้าทำเช่นไรได้...ในเมื่อข้ารักจินหมดหัวใจ"

สิ้นคำพูดนั้นมือใหญ่ที่คาซึยะเกาะกุมอยู่ถูกกระชากกลับไป น้ำตาใสไหลรินลงมาด้วยความปวดร้าว ท่ามกลางความวุนวายภายนอก ในรถม้านี้กลับอึมครึมด้วยความเศร้าและแค้นเคือง

"ท่านพี่เองก็มีความรัก...ท่านพี่ไม่เข้าใจหรือว่าหากรักแล้ว สิ่งใดก็ไม่สำคัญอีกต่อไป"

นัยน์ตาสีน้ำตาชุ่มน้ำตาช้อนขึ้นมองพี่ชายด้วยความน้อยใจ เสียงสะอื้นปนเครือสะท้านทำให้ยูอิจิอ่อนลง

"หากเจ้ายังรักท่านพ่อท่านแท่และพี่ชายคนนี้อยู่...เจ้ารู้ว่าจะต้องทำเช่นไร คาซึยะ"

นัยน์ตาใสเบิกกว้างด้วยความหวาดเกรง คาซึยะส่ายหน้ารัว มือน้อยปิดปากกลั้นเสียงร้องแห่งความทรมานไว้

"เจ้าคือเทพเจ้าองค์หนึ่งตั้งแต่ได้รับความทรงจำคืน คาซึยะ"

ยูอิจิอยากเหลือเกินที่จะเข้าไปกอดปลอบน้องชายตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน อยากพาคาซึยะหนีไปให้ไกลความวุ่นวาย จบเรื่องราวบ้าบอนี้เสียที หากแต่มันเป็นไปไม่ได้

"เจ้ามีอำนาจเวทย์มนต์ดั่งเช่นนางฟ้าตนเดิมในอดีต และสามารถสังหารเทพด้วยกันได้"

"ข้าทำไม่ได้...ท่านพี่ก็รู้ว่าข้าทำไม่ได้"

คาซึยะปฏิเสธเสียงดัง มองใบหน้ายูอิจิด้วยแววตาอ้อนวอน

"งั้นท่านทาคุยะจะเป็นคนทำ...เจ้าก็รู้ว่ายังไงมันก็จะไม่จบหากซาตานแตกสลายไปเช่นเดิม"

"งั้นท่านทาคุยะก็ต้องสังหารข้าด้วย!"

เด็กดื้อตวาดเสียงก้าวใส่หน้าพี่ชาย คาซึยะได้เลือกแล้ว เลือกที่จะให้อภัยจิน เลือกที่จะรักจิน และไม่มีวันที่ใครจะมาทำร้ายจินได้

ยูอิจิส่ายหน้า เขาเคยเห็นน้องชายตัวดีดื้อด้านไม่ฟังคำใครมาตลอดทั้งชีวิต แต่ไม่มีครั้งไหนที่คาซึยะจะตวาดใส่ยูอิจิเช่นนี้

"ตรองดูเถิดคาซึยะ...อาคานิชิทำเช่นไรกับเราไว้ ฆ่าฟันผู้คน มีนาสจีริสกลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง ไม่เหลือแม้กระท่อมสักหลัง พ่อแม่ถูกเผาทั้งเป็น..."

"ไม่...ข้าไม่ฟัง"

คาซึยะยกมือปิดหู ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากนึกถึงความทรงจำแสนเลวร้ายที่จินได้ทำไว้ ยูอิจิจะรู้ไหมว่ามันบาดหัวใจคาซึยะเหลือเกิน เจ้าชายน้อยรู้สึกผิดมากพออยู่แล้วที่เลือกจิน หากจะให้จมกับความรู้สึกที่ต้องยอมรับว่าตนทรยสต่อครอบครัวและบ้านเมือง มันโหดร้ายเกินไปแล้ว

"มันคือความจริงที่เกิดขึ้น...คาซึยะ"

"แต่จินจะเลิก...จินสัญญากับข้าแล้วว่าจะไม่คิดแค้นเทพสูงสุด และเลิกเข่นฆ่าทำร้ายใครอีก"

"เป็นไปได้หรือคาซึยะ...ในเมื่อสงครามเมื่อครั้งก่อน เจ้าซาตานนั้นยังลงมือกับอุเอดะจนปางตาย"

ราวกับถูกปลิดลมหายใจไป เจ้าชายน้อยนิ่งแข็งราวถูกสาป ในหัวมีภาพใบหน้าที่ยิ้มแย้มของอุเอดะลอยวนไปมา องครักษืที่คอยดูแลคาซึยะมาตั้งแต่เกิด คนที่คาซึยะรักและผูกพันยิ่งกว่าใครทั้งหมดแม้กระทั่งยูอิจิ อุเอดะที่ห่วงใยคาซึยะเสมอ อุเอดะที่คอยดูแลปกป้องมาตลอด...

"ไม่จริง..."

"ไม่จริง...หรือเจ้าอย่างให้เป็นเรื่องไม่จริงกันแน่คาซึยะ อย่าหลอกตัวเองอีกเลย อาคานิชิ ไม่อาจหยุดสังหารได้ ในเมือเขาเป็นเทพเจ้าแห่งความตาย"

"แต่มันอาจเป็นเรื่องผิดพลาด..."

คาซึยะพยายามเหลือเกินที่จะแก้ตัว แก้ความเข้าใจผิดครั้งนี้ แต่ก็ราวกับหลอกตัวเอง

"ต่อไปจะเป็นใครกันเล่าที่ถูกเจ้าซาตานบ้าเลือดนั้นสังหาร อุเอดะ โคคิ ท่านอาโช ตัวพี่ หรือเจ้าเอง"

"ไม่...."

เจ้าชายน้อยทำได้เพียงร่ำไห้แทบขาดใจ เสียงสะอื้นเรียกร้องให้ยูอิจิโอบรัดร่างเด็กหนุ่มไว้ มืออุ่นลูบปลอบประโลมหัวใจบอบช้ำจากความจริงที่ต้องรับฟัง คาซึยะโผเข้าหายูอิจิ มือน้อยจิดลงบนผ้าคลุมสีดำแน่น สะอื้นฮักในอ้อมแขนพี่ชาย

"เจ้าต้องเลือก...คาซึยะ ไม่ว่าเจ้าจะเลือกสิ่งใด ขอให้รู้ไว้ว่าพี่รักเจ้ามากกว่าสิ่งใดในโลกนี้"

คำพูดนี้ราวกับเป็นแรงกดดันที่ทำให้คาซึยะต้องเลือกทางที่หัวใจปฏิเสธ

"ทำไมกัน...ทำไมไม่คิดจะให้อภัยกันบ้างเลยหรือ"

ร่างทั้งสองผละออกจากกัน ยูอิจิประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมน เช็ดน้ำตาออกจากดวงตาคู่สวย ก่อนจะเปิดประตูรถม้าออก เขาหันหลับมามองคาซึยะอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มให้คาซึยะเป็นครั้งแรก...

"เราทั้งหมดก้าวเลยมาเกินจะให้อภัยกันได้อีกแล้ว"

.................................................................................

ประตูห้องทรงงานส่วนพระองค์ถูกพลักออกแรงเสียงดังลั่นจนจุนโนะที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานสะดุ้งเฮือก ผิดกับคนที่ยังนิ่งที่โต๊ะตัวใหญ่ นัยน์ตาคมกริบปราดมองร่างน้อยต้นตอเสียงดังลั่นนั้น

ใบหน้าไร้เดียงสาฉายแววโกรธเกรี้ยว แม้จะพยายามเก็บไว้ภายใต้ความสงบ แต่คาซึยะก็ยังคงเป็นคาซึยะที่เผยอารมณ์และแสดงทุกอย่างออกมาทางสายตาและการกระทำ

"ท่านทำร้ายอุเอดะ..."

ไม่ต้องถามว่าเจ้าชายน้อยมีธุระอะไร เจ้าตัวก็เริ่มเปิดประเด็นของการมาเยือนอย่างเกรี้ยวกราด นัยน์ตาคมกริบมองผ่านแว่นตาไปยังร่างน้อยที่ยืนกำมือแน่นอย่างอดกลั้นกลางห้อง

"ใช่..."

เขาไม่ปฏิเสธ หัวใจดวงน้อยของคาซึยะแทบแตกสลายในวินาทีนั้น จินตอบรับออกมาหน้าตาย ทั้งที่สัญญาไว้อย่างดิบดี นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย มองใบหน้านิ่งเย็นไม่ทุกข์ร้อนของจินแล้วยิ่งรู้สึกเจ็บแปลบ

"แต่ท่านสัญญา..."

เด็กหนุ่มก้มหน้าลง จิกมือกำชายเสื้อตนไว้แน่น พาลนึกถึงใบหน้าพี่ชายและคำว่า จินไม่อาจเลิกสังหารได้... ทั้งที่คาซึยะเชื่อจินหมดใจ ทำไมจินถึงได้ทรยศความเชื่อใจของคาซึยะได้ลงคอ

บรรยากาศในห้องดูมืดมนขึ้นมาเท่าตัว ยิ่งทั้งสองเงียบใส่กัน ไม่มองหน้ากันเช่นนี้แล้ว ความเงียบคล้ายจะยิ่งตอกย้ำ เสียดแทงความรู้สึกปวดร้าวในใจคาซึยะมากขึ้นไปอีก

"ท่านคาซึยะ...ท่านจินมีเหตุผลนะครับ"

จุนโนะที่ยืนฟังอยู่อดแทรกขึ้นไม่ได้เมื่อเห็นบรรยากาศรอบห้องเข้าสู้ความเงียบและกดดัน

"จุนโนะ!"

จินเรียกด้วยเสียงดุดัน พร้อมสายตาที่ไม่ต่างจากน้ำเสียงส่งมา ทำให้จุนโนะต้องกลืนคำพูดของตนลงคอไป คาซึยะยังคงยืนก้มหน้านิ่งที่เดิม ไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมา กลัวว่าจะเจอกับจินคนเดิม จินที่คาซึยะเกลียดชัง จินที่สามารถสังหารคนอื่นได้หน้าตาเฉยและยินดีกับการกระทำของตน

"จิน...ท่านมีเหตุผลอะไรที่ต้องสังหารคนที่ข้ารัก"

ใบหน้าอาบน้ำตาเงยขึ้นมาให้จินได้เห็น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนพร่าด้วยน้ำใส ดวงตาคู่สวยที่จินหลงใหลมองมาด้วยความตัดพ้อ แม้หัวใจชายหนุ่มจะร่ำร้องเพียงใด หากแต่ความรู้สึกอีกฟากหนึ่งทำให้เขานั่งนิ่ง มองกลับไปด้วยความสงบ

"ท่านผิดสัญญา..."

คาซึยะหันหลังจะวิ่งออกจาห้องไป ไม่แม้จะเหลียวมามองจุนโนะที่ตะโกนเรียกชื่อคาซึยะเสียดังลั่น และพยายามจะพูดอะไรสักอย่างกับคาซึยะ ร่างโปร่งหันมาหาจินที่ยังคงนิ่งเงียบ ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น จุนโนะทนไม่ไหว เขาตัดสินใจออกไปตามคาซึยะ

"ไม่ต้องจุนโนะ"

เสียงดุดันของจินห้ามจุนโนะไว้ ร่างโปร่งชะงัก

"ทำไมท่านไม่บอกท่านคาซึยะไปละครับ"

ไม่เคยมีครั้งไหนที่จุนโนะเห็นสีหน้าเจ็บปวดของจิน แต่ตอนนี้มันกำลังปรากฏตรงหน้า ชายหนุ่มยิ้มแสนเศร้าออกมา ขณะทอดมองวงแหวนสีเงินวาววับในมือ นิ้วเรียวลุบแหวนเล่นพลางเอ่ยคำพูดหนึ่งด้วยน้ำเสียงแสนเศร้า

"หากคาซึยะเชื่อใจข้าสักนิด เขาจะรู้ว่าข้าไม่มีวันผิดสัญญากับคาซึยะ"

.................................................................................

การเตรียมงานในราชวังดำเนินไปจนใกล้เสร็จสิ้น ตลอดเวลาเกือบอาทิตย์ที่นางกำนัลตลอดจนทหารในวังวิ่งวุ่นไปมา ทำความสะอาดราชวังใหม่ทั้งหมด จัดเตรียมสถานที่เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองราชพิธี รวมทั้งจัดเตรียมการสำหรับงานเลี้ยง ทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทางมากขึ้นจนเกือบจะแล้วเสร็จ

ภายในราชวังแห่งไอเซนกาดถูกเนรมิตให้งดงามราวสรวงสวรรค์ ม่านกำมะหนี่สีแดงสดทอดยาวตลอดทางเดินของระเบียงทุกด้าน เสาหินอ่อนถูกขัดจนมันวับ ส่วนประดับตกแต่งด้วยสีทองดูจะส่องประกายแวววาวกว่าทุกครา

ภายในห้องส่วนตัวของว่าที่ราชินีองค์ใหม่ เด็กหนุ่มนั่งหน้านิ่งเป็นตุ๊กตาแสนสวย ใบหน้างดงามฉายแววเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลา แม้แต่คนมองมายังพลอยรู้สึกซึมไปด้วย

"เป็นอะไรไปคาซึยะ..."

"เปล่านิ..."

เจ้าของใบหน้าสวยหวานหันไปตอบ ฮิโรกิหันไปมองนางกำนัลข้างกาย และส่ายหน้าน้อยๆพร้อมกับนาง

"เจ้าเหม่อลอย...ฟังที่ข้าพูดบ้างหรือเปล่าหืม?"

"ฟังสิ...เจ้าว่ายังไงนะฮิโรกิ"

นี่หรือคนที่ฟังอยู่ ฮิโรกิคร้านจะเถียงต่อ เขาหันไปคว้าชุดสีขาวที่วางทอดบนเตียงขึ้นมา แล้วยื่นให้เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมสีแดงมุมห้อง มือน้อยรับมา นัยน์ตาแสนเศร้ามองชุดในมือด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย ชุดผ้าไหมสีขาวตัดเย็บอย่างประณีต ตกแต่งด้วยด้ายสีทองที่ทำเป็นลวดลายละเอียดงดงาม แค่ได้สัมผัสเพียงไม่กี่วินาที คาซึยะก็รู้ว่าเนื้อผ้านุ่มนี้มีมูลค่ามากขนาดไหน

"ถูกใจไหมละคาซึยะ"

ฮิโรกิอมยิ้ม ชื่นชมชุดราชพิธีในมือคาซึยะ ก่อนจะฉุดร่างน้อยขึ้นจากเก้าอี้

"ไปลองชุดซะ เผื่อมีอะไรต้องแก้ ท่านจินจะได้หาเรื่องว่าข้าไม่ได้"

คาซึยะตวัดตามองหน้าฮิโรกิทันทีที่ได้ยินชื่อของอีกคน ใบหน้าหวานฉายแววหม่นหมองลงไปอีก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร และยอมเดินเข้าไปหลังฉากกั้นเพื่อเปลี่ยนชุดอย่างเงียบๆ

อะไรของเขา...

ฮิโรกิได้แต่พึมพำคนเดียว ไม่รู้ว่าคาซึยะเป็นอะไรไป จู่ๆก็ซึมเศร้าลงมาก ไม่เหมือนคนที่กำลังจะแต่งงานสักนิด ไม่เหมือนคาซึยะคนที่ตื่นเต้นดีใจที่ฮิโรกิพบเห็นเมื่อวันก่อนเลย

มือน้อยจับปกเสื้อให้ตัวเอง พลางทอดมองใบหน้าตนที่สะท้อนกระจกเงา สีหน้าชวนหดหู่เช่นนี้เองที่เขาแสดงให้คนอื่นเห็น มิน่าฮิโรกิถึงได้มองแปลกๆ

นัยน์ตาสีน้ำตาลไล่มองกายตนในกระจกเงา ร่างบอบบางในชุดสีขาวโพลนยิ่งทำให้ร่างนี้ดูเล็กลงไปอีก ผิวเนื้อขาวหากแต่ดูเนียนนุ่มตัดสีขาวสว่างของเนื้อผ้าวาววับ เด็กหนุ่มมุนตัวสำรวจกายตน ก่อนจะถอนหายใจออกมา

"อ้าวท่านจิน...มาดูเจ้าสาวหรือไงครับ"

เสียงของฮิโรกิร้องทักผู้มเยือนเสียงใส หากแต่คนที่อยู่หลังฉากกั้นสะดุ้งเฮือก มือน้อยจิกชายเสื้อสีขาวจนยับยู่ เขาอยากจะหายตัวไปจากห้องนี้เหลือเกิน ให้ละลายกลายเป็นอากาศยังดีกว่าต้องเผชิญหน้ากับคนโกหกตอนนี้

"คาซึยะกำลังลองชุดพอดีเลย"

เสียงฮิโรกิดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนคาซึยะต้องถอยเข้าไปหลังฉากกั้น ร่างโปร่งดึงม่านออกก่อนที่คาซึยะจะรั้งไว้ทัน ฮิโรกิมองมาที่คาซึยะก่อนจะนิ่งไปหลายวินาที เด็กหนุ่มยืนตะลึงไม่ต่างกัน ฮิโรกิมองมาเหมือนเห็นคาซึยะเป็นตัวประหลาดจนเจ้าชายน้อยรู้สึกสงสัย

"อะไรกัน..."

"คาซึยะ...เจ้างดงามที่สุดเลยละ!"

คำตอบของฮิโรกิทำให้คาซึยะรู้สึกเก้อเขินไม่น้อย รับรองได้ว่าเสียงใสของฮิโรกิต้องลอยดังไปถึงหูอีกคนที่คาซึยะไม่อยากเจอแน่

มือเรียวจับแขนเล็กกว่าไว้ แล้วดึงร่างเจ้าชายน้อยให้ออกจากม่านกั้น คาซึยะพยายามที่จะรั้งกายตนเองกลับเข้าไปหลังฉาก แต่ก็ยากเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงของฮิโรกิ

"นี่ไงท่านจิน เจ้าสาวแสนสวย"

คาซึยะก้มหน้านิ่งไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองใคร และแม้จะมองแค่ปลายเท้าตนเอง เขาก็พอจะเดาได้ว่าคนทั้งห้องกำลังมองมาที่คาซึยะอยู่ แก้มใสขึ้นสีเรื่อความรู้สึกเก้อเขินที่ไม่อาจห้ามได้กำลังเล่นงานคาซึยะอยู่

"สวยจนตะลึงเลยสิท่า..."

ฮิโรกิหัวเราะเสียงใส นัยน์ตาสีน้ำตาลมองคนข้างกายอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังร่างสูงที่ห่างออกไป คาซึยะห้ามตัวเองไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าตนแพ้สายตาคมกริบจากนัยน์ตาสีนิลนั้น

ร่างสูงในชุดราชพิธีแปลกตา เสื้อที่ตัดจากกำมะหยี่สีดำปักลายมังกรสีทองที่ด้านหลัง ชายเสื้อยาวกรอมเท้า กางเกงผ้าไหมเนื้อดีสีเงินส่องประกาย ใบหน้าหล่อเหลาดูสง่างามและสว่างไสวกว่าครั้งไหน นัยน์ตาสีนิลทอดมองด้วยความพึงใจ จนคาซึยะต้องหลบตา

เด็กหนุ่มสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น พยายามเตือนตัวเองให้ตั้งสติ และบอกย้ำว่าคนตรงหน้าคือคนที่ผิดสัญญา แม้ใจจะสั่นสะท้านเมื่อเห็นจิน แต่ก็ต้องทำใจแข็งเข้าไว้

"ว่าไงละจิน..."

ฮิโรกิคาดคั้นต้องการความคิดเห็นจากจิน ร่างโปร่งหันรีหันขวางมองหน้าทั้งคาซึยะและจินด้วยความแปลกใจ เป็นใครก็ต้องดูออก คาซึยะไม่ยอมมองหน้าจิน ในขณะที่จินนิ่งกว่าทุกที ดูท่าสองคนนี้ต้องมีเรื่องผิดใจกันแน่

"อื้อ..."

เสียงทุ้มตอบกลับมาสั้นๆ และไม่อาจจับใจความได้

"ท่านจิน...ท่านข้าหลวงเมืองใต้รออยู่ที่ห้องรับรอง"

เสียงจุนโนะเอ่ยขึ้นมาพร้อมร่างโปร่งระหงที่ซ่อนกายหลังประตูบานใหญ่ จุนโนะเองก็อดที่จะจ้องมองคาซึยะไม่ได้ ใครหนอช่างสรรสร้างเทพธิดาองค์นี้มาบนโลกที่แสนโหดร้าย ไม่กลัวบ้างหรือว่านางฟ้าแสนสวยตนนี้จะถูกแย่งชิง

ร่างสูงเดินออกจากห้องไปไม่พูดอะไรกับว่าที่เจ้าสาวของตนสักคำ นัยน์ตาสีน้ำตาลมองตามด้วยความเศร้าสร้อย จนจุนโนะรู้สึกผิดไปด้วย เพียงแค่เขาอธิบายออกไป ทั้งสองคนคงจะไม่ต้องเข้าใจผิดกันแบบนี้ ทั้งที่จะแต่งงานกันในวันสองวันนี้แล้วแท้ๆ

"จุนโนะ..."

เสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มต้องเดินตามไป อยากจะพูดแต่พูดไม่ได้

.................................................................................

ค่ำคืนที่เหน็ดหนาวกำลังจะผ่านพ้นไปอีกคืน หากแต่สำหรับคาซึยะแล้วคืนนี้ยาวนานกว่าที่เคย ร่างขาวนวลต้องแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังระเบียงห้องบนตัวปราสาท นางฟ้าในชุดสีขาวนั่งอิงกายข้างประตูระเบียง เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่โล่งโปร่ง ไร้เมฆใดบังแสงนวลจากดวงจันทร์

จะมีใครเป็นแบบคาซึยะบ้างไหม ทั้งที่เป็นค่ำคืนก่อนวันแต่งงานของตนแท้ๆ แต่หัวใจกลับจมอยู่ในความทุกข์ ความยินดีอยู่ที่ใด คาซึยะลืมมันทิ้งไว้ที่ไหนกันหนา

ตลอดหนึ่งอาทิตย์ระหว่างเตรียมราชพิธีคาซึยะจะพบจินแค่ครั้งเดียวคือตอนลองชุดที่จะใส่ในงาน แม้ฮิโรกิจะพูดเสมอว่าคาซึยะเองต่างหากที่เป็นฝ่ายหลบหน้าจิน แต่ในความคิดของเจ้าชายน้อย จินเองต่างหากที่หายตัวไปจากปราสาทอย่างไร้ร่องรอย

จินต่างหากที่ผิด ผิดที่วุ่นวายกับการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ผิดที่มัวแต่ทำงาน ผิดที่ไม่เคยมาสนใจคาซึยะ ไม่แม้แต่จะมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น หรือแม้จะมาง้อสักนิดยังไม่มีวี่แวว จินเองที่ผิดตั้งแต่ต้น ผิดที่ผิดสัญญา...ผิดที่เข้ามายุ่งวุ่นวายในหัวใจของคาซึยะตลอดเวลาแบบนี้

เสียงถอนหายใจแผ่วดังขึ้นรอบที่สิบเห็นจะได้ ใบหน้าหวานเอนซบลงบนผ้าม่านสีครีม ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่หนอที่ค่ำคืนนี้จะจบลงเสียที เมื่อไหร่ที่พิธีราชาภิเษกจะเริ่ม เมื่อไหร่ที่คาซึยะจะได้พบจินอีกครั้ง ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนไกลกันเหลือเกิน...

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เจ้าชายน้อยรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น ไม่แม้จะถามว่าผู้มาเยือนในยามวิกาลนี้คือใคร

"จิน...ท่าน..."

เด็กหนุ่มเอ่ยก่อนที่จะมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัด ร่างโปร่งบางของจุนโนะยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่คนที่หมายไว้ สีหน้าผิดหวังของคาซึยะชวนให้จุนโนะพลอยรู้สึกสงสาร

"ท่านจินยังอยู่ที่ห้องทำงานครับท่านคาซึยะ"

จุนโนะเอ่ยพลางแย้มยิ้มให้เช่นทุกครา คาซึยะก้มหน้าลง พยายามทำสีหน้าให้ดูเป็นปกติแม้จะรู้ว่าจุนโนะเองคงเห็นแววตาเศร้าๆของตนไปบ้างแล้ว

"งั้นหรือ...ท่านมีธุระอะไรหรือเปล่าจุนโนะ"

"ครับ...ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่าน"

"อะไรละ?"

"ความจริงแล้ว...ท่านจินไม่ได้ตั้งใจผิดสัญญากับท่านคาซึยะ แต่ทหารทางโน้นเข้ามาทำร้ายท่านก่อน ข้าหมายถึงตั้งใจจะสังหารท่านจิน เขาก็แค่ต้องป้องกันตัว"

"มันก็ไม่ต่างจากผิดสัญญาหรอก...จุนโนะ เขาทำร้ายคนอื่นปางตาย"

เด็กหนุ่มก้มหน้าลง แม้ความจริงคาซึยะจะรู้ดีอยู่แล้วว่าจินเองก็ต้องป้องกันตัวในสนามรบ แต่การทำร้ายกันถึงตายนั้น มันก็ผิดสัญญาอยู่ดี ยิ่งในเมื่อคนที่โดนทำร้ายนั้นคืออุเอดะ คาซึยะยิ่งยอมไม่ได้

"ไม่จริงครับ!...เจ้านั้นไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย ท่านจินเพียงสะกดให้หลับเท่านั้น"

"ถึงอย่างนั้น..."

คาซึยะมองหน้าจุนโนะด้วยแววตาสับสน จะให้ทำเช่นไรได้ ในเมื่อคาซึยะโกรธจินไปแล้ว ทำกิริยาแบบนั้นให้จินเห็นไปแล้ว จะให้คาซึยะยอมรับว่าตนผิดได้อย่างไรกัน

"ท่านจินไม่เคยลืมคำสัญญา...ท่านจินรักษาสัญญาของท่านคาซึยะเสมอ แม้จะถูกทำร้ายจนบาดเจ็บแต่ก็ไม่ทำร้ายใครถึงตายสักคน"

"อะไรนะ..."

เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนโดนสาป จินบาดเจ็บงั้นหรือ...

"จินบาดเจ็บ..."

"ใช่ครับ ท่านจินบาดเจ็บ ถูกเจ้าทหารฝั่งโน้นแทงที่ชายโครง แผลใหญ่ทีเดียว แต่ท่านจินสั่งไม่ให้บอกท่านคาซึยะ"

คาซึยะไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลย ไม่อยากรู้สึกผิด ความเจ็บแปลบในอกมันลามเลียจากหัวใจไปทั่วร่าง ทั้งที่จินรักษษสัญญา แต่คาซึยะเองที่ไม่เคยไว้ใจจินเลย จินจะรู้สึกเช่นไรหนอ ทั้งที่ไม่เคยทำผิดแต่ถูกคาซึยะปรักปรำ

เด็กหนุ่มก้มหน้านิ่ง ได้แต่ยืนค้างจมกับความคิดของตนไม่กล้าแม้จะสบตาจุนโนะ

"ข้าเพิ่งออกจากห้องทำงานท่านจินมาเมื่อครู่ ท่านยังอยู่ที่ห้องทำงานครับ..."

จุนโนะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนให้คาซึยะ ก่อนจะวางมือลงบนไล่บางเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย คาซึยะเข้าใจความหมายของจุนโนะดี คาซึยะเองก็อยากพบจินเหลือเกิน

"ขอบใจท่านมากนะจุนโนะ"

"ถือว่าเป็นของขวัญแต่งงานครับ...ขอให้ท่านมีความสุข"

จุนโนะยิ้มให้ รอยยิ้มของจุนโนะช่างสดใสจนคาซึยะอดที่จะส่งยิ้มกลับไปไม่ได้ เด็กหนุ่มโผเข้ากอดร่างโปร่งจนจุนโนะผงะด้วยความตกใจ

"ขอบคุณ..."

คาซึยะผละออกแล้วรีบเดินออกไปตามระเบียงทางเดิน นัยน์ตาเรียวมองตามด้วยรอยยิ้มแสนเศร้าสร้อย

ข้าเข้าใจดีว่าความไม่เข้าใจกันมันเป็นอุปสรรคกับความรักมากเพียงไร
ข้าอยากให้ท่านมีความสุข...อย่าได้เหมือนความรักของข้า

.................................................................................

ร่างสูงทอดกายอยู่บนเก้าอี้นวมตัวยาว ใบหน้าคมซบอยู่กับพนักพิงหลัง นัยน์ตาหลับพริ้มไม่รับรู้เลยว่าตกเป็นเป้าสายตาอยู่ ร่างน้อยค่อยเคลื่อนกายเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า กลัวว่าคนที่กำลังหลับอยู่จะตื่นขึ้นมาตอนนี้ ถึงแม้คาซึยะจะเตรียมใจมาขอโทษจิน แต่เอาเข้าจริงก็อดโล่งใจไม่ได้ที่ไม่ต้องเผชิญหน้าจินตรงๆ
 
เจาชายน้อยนั่งคุกเข่าข้างโซฟานัยน์ตาหวานจ้องใบหน้าหล่อเหลา หัวใจพลันสั่นขึ้นมาดื้อๆ พร้อมความรู้สึกน้อยใจนิดๆ นี่คือคำตอบที่คาซึยะสงสัยมานานว่าจินหายไปไหน ชายหนุ่มคงไม่ได้ก้าวออกจากห้องหนังสือนี้เลยตลอดหลายวัน

ไม่อยากพบคาซึยะถึงขนาดต้องมานอนในห้องนี้เชียวหรือ...

ทั้งที่เมื่อก่อนหลับใหลเคียงข้างกายกันทุกค่ำคืน เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากความรู้สึบางอย่างตีตื้นขึ้นมา ทั้งที่จินไม่ผิดเลยสักนิด แต่ต้องมาหลบหน้าคนที่เข้าใจผิดไปเองอย่างเขา

จินจะรู้สึกเช่นไรหนอ เมื่อได้ยินคำพูดตัดพ้อ น้ำเสียงชิงชังจากปาคาซึยะ ทั้งที่ไม่ผิดเลยสักนิด

มือน้อยยกขึ้นเคลื่อนเข้าหาใบหน้าคม หากแต่ต้องหยุดชะงัก หักห้ามใจด้วยความรู้สึกผิดที่ยังตามติดตัวอยู่ แต่ก่อนที่จะได้ขยับออกห่างเจ้าชายน้อยก็ถูกมือใหญ่ดึงรั้งร่างไว้ กระชากเพียงนิดเดียวคนที่ตกใจไม่ทันตั้งตัวก็อยู่ในกำมือของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย มือใหญ่จับข้อมือข้างหนึ่งของคาซึยะไว้ ส่วนอีกข้างดึงช่วงอกของคาซึยะเข้ามาใกล้

เด็กหนุ่มผงะด้วยความตกใจเมื่อจินลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคมกริบเปิดขึ้นพร้อมจ้องมาด้วยสายตาน่ากลัว

"อ้อ...เจ้านั่นเอง..."

จินเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะคลายมือออก สายตาน่ากลัวเมื่อครู่เปลี่ยนไปเล็กน้อยมันกลายเป็นแววตานิ่งเฉยอย่างที่จินชอบทำประจำ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจินคิดว่าคาซึยะเป็นคนอื่น ที่จะเข้ามาทำร้ายถึงได้ระแวดระวังกายเช่นนี้

เจ้าชายน้อยลูบข้อมือตัวเอง และมองอยู่แค่ตรงนั้น เอาเข้าจริงก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรกับจิน รู้ว่าตนผิดแต่มันก็อดเก้อเขินไม่ได้ คาซึยะโววยวาย ทำท่าทางไม่ดีกับจินไว้มาก แต่ว่า...

"ข้ารู้แล้ว...ว่าท่านไม่ได้ผิดสัญญา"

คาซึยะยังคงก้มหน้าพูดออกมาเสียงค่อย แก้มใสขึ้นสีด้วยความขลาดเขิน นัยน์ตาคมจ้องมองนิ่งจนคาซึยะรู้สึกกดดัน ภายใต้ความเงียบที่เข้าครอบคลุม มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองเท่านั้นที่ได้ยิน

"ข้า...ขอโทษ"

นัยน์ตาสีน้ำตาลช้อนขึ้นมองอีกฝ่ายช้าๆ ใครจะไปทนแววตาออดอ้อนของเจ้าได้กัน คาซึยะ จินได้แต่นึกในใจ เขาหักหามใจตัวเองมาตลอดหลายวัน รอให้คาซึยะอารมณ์เย็นขึ้น แล้วจะเป็นคนพูดเอง แต่ดูท่าจุนโนะคงจะจัดการให้เขาเรียบร้อยไปแล้วสินะ

"ขอโทษที่ข้าทำไม่ดีกับท่าน ทั้งที่ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด..."

คาซึยะรีบพูดต่อเมื่อเห็นจินไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยวใส่เขา มือน้อยวางลงบนตักจิน พลางขยับตัวเข้ามาใกล้ จินเฝ้ามองกิริยาน่าชังของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ก่อนที่จะยื่นมือขึ้นใช้หลังมือลูบไล้ไปกับแก้มใส ก่อนใช้ปลายนิ้วคลึงลงบนริมฝีปากสีเรื่อ

"ข้าไม่ได้โกรธ...เพียงแค่ผิดหวัง"

นิ้วแข็งที่คลึงอยู่บนริมฝีปากไล้แผ่วไปมา ดวงตาสีนิลมองมาด้วยความอ่อนโยน จนหัวใจดวงน้อยเต้นระทึก

"ข้าเพียงหวังให้เจ้าไว้ใจข้ามากกว่านี้เท่านั้น"

สิ้นคำพูดนั้น คาซึยะแทบอยากร้องไห้ออกมา นัยน์ตาสีนิลฉายแววเศร้าสร้อย แววตาแบบที่คาซึยะจะยอมจินทุกอย่างเมื่อได้เห็น

"ข้าเชื่อใจท่าน..."

เด็กหนุ่มสะอื้นแผ่ว ขอบตาเรียวร้อนผ่าวขึ้นมา แม้จะกำลังแย้มยิ้มให้จินแต่น้ำตากำลังไหลลงมา นิ้วเรียวเคลื่นมาเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าไร้เดียงสา ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างรักใคร่ เด็กหนุ่มได้แต่หลับตารับสัมผัสแสนหวานนั้น

ทันทีที่จินผละออกร่างน้อยก็ตามเข้าไปซบหน้าลงกับอกอุ่น มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเล็กแผ่วเบา ปล่อยให้เจ้าชายน้อยซบอิงเช่นนั้นเท่าที่ต้องการ

"กอดเสียแน่นแบบนี้ ข้าก็แย่สิคาซึยะ"

จินพึมพำข้างหู เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองแววตาสงสัยเหมือนเด็ก

"ไม่ได้จับต้องร่างกายงดงามนี้ตั้งหลายวัน คิดว่าข้าจะห้ามใจไว้ได้หรือไงกัน"

จินหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นคาซึยะหน้าเปลี่ยนสีขึ้นทันควัน เจ้าชายน้อยรีบผละออกจากจินทันที แต่ก็ถูกวงแขนชายหนุ่มดึงกลับมาที่เดิม

"ในหัวท่านมีแต่เรื่องแบบนี้หรือไงกันจิน"

เด็กหนุ่มมองมาที่จินหวาดๆ

"นั้นเพราะเจ้าต่างหากคาซึยะที่ทำให้ข้าเป็นแบบนี้"

จินอมยิ้ม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันขณะมองมาที่จิน

"ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"

นิ้วเรียวเคลื่อนมาที่คางมนรั้งใบหน้าเด็กหนุ่มให้เงยขึ้นสบตา

"ทำสิ...เจ้าทำให้ข้าหลงใหล ปรารถนาและรักเจ้า"

เสียงนุ่มตอบกลับ รอยยิ้มแสนนุ่มนวลของจินทำให้คาซึยะรู้สึกใจสะท้าน ร่างกายที่เป็นของคาซึยะเอง หากแต่ในวินาทีนั้นมันอ่อนแรงราวกับไม่ใช่ของเขา ไม่อาจบังคังกายได้ ทำเพียงมองใบหน้าจินเคลื่อนเข้ามาใกล้ หลับตารับจุมพิแผ่วที่แสนนุ่มนวลและอบอุ่น

"เจ้าสาวแสนสวยของข้า"

"ท่านเองก็เหมือนกัน..."

ไม่รู้อะไรดลใจให้คาซึยะพูดออกมา จินมองมาด้วยแววตาสงสัย ใบหน้าหวานเงยขึ้นช้าๆ สบตากับจินด้วยท่าทีจริงจัง

"ท่านเอง...ก็เป็นของข้าเหมือนกัน"

วินาทีต่อมา ก่อนที่คาซึยะจะรู้ตัว เขาก็ถูกดึงเข้าไปแนบกายอีกฝ่าย ริมฝีปากร้อนรุ่มประกบลงมามอบจุมพิตที่ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ ลิ้นนุ่มแทรกเข้ามาพร้อมความรู้สึกวาบหวามที่กำลังเล่นงานคาซึยะ มือใหญ่ช้อนท้ายทอยผ่านเส้นผมสีน้ำตาล รั้งให้ใบหน้าหวานเงยขึ้นรับสัมผัสแห่งปรารถนาของเขา

"อย่าได้พูดแบบนั้นอีกเชียวคาซึยะ...หากเจ้าไม่อยากให้ข้าทำเช่นนี้"

เสียงทุ้มปนหอบเครือกระซิบข้างหูก่อนกดแนบลงไปบนใบหูขาว ลมหายใจร้อนที่เป่ามาทำเอาเด็กหนุ่มสะดุ้ง

"ซาตานของข้า..."

เสียงหวานตอบกลับมาทำเอาหัวใจดวงนี้หล่นวูบลงไปก่อนจะกลับมาเต้นรุนแรงจนเจ็บหน้าอก นัยน์ตาคมมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่อ มือนุ่มยกขึ้นประคองใบหน้าของเขาไว้ ก่อนที่นางฟ้าแสนงดงามจะลุกขึ้นมานั่งบนตัก แล้วมอบจุมพิตที่แสนไร้เดียงสา หากแต่ทำให้จินสะท้านไปทั้งกาย

ความรักคือสิ่งที่งดงาม...
เมื่อได้สัมผัสมันแล้ว ยากนักที่จะตัดใจเดินหนีจากมัน
แม้บางครั้งจะทำให้เกิดความทุกข์ หากแต่ในความทุกข์นั้นคือความสุข
ที่ได้รักและได้รับความรัก...

ร่างบอบบางนอนหายในรวยรินบนโซฟาตัวใหญ่ ผิวกายขาวนวลกระจ่างตา ซ้ำยังเนียนนุ่มมือไปทุกสัมผัส เด็กหนุ่มครางเสียงเครือเมื่อถูกสัมผัสไปทั่วกาย จมอยู่กับความร้อนระอุของอีกฝ่าย ฉุดรั้งในมึนเมาในรสรัก

"คาซึยะ..."

ชายหนุ่มกระซิบเสียงแผ่วเรียกให้ใบหน้าหวานเงยขึ้นรับจุมพิตอีกครา คาซึยะไม่อาจรับรู้อะไรได้เลยนอกจากไออุ่นของจิน และความรู้สึกวาบหวามในกายตน จูบแล้วจูบเล่าก่อนแนบกายลงมาชิดลำตัว แนบชิดกับร่างบอบบางทุกส่วนสัด

ริมฝีปากอิ่มระดมจูบทั่วใบหน้าหวาน คาซึยะพยายามเอียงหลบหากแต่ไม่ต่างจากหยิยยื่นให้ริมฝีปากร้อนไล้ลงที่ต่ำกว่า มือเรียวยึดไหล่จินแน่น

"อ๊า...จิน"

คาซึยะไม่รู้เลยหรือว่าหากเรียกชื่อนี้ด้วยเสียงเช่นนั้นออกมาแล้วจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น ณ วินาทีนี้ไม่มีอะไรจะสามารถ หยุดความต้องการของจินได้อีกต่อไปแล้ว...

เจ้าชายน้อยสั่นไปทั้งตัว ทั้งหวั่นกลัวและต้องการอยากให้จินสัมผัสในเวลาเดียวกัน ตาคู่สวยปรือปรอยด้วยอารมณ์ปารถนา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความปรารถนาและอารมณ์อย่างแท้จริง

มือร้อนเคล้นคลึงไปทั่ว ปัดผ่านผิวอกเนียนเรียบและมาหยุดที่ตุ่มเนื้อสีชมพูระเรื่อ สัมผัสแรกที่มือจินกดคลึงตรงนั้น ร่างบางก็สะดุ้งเฮือกขึ้นสุดตัว

"ฮ...อืออ..." ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกบังคับด้วยปลายนิ้ว

คาซึยะยิ่งเบียดลำตัวเข้าหาจินเหมือนร้องขอ เสียงครางแผ่วหวานค่อยดังขึ้นทีละนิด และต่อเนื่องอย่างใจจินต้องการ จนกระทั่งตาคู่สวยกลับรื้นไปด้วยน้ำใสๆที่ไหลเอ่อคลอเบ้า คาซึยะร้องไห้ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องร้องด้วยซ้ำ นัยน์ตาคมมองใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยอารมณืปรารถนา หัวใจเขาเองก็สั่นสะท้านไม่ต่างกัน

“ฮึก...อ๊า...อา...”

จินจูบไล้ลงไป จัดการครอบครองส่วนนั้นช้าๆอย่างตื่นเต้น นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกตากว้าง เกร็งร่างด้วยความตกใจ ชายหนุ่มตั้งตกตั้งใจมอบความสุขให้กับร่างบางไม่หยุด จนคาเมะต้องบิดกายเร่าด้วยความเสียวซ่าน กว่าจะรู้ว่าตนกำลังทำอะไรอนู่เจ้าชายน้อยก็ขยับสะโพกเพรียวให้สอดรับกับจังหวะของปากและลิ้นจินโดยอัตโนมัติ

"จิน...ร้อน..."

ใบหน้าเล็กชุ่มไปด้วยเหงื่อเกลือกกลิ้งกับที่นอนนุ่ม อึดอัดกับปฏิกริยาร้อนรุ่มของร่างกาย ร้อน....ร้อนเหมือนจะละลาย

"จะไม่ไหวแล้ว...อ๊ะ!" จินผละออกเมื่อคาซึยะถึงจุดปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างทะลักล้นออกมาอย่างไร้การควบคุม เด็กหนุ่มครางขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะนอนนิ่งหอบลึกปรือตามองอีกฝ่าย ริฝีปากนุ่มประทับบนเปลือกตาทั้งสอง

เรียวขาทั้งสองถูกจับแยกออกอย่างนุ่มนวลราวกับขออนญาต เจ้าชายน้อยเอียงหน้าหนีอย่างอับอายเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร ความรู้สึร้อนระอุแทรกเข้ามาช้าๆ นั้นยิ่งทำให้คาซึยะรู้สึกแปลบปลาบที่ท้องน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างอดกั้น ความรู้สึกนี่มันช่างแปลกประหลาดเกินกว่าคาซึยะจะเรียกมันว่าความสุข หรือความทรมาน เพราะมันก้ำกึ่งระหว่างสองสิ่งนั้น

ร่างบอบบางสั่นหนักจนจินต้องกอดเอาไว้ให้แน่นกว่าเดิม ชายหนุ่มกดริมฝีปากจูบลงที่ข้างขมับ ปลอบคาซึยะด้วยความอ่อนโยนและทนุถนอมสุดใจ

"คาซึยะของข้า..." เขากระซิบแผ่ว ก่อนย้ำกายลงไปเชื่องช้าจนเด็กหนุ่มครางหวิว

"ไหวหรือเปล่า...ถ้าไม่ไหวก็บอกข้านะที่รัก"

เสียงนุ่มเอ่ยอีกครา จะให้คาซึยะปฏิเสธได้เช่นไร ในเมื่อจินนุ่มนวลและรักคาซึยะมากเช่นนี้ ริฝีปากร้อน ลมหายใจแผ่วไล้เลียซอกคอระหง ปลุกให้อารมณ์รักคุกรุ่นอีกรอบ

"จิน..." เจ้าชายน้อยพูดได้แค่นั้น ความรู้สึกอึดอัดหายแต่แปลบปลาบที่ท้องน้อยลามเลียไปทั่วกายราวมีกระแสไฟอ่อนไหลไปทั่วทำให้เขาต้องแอ่นกายขึ้น มือน้อยยึดไหล่หนาไว้เป็นหลัก หอบเครือเมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่เคลื่อนอยู่ในกายตน แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นคาซึยะนึกอยากให้จินสัมผัสตัวเอง...ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า...เช่นนี้

เสียงหอบเครือทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียว จินจับรั้งสะโพกกลมมนให้กระชับเข้าหาแก่นกาย
เร่งกระทั้นจังหวะการสอดใส่ให้ถี่รัวขึ้น ร่างสองร่างกอดประสานแน่นจนครั้งสุดท้ายที่แทรกตัวเข้าไปจนสุด ของเหลวสีขาวขุ่นก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนล้นช่องทาง

จินทรุดหน้าลงบนอกบางอย่างอ่อนล้า เช่นเดียวกับคาซึยะที่นอนหอบหายใจหมดแรงอยู่ใต้ร่าง ความรู้สึกร้อนผ่าวยังแทรกอยู่ในกาย เด็กหนุ่มยังอยากรู้สึกเช่นนี้ รู้สึกถึงร่างกายของจิน ชีวิตของจิน และรู้สึกถึงความรักของจินตลอดไป...

.................................................................................

ห้องโถงกลางราชวังไอเซนกาดคราคร่ำไปด้วยผู้คนในชุดแต่งกายงดงาม แสงสีอร่ามตางดงามและดูมีมนต์ขลังจนคนที่เข้ามาในที่นี้ต้องไม่อยากออกไปไหน เสียงดนตรีช้าๆบรรเลงขับกล่อมเรื่อยๆ สร้างบรรยากาศที่ครื้นเครง อาหาร เครื่องดื่มวางบนถาดใหญ่ถูกนำไปบริการถึงที่ ความครื้นเครงในงานเลี้ยงฉลองดำเนินไปในค่ำคืนที่น่าจะมีแต่ความสงบสุข

กลางห้องโถงมีพรมกำมะหยี่สีแดงสดปูทอดไปยังสุดห้องโถงกว้าง บังลังค์ของกษัตริย์แห่งไอเซนกาด ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม

เสียงแตรสำหรับต้อนรับและเป็นสัญญาณบอกถึงการมาถึงของกษัตริย์ดังขึ้น ประตูห้องโถงเปิดออก เผยให้เห็นผู้มาเยือน

ชายหนุ่มในชุกราชพิธีแปลกตา เสื้อที่ตัดจากกำมะหยี่สีดำปักลายมังกรสีทองที่ด้านหลัง ชายเสื้อยาวกรอมเท้า กางเกงผ้าไหมเนื้อดีสีเงินส่องประกาย ใบหน้าหล่อเหลาดูสง่างามและสว่างไสวกว่าครั้งไหนๆ นัยน์ตาสีนิลทอดมองด้วยความพึงใจ

ข้างกายร่างสูง คือเจ้าชายน้อยในอาภรณ์สีขาวสว่าง ประดับด้วยด้ายสีเงินเป็นลายน้ำที่ชายเสื้อ ผ้าซาตินบางเบาทำให้เด็กหนุ่มดูบอบบางกว่าครั้งไหน ยิ่งเมื่อเดินเคียงข้างกษัตริย์แห่งไอเซนกาดแล้ว ยิ่งเห็นความแตกต่างทางร่างกายชัดเจน
มือใหญ่ยื่นออกมาให้คาซึยะวางมือทาบลง

"เดินไหวหรือเปล่า..."

นัยน์ตาเรียวตวัดมองอีกฝ่ายค้อนๆ คาซึยะเห็นรอยยิ้มหยอกเย้าที่ส่งมา

"ไม่ต้องมาถามเลย ก็เพราะใครกันละ"

แว่วได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากจิน ใบหน้าหวานละมุมส่งยิ้มประหม่ามาให้ผู้คนที่มาร่วมงาน ในขณะที่จินประคับประคองร่างน้อยไว้อย่างหวงแหน ทั้งสองเดินตรงเข้ามาจากประตูห้องโถง ก้าวบนพรมสีแดงที่ปูทอดยาวไปสุดที่บังลังค์

ผู้คนแหวกออกเป็นสองฝั่ง หลบให้ทั้งสองเดินผ่าน ในขณะที่ก้มคำนับตามหลังไปด้วยทั้งสองเคลื่อนเข้ามาเรื่อยๆ ทันทีที่ทั้งสองทรุดกายลงบนบัลลังก์ที่ตั้งไว้ เสียงโห่ร้องยินดีก็ดังก้อง

"ทรงพระเจริญองค์ราชา...ราชินี!"

เสียงสรรเสริญดังกึกก้อง เด็กหนุ่มรู้สึกเก้อเขินไม่น้อย หากแต่อมยิ้มด้วยความยินดีตามคนอื่นไปด้วย แหวนสีเงินวาวประดับบนนิ้วนางของคาซึยะสะท้อนเงาวาววับ วงแหวนแห่งไฟที่จินมอบให้เป็นแหวนแต่งงาน แหวนที่เคยกักขังวิญญาณของจิน เป็นตัวแทนความรักที่จินมอบให้ราวกับจะบอกว่าเขามอบวิญญาณให้คาซึยะ

นัยน์ตาคมมองรอดผ่านผ้าคลุมด้วยแววตาคับแค้น ยิ่งเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของจินแล้วยิ่งรู้สึกเจ็บแทบคลั่ง ชายหนุ่มเคลื่อนกายผ่านผู้คนที่มัวแต่สนใจกับราชาและราชีนีองค์ใหม่

ภายใต้เสื้อคลุมสีเข้มร่างหนุ่งเคลื่อนผ่านสายตาไป คาซึยะมองไปยังร่างนั้นด้วยความรู้สึกประหลาด จะว่าคุ้นก็ไม่เชิงทีเดียว จนกระทั่งใบหน้าที่ซ่อนใต้เสื้อคุลมนั้นเงยขึ้น หัวใจคาซึยะแทบหลุดออกมา เมื่อได้เห็นใบหน้าพี่ชายที่รัก

ดวงตาสีเข้มมองมายังร่างข้างกายด้วยแววตาชิงชัง จนคาซึยะรู้สึกหนาวในกาย แม้จะยินดีที่ได้เห็นพี่ชาย แต่หากในยามนี้แล้ว มันดูท่าจะไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสักเท่าไหร่ คาซึยะขมวดคิ้ว จับตามองยูอิจิไว้ด้วยความระแวดระวัง

ในวินาทีที่เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังขึ้น ร่างในเสื้อคลุมพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนคาซึยะตกใจ เด็กหนุ่มยืนตัวแข็งมองร่างยูอิจิที่ตรงเข้ามา ในมือกุมดาบประจำกายไว้

ไม่มีเวลาให้คิด คาซึยะรู้เพียงตอนนี้ต้องทำอะไรสักอย่าง เด็กหนุ่มพลิกกายโอบร่างจินไว้แน่น ร่างสูงผงะเล็กน้อยก่อนจะก้มมองร่างที่กอดตนอยู่ แต่แสงสีเงินจากประกายดาบส่องสะท้อนวาบจนจินต้องหันไปมอง ยูอิจิเคลื่อเข้ามาวดาดาบหมายจะแทงลงหัวใจของจิน หากแต่มีร่างน้อยกั้นอยู่

ยูอิจิชะงักแต่ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้ว คมดาบปักลงช่วงไหล่ของคาซึยะ เลือดแดงชาดไหลทะลักเปื้อนชุดสีขาว เจ้าชายน้อยกรีดร้องด้วยควมเจ็บปวด หากแต่มือยังคงโอบร่างสูงไว้ไม่ปล่อย

นัยน์ตาแดงชาดจ้องสบตากับยูอิจิด้วยแววตาดุร้าย มือใหญ่โอบร่างน้อยไร้กำลังไว้

"คาซึยะ!.."

ดูเหมือนว่ายูอิจิจะตกตะลึงไม่น้อยที่เห็นร่างคาซึยะล้มลงตรงหน้า

"คุ้มกันองค์กษัตริย์"

เสียงร้องนี้ดังขึ้น ก่อให้เกิดความโกลาหลแทบจะในทันที จินจ้องยูอิจิด้วยความคับแค้น หากแต่ไม่อาจปล่อยร่างในอ้อมแขนให้ห่างกายได้ มิเช่นนั้นแล้ว จินพร้อมจะลงทัณฑ์ผู้หมายสังหารตน แม้จะมีคำสาบานของคาซึยะก็ตาม จินไม่สนใจอีกต่อไป ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เลิกลา เขาจะทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยตัวเอง

"โถ่เว้ย!..."

ทาคุยะที่ซุ่มอยู่บนระเบียงชั้นบนของห้องโถงสบถลั่น มือใหญ่กำแน่นจนสั่น อีกนิดเดียวแท้ๆ หากคาซึยะไม่มาบังเอาไว้ หากจินโดยทำร้ายสักนิด เขาก็พร้อมจะลงมือสังหารจินทันที  ร่างสูงเดินหลบออกจากราชวังตามฝูงชนที่เคลื่อนกายออกไป

ท่ามกลางความวุ่นวายยูอิจิจำใจต้องหลบหนี เขาแทรกเข้าในกลุ่มคน แล้วจากไป ทิ้งสายตาอาลัยไว้ยังร่างน้องชายในอ้อมแขนของจิน

"จับมันมาให้ได้! มันต้องอยู่ในนี้แน่"

ชายหนุ่มประกาศกร้าว ขณะช้อนร่างคนรักไว้แนบอก เฝ้ามองลมหายใจติดขัดของคาซึยะด้วยหัวใจร้อนรน

.................................................................................

ทั้งที่เป็นค่ำคืนวันแต่งงานที่น่าจะมีความสุข แต่ในเวลานี้มันตรงกันข้ามคำว่าสุขโดยสิ้นเชิง นัยน์ตาคมปราดมองร่างเด็กหนุ่มที่ยังไม่ได้สติบนเตียงก่อนจะเคลื่นกายเข้ามานั่งเคียงร่างนั้น

ใบหน้าหวานละมุนไร้สีเลือด แผ่นอกเปลือยพันไว้ด้วยผ้าสีขาวแค่ช่วงแผลที่ไหล่ขวา มือใหญ่ไล้ตาผิวนุ่มสัมผัสทะนุถนอมที่ผ้าขาวไล่ลงมาถึงท่อนแขนเรียว ร่างกายผอมบางของคาซึยะนี้ที่ปกป้องเขาไว้

สักครู่หนึ่งนัยน์ตาที่หลับพริ่มค่อยหรี่ขึ้น  ชายหนุ่เฝ้ามองจนกระทั่งคาซึยะตื่นเต็มตา

"จิน..."

เด็กหนุ่มพยายามยันกายลุกขึ้น หากแต่บาดแผลที่ไหล่ทำให้ท่อนแขนอ่อนแรงจนต้องทรุดลงไปนอนอีกครา เจ้าชายน้อยครางด้วยความทรมาน มือใหญ่เข้ามาช่วงพยุงกายไว้ก่อนจัดร่างน้อยให้อิงกับพนักเตียง

"แผลเจ้าลึกพอตัว คงต้องรักษาสักอาทิตย์ระหว่างนั้นก็ต้องพักผ่อนมากๆรู้ไหม"

จินบอก เขาลูบไล้แก้มใสด้วยความรักใคร่นัยน์ตาคมมองมาด้วยแววตาจริงจังจนคาซึยะนึกกลัว

"วันหลังห้ามเจ้าทำเช่นนี้อีกเด็ดขาดนะคาซึยะ..."

เด็กหนุ่มเอียงคอมองด้วยความสงสัย

"มันไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าเลยที่จะมาปกป้องข้า..."

คำพูดเรียบๆของจินทำให้คาซึยะปวดใจน้อยๆ นี่การที่เขาปกป้องจินเป็นสิ่งผิดในสายตาจินหรือ มันน่าน้อยใจเสียจริง

"แต่มันเป็นหน้าที่ของข้าที่จะต้องปกป้องเจ้าต่างหาก...เจ้าไม่จำเป็นต้องมาเจ็บตัวแทนข้าสักนิดคาซึยะ"

สีหน้าและแววตาของจินยามนี้ช่างน่าสงสาร แววตาแสนเศร้าและสีหน้าเจ็บปวดที่มองมาทำให้คาซึยะรู้สึกแปลบปลาบไม่น้อย หากแต่คำพูดที่ได้รับฟังมันทำให้คาซึยะรู้สึกใจเต้นไปด้วย

มือน้อยแตะลงบนหลังมือใหญ่ ลูบแผ่วราวจะออดอ้อน เด็กหนุ่มขยับกายเข้ามาใกล้ก่อนจะซบลงบนบ่าของร่างสูง

"ข้าไม่เป็นไรหรอกจิน...ถ้าทำเพื่อท่าน ไม่เจ็บเลยสักนิด"

จินรู้สึกสะท้านทุกคราที่ได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้จากคาซึยะ เขาอดในไม่ได้ที่จะรั้งร่างนี้ไว้ในอ้อมแขน ลูบแผ่นหลังบอบบาง กดริมฝีปากลงบนขมับขาวอย่างรักใคร่

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะตามาด้วยเสียงของจุนโนะ

"ท่านจิน...เราจับคนร้ายได้แล้วครับ!"

คาซึยะรู้สึกเหน็ดหนาวถึงหัวใจ ดวงตาใสสบมองกับจินด้วยแววตาเว้าวอน แม้จินจะทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมประคองร่างคาซึยะขึ้นจากเตียงและตรงไปยังหอคอนคุมขังนักโทษ

.................................................................................

ภายในห้องคุมขังบนหอคอยสูง บรรยากาศเงียบสงบและมืดมน ร่างชายหนุ่มสองคนถูกมัดแขนไพล่หลังไว้กับเสาหิน เขาทั้งสองรู้ดีว่าชะตาชีวิตจะจบลงเช่นไร หากแต่หัวใจไม่มีความหวาดเกรงแม้แต่น้อย

"ยูอิจิ...ข้าจำเป็นต้องทำตามแผนการสุดท้ายของทาคุยะ"

โชเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบสลบ ยูอิจิขมวดคิ้ว แผนการอะไรกันนั้น เขาไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยสักนิด

"แผนอะไรกันท่านอา"

โชหันมามองหน้าหลานชาย ยูอิจิรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าแววตาที่มองมานั้นมันแฝงความนัยที่แสนแปลกประหลาดไว้

"ไม่ว่าจะเป็นยังไง โปรดเข้าใจว่าข้าไม่เสียใจที่ได้ทำตามแผนการนี้ เจ้าจงอยู่นิ่งเสียยูอิจิ"

โชตอบกลับมา ซึ่งไม่ตรงคำถามของยูอิจิเลย ก่อนที่ยูอิจิจะพูดอะไรอีกประตูห้องก็ถูกกระชากออก พร้อมร่างนางฟ้าแสนงดงามที่กรูเข้ามายังยูอิจิแทบจะในทันที

"ท่านพี่...ท่านอา"

ร่างน้อยคุกเข่าลงระหว่างชายทั้งสอง นัยน์ตาหวานมองสลับไปมาด้วยแววตาห่วงใย มือน้อยจับกายยูอิจิและโชไว้ แต่ทั้งสองกลับเบี่ยงกายหลบเลี่ยงคาซึยะ หัวใจดวงน้อยแทบแตกสลายในวินาทีนั้น สายตายูอิจิที่มองมาทำให้เด็กหนุ่มเจ็บร้าว โชเองก็ไม่สบตาคาซึยะ เขาก้มหน้าตลอดเวลา ความรู้สึกโหวงเหวงในกายคาซึยะเหมือนจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

"ท่านพี่ยูอิจิ..."

"เจ้ายังจำชื่อนี้ได้อีกหรือคาซึยะ..."

เสียงที่ถามกลับมานั้นเย็นชาและแดกดัน น้ำเสียงที่คาซึยะไม่เคยได้ยินจากปากยูอิจิสักครั้ง

"ทำไมพูดแบบนั้น ข้าจำท่านพี่ได้ตลอดเวลา..."

"งั้นเจ้าคงลืมไปว่าผู้ชายคนนั้นทำอะไรไว้กับเราบ้างสินะคาซึยะ"

ยูอิจิมองร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูชั่วแววหนึ่ง ก่อนจะหันมาที่คาซึยะด้วยแววตาเชือดเชือน เจ้าชายน้อยรู้สึกแปลบปลาบ ไม่อาจหาคำพูดใดออกมาตอบโต้ได้

"รักถึงขนาดยอมตายแทนมัน...คนที่สังหารพ่อแม่ตัวเองได้เชียวหรือคาซึยะ"

อีกคำพูดที่เสียดแทงลงไปลึก น้ำตาใสร่วงลงมาอย่างห้ามไม่อยู่  มือน้อยกุมปากตัวเองไว้ กั้นเสียงสะอื้นขณะส่ายหน้ารัว กิริยาเช่นนี้มีหรือที่ยูอิจิจะไม่สงสาร หากแต่ความรู้สึกปวดร้าวกับการกระทำของคาซึยะมันมีมากกว่า

"เจ้าทรยศต่อบ้านเมือง...ทรยศแม้กระทั่งพ่อแม่ตนเอง"

"ไม่ใช่นะ...ไม่ใช่"

เสียงเด็กหนุ่มเอ่ยออกมาปนสะอื้น ยูอิจิเบนหน้าหนี ก่อนที่เขาจะใจอ่อน

"แล้วสิ่งที่ข้าเห็นคืออะไรกัน..."

คาซึยะนิ่งเหมือนถูกสาป แว่วได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง เจ้าชายน้อยจึงหันไปบอกกับคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น

"ปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้"

จุนโนะและเรียวที่ยืนอยู่ด้านหลังจินมองหน้ากันด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะหันมามองจินที่ตอนนี้ไม่แสดงท่าทีใดออกมาให้เดาได้เลย

"จิน...ได้โปรด"

แววตาอ้อนวอนชวนให้นึกสงสาร หากแต่จินไม่สนใจ เขาเข้าไปดึงร่างน้อยให้ลุกขึ้น ก่อยรั้งให้ไปยืนด้านหลัง

"จิน..."

เสียงหวานเครือสะอื้นเรียกชื่อนี้อีกครั้ง วอนให้อีกฝ่ายเห็นใจ มือแสนอุ่นของซาตานกุมมือน้อยไว้ จินหันไปยิ้มให้คาซึยะให้รู้ว่า เขาไม่ทำอะไรที่เลวร้ายแน่ ร่างเล็กนิ่งไปก่อนจะพยักหน้า แขนใหญ่พาดโอบเอวบางประคองร่างกายที่ยังอ่อนแรงจากพิษบาดแผลไว้

"ข้าอยากให้ทุกอย่างจบลงสักที"

จินเอ่ยขึ้นเรียบๆ นัยน์ตาคมกริบของยูอิจิตวัดมองอย่างชิงชัง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

"ข้าจะไปจากเมืองมนุษย์ จะกลับไปยังโลกปีศาจกับคาซึยะ และจะไม่ทำสงครามใดอีก"

น้ำเสียงทุ้มเอ่ย คาซึยะมองเสี้ยวหน้าของจิน แขนแกร่งยังคงพยุงร่างเด็กหนุ่มไว้ หัวใจที่เต้นอ่อนแรงด้วยความเศร้ากลับมามีชีวิตอีกครา

"เราก้าวเลยคำว่าให้อภัยมาไกลแล้ว..."

ยูอิจิตอบกลับนิ่งๆ

"ทางเดียวที่จะให้เรื่องนี้จบได้ คือความตายของท่าน"

คราวนี้เป็นเสียงโชที่พูดขึ้น ก่อนที่ร่างสูงจะพุ่งตรงเข้าหาจิน ตลอดเวลาที่ถูกกุมขัง โชใช้เวลาทั้งหมดในการปลดพันธนาการ เขาใช้มีดเล็กที่พกติดตัวตัดเชือกจนหลุดออกมาและรอคอยจังหวะนี้ เวลาที่จะได้ทำให้เรื่องนี้จบลง

ไม่มีเวลาให้ตั้งตัว ร่างสูงพุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธ จินจำต้องเบียงกายรั้งร่างคาซึยะให้หลบ แต่ไม่อาจทำให้ตัวเองหลบพ้นคมมีดไว้ มีดปักลงต่ำกว่าไหล่ลงมาเกือบฝ่ามือจากด้านหลัง เลือดสีสดไหลซึมออกมา จินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

"จิน!"

เจ้าชายน้อยโอบร่างสูงที่ทรุดกายทิ้งน้ำหนักลงมา มือน้อยแตะส่วนที่ชุ่มเลือดไว้ ใจสั่นด้วยความกลัว จินผลักร่างคาซึยะออก ให้จุนโนะประคองแทน ในขณะที่เรียวพุ่งเข้ามาจับตัวโชไว้ ในความวุ่นวายนั้น จินเอื้อมมือไป ดึงมีดออกจากหลัง ของเหลวน่าสะอิดสะเอียนไหลทะลักออกมาตามใบมีด

เขากำมีดไว้ในมือ หันมองโชที่ถูกเรียวจับกดติดกำแพงไว้ วินาทีที่สบตากัน โชสลัดออกจากเรียวแล้วพุ่งเข้ามที่จินอีกครั้ง จินจำต้องยกมือที่กำมีดไว้ขึ้นเพื่อป้องกันตน

"ท่านอา!"

ยูอิจิดิ้นรนในมัดเชือกที่หนาแน่น นัยน์ตาคมมองร่างผู้เป็นอายืนค้างนิ่งประจัญหน้าร่างซาตาน มือจินกำมีดไว้แน่น แต่ใบมีดจมลงกลางอกของโช

วินาทีที่เหมือนทั้งโลกแตกสลายต่อหน้าคาซึยะ ใบหน้าของผู้เป็นอานิ่งค้างก่อนร่างจะทรุดลงแทบเท้าจิน เลือดสีเข้มไหลนองพื้นหินเย็น

"ท่านอา!!" ยูอิจิร้องออกมาเสียงดัง เขาตะเกียกตะกายเข้าไปหาร่างของอา หากแต่พันธนการที่รั้งเขาไว้นี้ทำได้เพียงดิ้นรนอยู่กับที่เท่านั้น

เด็กหนุ่มยืนนิ่งราวถูกสาป น้ำตาที่ยังไม่แห้งดีไหลลงมาร่วงลงพื้นอาบเลือด คาซึยะยกมือขึ้นปิดปาก ตัวสั่นสะท้านอย่างคุมไม่อยู่ จุนโนะจึงต้องประคองไว้

"คืนนี้ทาคุยะจะรอท่านอยู่บนฟากฟ้าจิน..."

เสียงโชเอ่ยขึ้นแผ่วเบาในความเงียบ ก่อนที่ลมหายใจจะถูกสายลมขโมยไปจนหมด ราวกับเลือดทั้งกายของคาซึยะถูกแช่แข็ง ทุกสิ่งเหน้ดหนาวและโหดร้ายเหลือเกิน

"ไหนละคาซึยะ...ไหนเจ้าบอกว่าเขาจะไม่ฆ่าใครอีก!"

ยูอิจิตวาดก้อง ใบหน้าชายหนุ่มบิดเบี้ยวด้วยความเคืองแค้นและเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา คาซึยะแทบจำไม่ได้เลยว่าเคยเห็นยูอิจิร้องไห้ที่ไหนมาก่อน แต่ตอนนี้น้ำตาของยูอิจิกำลังรินรดหัวใจคาซึยะราวน้ำกรด เจ็บแสบไปหมด

"ที่เจ้าเห็นนี้ไง ญาติคนสุดท้ายที่เรามี...คาซึยะ"

ใบหน้าที่อาบน้ำตาของสองพี่น้องมองไปยังโชที่นอนนิ่งไร้วิญญาณ

"อยากให้ใครตายด้วยมือมันอีกไหมคาซึยะ...อีกไม่ช้าก็จะเป็นพี่หรือไม่ก็เจ้าเองคาซึยะ"

เสียงตะโกนด้วยแรงอารมณ์ของยูอิจิดังก้อง คาซึยะไม่อาจรับรู้อะไรได้อีก เด็กหนุ่มยอมให้จุนโนะโอบพยุงพาร่างตนเดินไปแห่งใดไม่รู้ ดวงตาสีน้ำตาลหันไปมองด้านหลังเรียวที่พยุงร่างจินกำลังเดินตามหลังมา อีกอึดใจต่อมาเด็กหนุ่มมองรอบกายที่เป็นสีขาวดำราวกับถูกย้อมด้วยความมืดมิด

ความรู้สึกนี้มันต่างจากเมื่อครั้งเห็นเซนต์มีนาสจีริสล่มสลาย ตอนนั้นคาซึยะเคียดแค้น ชิงชัง จินผู้เป็นต้นเหตุมากมาย หากแต่ตอนนี้กำลังรู้สึกปวดร้าวและหดหู่ เด็กหนุ่มนั่งนิ่งเป็นชั่วโมง เฝ้ามองหมอหลวงรักษาแผลให้จิน มองใบหน้าจินยามหลับใหลไม่ได้สติ

นัยน์ตาใสเบือนหนี ใจสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบ ภาพจินยื่นความตายให้ผู้เป็นอายังคงสะท้อนอยู่ในตา เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นและมองตัวเองในกระจก ใครคนหนึ่งมองกลับมา นัยน์ตาสีน้ำตาลนิ่งสงบระคนเศร้าสร้อย ใบหน้าขาวซีดนิ่งเหมือนตุ๊กตา

นี่คือเขาหรือ...

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่หมอหลวงเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ คาซึยะนั่งอยู่ตรงข้ามเตียง มองร่างสูงที่นอนนิ่งบนนั้นด้วยใจว่างเปล่า

เรื่องราวทั้งหมดมากมายตีวนไปมาในหัวจนรู้สึกมึนชา จินที่คาซึยะพบเมื่อพันปีก่อนคือซาตานที่แสนเย็นชา ไม่สนใจใคร อยากได้วิญญาณดวงใดก็จะขโมยมายังยมโลกด้วยความโหดร้าย ไม่เห็นคุณค่าของชีวิต

แต่หลังจากที่ได้เจอคาซึยะ จินเริ่มทำตัวดีขึ้น จนกระทั่งเรื่องของเราถูกจับได้ คาซึยะถูกกุมขังบนเมืองฟ้า จินก็กลายเป็นซาตานใจร้ายเช่นเดิม เขาทำทุกอย่างเพื่อจะได้คาซึยะกลับมาครอบครองเป็นของตน หากแต่ด้วยความรัก...

เมื่อเทพสูงสุดทำให้เราต้องพรากจากกัน  เราทั้งสองดิ้นรนมาพบกันใหม่ ในเมืองมนุษย์เป็นมนุษย์ที่ไม่ต้องคำนึงถึงกฏต้องห้ามของเหล่าเทพ หากแต่โชคชะตายังคงเล่นตลกกับความรักของเรา...

คาซึยะเหนื่อยเหลือเกิน...

โชคชะตาต้องการอะไรกันแน่...ต้องการให้เรารักกัน หรือพรากจาก หากไม่ต้องการให้เรารักกันในภพนี้ใยไม่ทำให้เราไม่ต้องพบเจอกันเล่า ทำไมถึงได้กลั่นแกล้งให้พบ ให้รัก แล้วทำให้ทรมานเช่นนี้ด้วย

หัวใจดวงนี้อ่อนล้าเกินกว่าจะทนรับสิ่งที่ได้พบเจอไหว ทั้งที่รู้ว่าจินไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าโช...แต่มันก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าโชไม่ได้ตายเพราะจิน

เราก้าวเลยคำว่าให้อภัยมามากเกินไป...

หรือเป็นเช่นดังคำของยูอิจิ คาซึยะไม่เข้าใจเลยสักนิด ทำไมความเคียดแค้นชิงชังถึงได้กัดกินหัวใจทุกคนได้มากมายขนาดนี้ มากจนไม่อาจให้อภัยกันได้เชียวหรือ...

คืนนี้ทาคุยะจะรออยู่บนฟากฟ้า...

ชั่ววินาทีหนึ่งหัวใจคาซึยะบีบตัวรุนแรง เด็กหนุ่มนึกถึงภาพที่เขาเคยเห็น ร่างสองร่างบนท้องฟ้าสีเข้ม จินและทาคุยะลอยคว้างบนอากาศ ประกาศสงครามกัน และเป็นร่างสีดำที่ร่วงลงมา

ขอบตาร้อนผ่าวจนแสบ ก่อนที่ม่านน้ำตาที่กั้นไว้จะทะลักออกมา ตอนนี้คาซึยะเข้าใจทุกอย่างแล้ว เข้าใจเหตุผลที่โชคชะตาทำให้จินและคาซึยะได้พบและพรากกัน

เข้าใจว่าความรักระหว่างจินและคาซึยะ สุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยคำว่าลาจาก

เรื่องนี้จะจบได้ เมื่อซาตานหายไปจากโลก เมื่อจินตาย...

หากต้องการให้เป็นเช่นนั้น คาซึยะจะทำให้มันจบเอง

เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้นวม มือน้อยสั่นระริกกำมีดเล่มเล็กที่ได้จากจานผลไม้บนโต๊ะข้างเก้าอี้ ร่างเล็กเดินโงนเงนในโลกที่บิดเบี้ยวไร้สีสันไปหยุดลงตรงหน้าเตียง

ดวงตาสีน้ำตาลมองร่างที่ยังคงนิ่งหลับใหลอยู่ ก่อนจะตรงเข้าไปนั่งลงข้างกายจิน มองใบหน้าซีดเซียวของซาตานตนนี้ด้วยแววตาและหัวใจที่ว่างเปล่า

ไม่ว่ากี่ครั้ง...คาซึยะไม่อาจฝืนชะตาที่เห็นผ่านพลังพยากรณ์ได้เลย จินจะต้องตายด้วยมือทาคุยะ แต่ครั้งนี้คาซึยะจะเปลี่ยนมัน หากจินต้องตาย ก็ขอให้คาซึยะเป็นคนสังหารจินเองเถิด...

มือน้อยสั่นจนคุมไม่อยู่ ตาเรียวปราดมองของแหลมคสในมือ พลางนึกถึงครั้งที่คาซึยะถูกมนต์สะกดของทาคุยะ ครั้งนั้นคาซึยะเองที่สังหารจิน...และครั้งนี้ก็จะเป็นเช่นนั้น หรือโชคชะตากำลังบอกว่า คาซึยะจะต้องฆ่าจินทุกชาติ ทำร้ายคนรักตนร่ำไป หรือเช่นไรกัน...

น้ำตาใสสะอาดหยดลงมา กระทบผิวหน้าของชายหนุ่ม ความรู้สึกอุ่นวาบทำให้เขาจำต้องหรี่ตาขึ้นมอง ภาพเงาข้างหน้าพร่าเลือนจนต้องกระพริบตาซ้ำ จนกระทั่งนัยน์ตาคมเปิดขึ้นเต็มตา ใบหน้าของคนรักอยู่ไม่ห่าง หายแต่ดวงตาของเด็กหนุ่มเลื่อนลอยราวขาดสติ

"คาซึยะ..."

จินเอ่ยขึ้นเสียงพร่า ความเจ็บปวดทรมานจากบาดแผลไม่เท่ากับเจ็บร้าวเมื่อเห็นน้ำตามากมายของคาซึยะ ความรู้สึกเย็นจากโลหะที่จ่ออยู่ที่คอไม่ทำให้จินตกใจสักนิด แม้มือคาซึยะจะสั่น แต่ดูเหมือนเจ้าชายน้อยก็จะระวังไม่ให้ปลายมีดกดลงบนผิวขาวของจินมากนัก

"ท่านผิดสัญญา...จิน"

เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียงเย็น

"ข้ารู้..."

จินตอบกลับมาอย่าสงบ เขาอยู่นิ่งไม่ตอบโต้หรือแสดงอาการหวาดกลัวใด แม้ปลายมีดแหลมจะกดลึกลงจนเลือดซึมออกมา

"ท่านฆ่าคนที่ข้ารักไปอีกหนึ่งคนแล้วจิน..."

"ข้ารู้..."

เขาตอบกลับมาเช่นเดิม

"ทั้งที่ท่านสัญญาไว้แล้ว...ทั้งที่ท่านสาบาน"

น้ำตามากมายไหลทะลักลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกที่คาซึยะมีตอนนี้คือความเจ็บปวด ทุกคนที่คาซึยะรัก ทุกคนที่รักคาซึยะในฐานะมนุษย์คนหนึ่งต้องมาตายด้วยน้ำมือของจิน จินคนที่รักคาซึยะมากมาย เป็นเรื่องน่าขำสิ้นดี

ยิ่งคิดยิ่งเห็นภาพโชที่คอยดูแล คาซึยะ โชที่ช่วยเหลือคาซึยะ ฉุดร่างบอบบางออกจากความทุกข์ใจ ความอบอุ่นจากโชราวกับเป็นพ่ออีกคนของคาซึยะ

ปลายมีดแหลมคมกดลงมาขึ้น หัวใจดวงน้อยยิ่งเจ็บจนแทบแตกสลาย คาซึยะสะดุ้งเมื่อจู่ๆมืออุ่นก็ยกขึ้นปาดน้ำตาออกมากแก้มให้ นัยน์ตาสีน้ำตาลมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งที่จินสามารถขยับกายได้รวเร็วจนคาซึยะไม่ทันตั้งตัว ทำไมถึงไม่ดึงมีดนี้ออกไปเสีย ทำไมกัน...

"อย่างร้องไห้เลยนะ...เจ้าทำให้ข้าเจ็บปวดไปด้วย"

คาซึยะไม่เข้าใจเลยสัดนิดว่าทำไมจินต้องยิ้มให้ในเวลาเช่นนี้ด้วย มืออุ่นไล้แก้มนวลอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาสีนิลยังคงมองมาด้วยความรักใคร่ไม่ต่างจากเดิม แม้ในยามนี้ก็ตาม

"ข้ารู้ว่าทำผิดกับเจ้าไว้มาก..."

เสียงนุ่มเอ่ยออกมา ซึมลึกเข้าถึงหัวใจที่กำลังปวดร้าว

"หากความตายของข้าทำให้เจ้าหยุดร้องไห้ได้...ก็ฆ่าข้าเสียเถิดคาซึยะ ข้ายินดีจะตายหากทำให้เจ้าหายทรมาน"

นั้นคือความจริงจากใจของเขา ไม่ได้โกหกหลองลวงให้คาซึยะใจอ่อน ทุกสิ่งทุกอย่างของจินเป็นของคาซึยะ แม้กระทั่งชีวิต...

ชั่ววินาทีที่ราวกับขั่วนิรันดร หัวใจวงน้อยปวดร้าวทรมนจนไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดใด คำพูดของจินกำลังทำร้ายคาซึยะอย่างโหดร้าย ดวงตาสีนิลที่มองมาอย่างแสนรักกำลังกรีดลงบนความรู้สึก ทั้งที่รักกันมากขนาดนี้...ทำไมถึงไม่อาจอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้เสียที

"ท่านใจร้ายที่สุดจิน..."

เด็กหนุ่มผละออกจากร่างสูง มือน้อยอ่อนแรงทิ้งลงข้างตัว ปล่อยให้มีดตกลงปักพื้นพรมข้างเตียง น้ำตาใสสะอาดยังคงไหลรินออกมาจากนัยน์ตาแสนเศร้า

"ท่านก็รู้ว่าข้าฆ่าท่านไม่ได้...ท่านรู้ดี ทำไมถึงได้พูดแบบนั้น"

เด็กหนุ่มสะอื้นออกมาเสียงดัง ร่างบอบบางสั่นสะท้าน ความรู้สึกกดดันมากมายที่คาซึยะรับไว้กำลังเล่นงานอย่างสาหัสสากันต์

"ข้าพูดตามที่ใจข้าต้องการบอกกับเจ้า..."

"ทำไมท่านไม่แก้ตัว...ทำไมละจิน"

"เพราะว่าข้าไม่มีคำแก้ตัวให้เจ้า...ข้ามีเพียงชีวิต หัวใจ และความรักให้เจ้าเท่านั้นคาซึยะ"

อีกครั้งที่เสียงครางอย่างทุกข์ทรมานหลุดจากริมฝีบางสั่นเครือ แม้คาซึยะพยายามจะเก็บกลั้นไว้มากมายเพียงไร แต่ก็ไม่อาจต้านทานความรู้สึกรวดร้าวนี้ได้

ร่างน้อยเอนซบลงบนอดคนรักอย่างอ่อนแรง ใบหน้าเปื้อนน้ำตาซุกลงสะอื้นออกมาจนคนฟังรู้สึกสงสาร ชายหนุ่มขยับกายช้าๆ โอบร่างน้อยไว้ด้วยความรัก มืออุ่นลูบแผ่นหลังปลอบโยนหัวใจที่แตกสลายไม่มีชิ้นดี

คาซึยะรู้ดีว่าจินรักตนมากเพียงไร ไม่ต่างจากที่รู้ว่าหัวใจดวงนี้รักจินยิ่งกว่าสิ่งใด แม้จะอยากอยู่เคียงคู่ตลอดกาลแต่ก็ไม่อาจเป็นไปได้ ในเมื่อโชคชะตาได้กำหนดสิ่งนี้มา ทุกสิ่งยอมเป็นไปเช่นนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลง

แต่ครั้งนี้คาซึยะจะไม่ยอมแพ้ จะไม่ยอมนั่งนิ่งมองเรื่อวราวที่กำนหนดไว้โดยไม่อาจทำสิ่งใดได้ จะไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก...หากโชคชะตากำหนดให้จินต้องจากคาซึยะไป...คาซึยะจะเปลี่ยนมันด้วยตัวเอง

ร่างน้อยขยับออกจากอ้อมอกอุ่น ใบหน้าไร้เดียงสาเปรอะคราบน้ำตาหากแต่ดวงตาฉายแววมุ่งมั่นอย่างประหลาด

"จิน...ข้ามีเรื่องจะขอท่าน"

ชายหนุ่มทำได้เพียงขมวดคิ้วมองและพยักหน้ารับ

"พรุ่งนี้ท่านจะต้องกลับไปโลกปีศาจและต้องไม่ออกมาจากที่นั้นอีก"

คำขอของคาซึยะดูเหมือนจะเกินความคาดหมายของเขามากทีเดียว แม้จินจะสงสัยมากเพียงไรแต่ก็ไม่ถามว่าทำไม

"ท่านต้องสัญญา...นะจิน"

"ข้าสัญญา..."

เขาตอบกลับอย่างว่าง่าย ร่างบางขยับเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่น ที่จะใช้เป็นพี่พักพิงในค่ำคืนสุดท้าย นัยน์ตาเรียวปิดลงอย่างอ่อนล้า มืออุ่นลูบไล้ผมนุ่มช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกเป็นสุข ลมหายใจอุ่นเป่ารดสำม่ำเสมอ ชายหนุ่มเอียงหน้ามองใบหน้าเด็กหนุ่มที่แนบอกตนอยู่

คืนนี้ทาคุยะจะรออยู่บนฟากฟ้า...

เขาขมวดคิ้ว เบนหน้าออกไปทางหน้าต่าง มองฟ้าสีดำมืด ทาคุยะคงจะกำลังเฝ้ารออยู่ที่นั้น รอเพื่อที่จะได้ทำสงครามให้ทุกสิ่งจบสิ้นเสีย เขาเองก็ปรารถนาเช่นนั้น เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นแล้ว ทุกสิ่งก็ไม่อาจจบลงได้

ร่างน้อยขยับซุกหน้าลง พร้อมโอบกอดร่างชายหนุ่มไว้แน่น นัยน์ตาสีนิลมองก่อนจะเบี่ยงกายจรดริมฝีปากลงบนกลีบปากบางนุ่ม

นี่ไง เหตุผลที่จินจะไม่ไปหาทาคุยะ...

ในเมื่อสัญญาแล้ว จินจะไม่ยอมผิดสัญญาทำให้คาซึยะเสียใจอีกต่อไป...เขาสาบานกับตัวเองไว้แล้ว และครั้งนี้จะไม่มีข้อยกเว้นใดทั้งสิ้น

ใช่ว่าหวาดกลัวทาคุยะ หากแต่กลัวว่าคาซึยะจะต้องเสียใจ และจะไม่ยอมรักจินอีก นั้นสิ คือสิ่งที่เขากลัวมากกว่าสิ่งใดในโลก ชายหนุ่มโอบร่างบอบบางหลวมๆ ซุกแก้มลงกับกลุมผมสีน้ำตาล หลับตาลงปล่อยให้เวลานำพาเขาสู้นิทรา

ค่ำคืนนี้กำลังจะผ่านพ้นไป ห้องหอในค่ำคืนแรกของการแต่งงานดูจะไม่งดงามนักหากแต่ก็ยังคงความอบอุ่นเช่นทุกวันที่คาซึยะได้อยู่เคียงข้างจิน

นัยน์ตาหวานลืมโพลงในความมืด เด็กหนุ่มนอนนิ่งซึมวับความรักจากอีกร่างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะรู้สึกเจ็บปวดเมื่อคิดถึงอนาคต

แม้จะปวดร้าว แต่ต้องทำ เพื่อทุกสิ่งจะได้ยุติลง
แม้จะต้องทรมาน แต่เพื่อความรัก
โชคชะตาจะกำหนดชะตาของคาซึยะได้เป็นครั้งสุดท้าย...

.................................................................................

"ท่านจะยอมทำทุกอย่างหรือไม่โช..."

"ข้ายอม...หากนั้นจะทำให้อาคานิชิตาย"

"หากท่านต้องสละชีวิตละ..."

"ข้า..."

"หากคาซึยะเห็นท่านตายต่อหน้า...คาซึยะอาจยอมสังหารจิน"

"หากไม่เป็นเช่นนั้นละ..."

"ชีวิตท่านจะไม่สูญเปล่า...อย่างน้อยจินก็จะบาดเจ็บและ เขาจะยอมมาพบข้า ทำสงครามกับข้าตัวต่อตัว"

....................................................................................

ท่ามกลางท้องฟ้าสีน้ำเงินหม่นหมอง ร่างชายหนุ่มทั้งสองยืนคว้างบนอากาศ ต่างจดจ้องใบหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาเกลียดชัง สายลมบนห้วงเวหาพัดแรงจนเสื้อคลุมปลิวไปด้านหลัง นัยน์ตาสีแดงชาดจับจ้องดวงเนตรสีเทาจางไม่ลดละ เสียงหวีดหวิวของสายลมดังก้องในความเงียบ หัวใจทั้งสองดวงเต้นระทึกหากแต่ภายนอกยังคงแสดงออกแต่ความสงบนิ่ง

"นึกไม่ถึงว่าจะมีวันนี้...วันที่ข้ากับเจ้าเผชิญหน้ากันตามลำพังไม่มีกองทัพอยู่เบื้องหลัง"

สุรเสียงจากร่างในชุดสีขาวกระจ่างแทบจะสะท้อนในความมืด แม้น้ำเสียงจะเนิบนาบเยือกเย็นแต่ก็ปกปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด

"ข้าเองก็ไม่เคยคิด..."

นัยน์ตาสีแดงลุกวาว ริมฝีปากแดงชาดยกยิ้มขึ้น

"เจ้าคือฝ่ายผิดจิน...รู้เช่นนั้นแล้วจงก้มหน้ายอมรับโทษของเจ้าเสียเถิด"

"ผิด...ความผิดของข้าคือสิ่งใดกัน ท่านเองต่างหากที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราววุ่นวายทั้งหมดนี้"

ชายหนุ่มหัวเราะเสียงเยาะเย้ย นัยน์ตาสีแงดมองอีกฝ่ายหยามเยียด

"เจ้าทำผิดกฏของเทพ"

"เช่นนั้นแล้วข้าก็ไม่อาจรับโทษจากท่านได้ เพราะข้าไม่เคยคิดว่าความรักของข้าคือความผิด"

ร่างในชุดสีขาวจับจ้องอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาสีเทาซีด อีกร่างที่มีใบหน้าคมกริบและดวงตาสีแดงชาด เสื้อคลุมสีดำพลิ้วสยาย ด้วยแรงลมแห่งโทสะของอีกฝ่าย หากแต่ดวงหน้าหล่อเหลาไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความหวั่นไหวปรากฏ

"ความรักคือสิ่งต้องห้ามของเทพเจ้า"

"ทำไมกัน ในเมื่อใครๆก็รักได้ ใยเทพจึงรักไม่ได้!"

"เพราะเทพเจ้ามีอำนาจเหนือสิ่งใด เทพเจ้าไม่มีความรักนั้นคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเทพได้ หากเมื่อใดเรารู้จัความรัก เทพก็จะกลายเป็นเพียงมนุษย์ที่รัก โลภ และไม่อาจทนต่อสิ่งชั่วร้ายอื่นใดได้ ความเห็นแก่ตัวนี้ทำให้ท้ายที่สุดจะเอาอำนาจไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อให้ได้ความรัก"

"แต่เทพนั้นก็มีจิตใจ"

เสียงชายหนุ่มตบอกลับมาเสียงเย็น ทาคุยะยิ้มอ่อนโยนให้จินก่อนตอบกลับไป

"จริงที่เรามีจิตใจเช่นเดียวกันกับมนุษย์ แต่เราไม่อาจเอาความรู้สึนั้นมาใช้กับพลังที่เราได้รับ...หน้าที่เราคือปกปักรักษา ความรักจะทำให้จิตใจของเทพเจ้ากลายเป็นปีศาจ เมื่อเราอ่อนแอไม่อาจทัดทานความรักได้ เมื่อนั้นเราก็ไม่อาจอยู่เป็นเทพได้"

"ชีวิตอมตะโดยไร้ซึ่งรัก...น่าขำสิ้นดี"

จินส่ายหน้า ขณะหัวเราะขมขื่น

"เพราะความรักคือยาพิษแสนร้ายกาจ ทำให้ตายทั้งเป็น"

"วันนี้คือวันตัดสินจิน...ไม่เจ้า ก็คือข้าที่ต้องแตกสลาย" ร่างสีขาวขยับเคลื่อนกาย ราวกับเดินอยู่บนอากาศ นัยน์ตาสีซีดจ้องมอง หากแต่ซาตานไม่ตอบโต้ เขาใช้สายตาดุดันมองตอบด้วยความว่างเปล่า ริมฝีปากอิ่มของจินขยับเบา

"งั้นท่านก็ลงทัณฑ์ข้าเสียเถิด"

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา หัวใจเจ็บปวดบีบคั้น ท่ามกลางท้องฟ้าสีเข้มนี้ เขาทำได้เพียงยืนลอยคว้างราวถูกสาป ก่อนที่แสงสีขาวสว่างจ้าจะสะท้อนเข้ามาในตา วาบทั้งร่างของเขาไว้ พร้อมความเจ็บปวดรวดร้าวที่พุ่งเข้าเสียดแทงทั้งร่างกาย

หากต้องอยู่อย่างไร้ซึ่งหัวใจเช่นนั้น ข้ายอมสละชีวิตอมตะนี้เพื่อความรัก...

ทาคุยะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างของซาตานหล่นลงไป เขาไม่คิดว่าจินจะยืนเฉยไม่หลบหลีกคลื่นพลังจากเขา ทำไมทุกสิ่งจึงจบลงง่ายดายเช่นนี้ ซาตานกำลังจะตายต่อหน้าเขา ทั้งที่เคยทำสงครามกันมานับหลายพันปี แต่จินยอมพ่ายแพ้ยืนรับความตายที่เขามอบให้อย่างง่ายดาย

ร่างในชุดสีดำร่วงลงมาจากท้องฟ้าสีเข้ม แขนขาลู่ลงอย่างไร้เรี่ยวแรง นัยน์ตาสีแดงชาดเบิกค้างมองท้องฟ้าที่มืดมิดตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นค่อยเบาเสียงลงทีละน้อยจนไม่อาจรับสัมผัสจากก้อนเนื้อนั้นได้อีก ลมหายใจไม่ติดขัดหากแต่กำลังบางเบาลงทุกวินาที

แบบนี้...ดีที่สุดแล้ว...

นัยน์ตาคมปิดลง แว่วได้ยินเสียงคุ้นหูดังจากที่ห่างไกล เสียงเรียกชื่อนี้เองที่แสนรัก อยากจะหันไปยังต้นเสียงหากแต่ไร้ซึ่งกำลังแม้จะลืมตาขึ้น

"คาซึยะ!..."

นัยน์ตาคมเฝ้ามองร่างตนที่กำลังร่วงลงมาด้วยความรู้สึกหวาดกลัวสุดหัวใจ วินาทีที่ร่างนั้นค่อยกลับกลายเป็นอีกคน ความรู้สึกชาด้านไปทั้งกายก็กัดกินไปถึงหัวใจ

ละอองสีอมฟ้าราวหิ่งห้อยโอบล้อมร่างซาตานที่กำลังร่วงลงมา เส้นผมสีดำกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน ผิวกายกระจ่างขาว เสื้อผ้าทั้งกายกำลังเปลี่ยนเป็นชุดสีขาว ปีกสีเข้มของซาตานถูกย้อมจนกลายเป็นขนนกสีขาวอ่อนนุ่มละมุนตา หากแต่ปีกนั้นดูอ่อนแอจนไม่อาจพยุงร่างน้อยไว้ได้เลย

ซาตานตัวจริงยืนค้างอยู่ระเบียงห้องก่อนจะเปลี่ยนร่างกายมนุษยืนี้ให้กลายเป็นเทพ ปีกสีเขยับทันที โผบินขึ้นมุ่งตรงไปยังร่างสีขาวนั้นด้วยความรวดเร็ว ร่างบอบบางถูกโอบอุ้มอย่างทะนุถนอม

หัวใจหนึ่งดวงอ่อนล้าเต้นช้าลงทุกที หากแต่อีกดวงกำลังเต้นรุนแรงอาละวาดอย่างบ้าคลั่งในอก นัยน์ตาสีแดงมองใบหน้าขาวซีดของร่างในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น แขนที่แกร่งมันสั่นระริก

"คาซึยะ..."

ราวกับไม่ใช่เสียงของเขาเลย มันสั่นสะท้านจนคุมไม่อยู่ ความรู้สึกกลัวที่จินแทบไม่เคยสัมผัสมาตลอดทั้งชีวิตกำลังกัดกินหัวใจดวงนี้แทบกระอัก เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ รู้เพียงหัวใจกรีดร้องด้วยความทรมาน

ร่างซาตานโอบอุ้มนางฟ้าสีขาวกระจ่าง มุ่งตรงลงไปยังดาดฟ้าของหอคอยหนึ่งในปราสาท แขนทั้งสองโอบอุ้นกายเย็นเฉียบด้วยมือสั่นเทา ใบหน้าหวานเอนซบลงมาอย่างไร้กำลัง เจ็บแปลบไปถึงข้างในคนมอง

ซาตานรู้ว่าเขากำลังสั่นแต่มันก็ไม่อาจควบคุมไว้ได้ ปีาดำหุบลงเมื่อถึงพื้นหิน เขาทรุดลงวางร่างน้อยไว้บนตัก ร่างปวกเปียกอ่อนแรง ดวงหน้าไร้เดียงสาที่โอนเอนกำลังฆ่าจินทั้งเป็น

มือเย็นสั่นสัมผัสแก้มนวลที่ซีดลงถนัดตา สัมผัสถึงผิวกายเย็นชืดแล้วยิ่งเจ็บ ชายหนุ่มกัดริทฝีปากตนไว้ กลั้นความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา นิ้วเรียวเรียกร้องให้อีกฝ่ายลืมตาขึ้นมา

นัยน์ตาสีน้ำตาลใสกระจ่างมองมาที่เขา ริมฝีปากสีเรื่อคลี่ยิ้มอ่อนหวานเช่นทุกครา

"จิน..."

เพียงแค่เสียงนี้เรียกชื่อเขาออกมา หัวใจดวงนี้ก็แทบแตกสลาย น้ำตาที่ไม่เคยคิดว่าตนจะมีกำลังไหลริมจากเนตรสีแดงชาด

"อย่า..."

เสียงครางขาดห้วงของคาซึยะดังขึ้น มือน้อยยกขึ้นแตะลงบนแก้มชายหนุ่ม หมายจะปาดคราบแห่งความทุกข์ระทมของจินออกไป มือที่อุ่นกว่าจับไว้ หัวใจทั้งสองต่างรู้แกใจดีว่าเวลาทุกวินาทียามนี้มีค่ามากเพียงไร เม็กทรายในนาฬิกาแก้วกำลังไหลลงมาและเหลือเพียงน้อยนิด

วินาทีแห่งการลาจากใกล้เข้ามาเรื่อย

"ทำไมต้องทำเช่นนี้ด้วย...ทำไม คาซึยะ"

เขาพูดออกมา ช้อนแผ่นหลังบอบบางเข้ามาแนบกาย จุมพิตดวงหน้าของอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่า

"ข้าไม่ได้ต้องการเช่นนี้เลย"

เสียงสะอื้นของจินสะเทือนไปถึงหัวใจอ่อนแรงของคาซึยะ

"ข้าเองก็ไม่ต้องการ..."

น้ำตาใสไหลรินจาดดวงตาสีน้ำตาล เด็กหนุ่มซึมซับความเจ็บปวดของจินไว้พอๆกับความรัก มือเย็นไล้ลงบนหลังอีกฝ่าย

"อย่าลืมสัญญานะ...กลับไป อย่าให้เขาพบท่านอีก "

ไม่เช่นนั้นชีวิตของข้าที่สละให้ท่านจะไร้ความหมายจิน...

แม้ในยามนี้คาซึยะยังทวงถามถึงสัญญา หัวใจที่ปวดร้าวของจินจะทำเช่นไรได้ เขารีบพยักหน้า

"เจ้าช่างใจร้าย...จะจากข้าไปในที่ๆข้าไม่อาจตามหาเจ้าได้"

"ข้าเชื่อว่าสักวันท่านจะต้องหาข้าพบ..."

รอยยิ้มแสนหวานปรากฏบนใบหน้างดงาม ในเวลาแสนเศร้าเรื่องราวความรักที่มั่นคงตลอดหลายร้อยหลายพันปีมันจะยังคงอยุ่ยั่งยืนและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในหัวใจทั้งสอง

แม้ฟ้าดินสิ้นสลายหัวใจทั้งสองจะยังคงมั่น ความรักจะยังคงติดตามผู้กพันไปทุกภพชาติตลอดกาล

ริมฝีปากสั่นระริกแนบลงกับกลีบปากนุ่ม จุมพิตแสนอ่อนหวานไม่ต่างจากเดิม หากแต่ตอนนี้มันช่างทรมานทั้งสองเหลือเกิน ละอองสีฟ้าค่อยๆกระจายตัวและเพิ่มมากขึ้นในอากาศ โอบล้อมร่างน้อย หากแต่ความจริงละอองนั้นคือร่างของคาซึยะที่ค่อยๆกลายเป็นธุลีผงสีสว่าง

ร่างนางฟ้าค่อยซีดจางลงทุกทีและค่อยสลายกลายเป็นละอองเรืองแสง ริมฝีปากนุ่มกดย้ำลงไปจุมพิตครั้งแล้วครั้งครั้งเล่าจนในอ้อมแขนของเขาเหลือเพียงความว่างเปล่า ไม่อาจรับรู้ถึงริมฝีปากนุ่มของคาซึยะได้อีกแล้ว ประกายผงธุลีพราวระยับลอยฟุ้งรอบกาย เจ้าชายน้อยกลายเป็นเพียงละอองแสงในอ้อมกอดคนรัก

นัยน์ตาแดงชาดเปิดขึ้นมองความว่างเปล่าตรงหน้าด้วยหัวใจแตกละเอียด เขาคว้าอากาศเข้ามากอดแนบกาย กรีดร้องออกมาอย่างทรมาน

แหวนเงินตรงอยู่ตรงหน้า สะท้อนแสงสีเงินที่ลอยฟุ้งรอบกาย นิ้วเรียวหยิบแหวนเย็นเฉียบขึ้นมา จับมันไว้แนบอก กดแรงราวกับอยากให้มันจมหายไปในกาย

แหวนแห่งไฟ อหวนในตำนานที่กักขังวิญญาณจินไว้ ตอนนี้คือของต่างหน้าคาซึยะ...นางฟ้าที่จินรักสุดหัวใจ

ร่างสีขาวยังคงยืนนิ่งอยู่ เขาเฝ้ามองนางฟ้าและซาตาน มองด้วยความทรมานใจไม่ต่างจากทั้งสอง วินาทีนี้เองที่เขาเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

ความรักของจินและคาซึยะช่างงดงามและบริสุทธิ์ ต่างจากของเขา...

ทาคุยะเพิ่งจะรู้ว่า ความรู้สึกที่มีของตนคืออะไร เขารักคาซึยะ...และความรักของเขาเองต่างหากที่แสนจะสกปรก เห็นแก่ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คาซึยะมา

ตลกสิ้นดี พยายามขัดขวาง กีดกันไม่ให้รัก แต่ตัวเขาเองต่างหากที่ทำผิด

ร่างสูงก้าวเข้ามาหา ซาตานเงยหน้าขึ้นมอง เขายกยิ้มอ่อนแรง

"ฆ่าข้าเสียเถอะทาคุยะ...ข้าไม่อาจทนใช้ชีวิตอย่างทรมนเช่นนี้ได้"

"ข้าไม่อาจทำเช่นนั้นได้"

"ทำไมกัน...ในเมื่อท่านสังหารคาซึยะเพราะความรักของเรา ข้าเองก็สมควรรับโทษนั้นด้วยไม่ใช่หรือ"

"เพราะนั้นไม่ใช่สิ่งที่คาซึยะต้องการ"

คาซึยะปลอมกายเป็นจิน ยอมตายเพื่อความรัก ตายแทนจินอย่างกล้าหาญเพื่อให้จินกลับไปยังโลกปีศาจ และไม่ให้กลับมาอีก เท่ากับว่าจะไม่มีใครรู้ว่าซาตานยังมีชีวติอยู่ ทั้งที่คาซึยะเองต่างหากที่ตายแทนจิน ทั้งสองรู้แก่ใจว่าคาซึยะวางแผนอะไรไว้ แม้มันจะไม่สำเร็จก็ตาม แต่การเสียสละของคาซึยะจะไม่สูญเปล่า...

"นี่เป็นสิ่งเดียวที่ข้าทำให้เจ้าทั้งสองได้..."

ทาคุยะเอ่ย เขายื่นมือออกไป คว้าละอองธุลีสีฟ้าไว้ในกำมือ หลอมรวมแสงสีอ่อนนวลให้กลายเป็นแหวนอีกวงในมือ ทุกอย่างเหมือนกับแหวนแห่งไฟหากแต่วงนี้เล็กกว่าอีกวงมาก ทาคุยะยื่นแหวนให้จินที่รับมันไว้

"คาซึยะจะกลับมา แม้อาจใช้เวลานับร้อยนับพันปี...กว่าจะหลอมรวมธุลีเป็นร่างได้ใหม่ แต่คาซึยะจะกลับมา"

นัยน์ตาแดงชาดสบมองเนตรสีเทา

"ความทรงจำและส่วนหนึ่งของคาซึยะอยู่ในนั้น"

ทาคุยะชี้ไปยังแหวนที่มอบให้จิน

"เจ้าจงรอวันที่จะได้พบกับคาซึยะอีกครั้ง..."

ข้าจะเฝ้ามองพวกเจ้าทั้งสอง และขอให้มีความสุขเสียทีเถอะ...จิน คาซึยะ

"ไม่ว่านานเพียงไร...ข้าจะต้องพบเจ้าจนได้...คาซึยะ"


.................................................................................

ท่ามกลางกาลเวลาที่แปรผันนับร้อยนับพันปี จากพื้นที่รกร้างเป็นหมู่บ้าน เรื่อยมาจนกลายเป็นอาคารพาณิชน์ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านไม่มีช่องว่างให้ต้นหญ้าสักต้นได้แทรกจากพื้นดิน ใจกลางความเจริญและความวุ่นวายในเมืองหลวง

ร่างบอบบางในชุดนักเรียนสีดำกำลังยืนตากฝนอยู่หน้าสถานีรถไฟ เด็กหนุ่มกอดกระเป๋าทั้งสั่นสะท้าน เช้านี้เป็นอีกวันที่เด็กหนุ่มต้องรีบเร่งไปถึงโรงเรียนให้ทันเวลา หากแต่ฝนเจ้ากำดันตกไม่หยุดเสียนี้ ลำพังจะให้ตากฝนไปก็คงจะจมน้ำตายก่อนได้ถึงห้องเรียนแน่

นัยน์ตาสีน้ำตาลมองขึ้นไปบนฟ้าที่ยังคงมืดครึ้ม น้ำฝนเม็ดใหญ่ร่วงกราวไม่หยุด แต่ดูท่าจะยืนตรงนี้ไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา ฝนนี้คงจะไม่หยุดตกแน่ วันนี้ยิ่งมีสอบย่อยเสียด้วย ถึงไม่อยากแต่ก็จำต้องเดินฝ่าฝนที่กระหน่ำลงมา

เด็กหนุ่มรีบวิ่งออกจากสถานนีรถ ด้วยความรีบเขาจึงข้ามถนนทั้งที่สัญญาณไปยังเป็นสีเขียว ร่างเปียกปอนวิ่งไปจนเกือบถึงทางเท้าอีกฝั่ง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อรถฝั่งนั้นพุ่งเข้ามา

เสียงแตรรถดังลั่น หากแต่เขาไม่อาจขยับไปไหนได้ ด้วยความตกใจเด็กหนุ่มยืนค้างอยู่ตรงนั้นนัยน์ตาหวานมองรถสีดำปราดเข้ามาหาตน วินาทีที่คิดว่าคงจะไม่เหลือรอดไปสอบแล้วแน่ๆ

ร่างน้อยล้มลงไปกองอยู่บนทางเท้า คล้ายมีอะไรบางอย่างผลักให้เด็กหนุ่มหลุดออกจากถนนไป ร่างบอบบางครางอย่างเจ็บปวด บาดแผลถลอกที่มือสองข้าง เลือดไหลซึมออกมาพอสมควร

รถสีดำคันนั้นจากไป เหลือเพียงคาซึยะที่นั่งกองอยู่ริมถนน ฝนยังคงตกมาไม่หยุด หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นจัดการเก็บกระเป๋าขึ้นมาด้วยมือสั่นๆ

"เกือบไปแล้วเรา..."

เสียงใสเอ่ยกับตัวเอง ขณะเงยขึ้นมา ร่างสีดำที่ฝั่งตรงข้ามสะดุดตา นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง มองร่างสูงโปร่ง นัยน์ตาคมกริบสีแดงจ้องกลับมาไม่ลดละ แววตาเย็นเหมือนน้ำแข็งนั้นยังคงจำได้ดี มันเย็นจนแช่แข็งหัวใจคาซึยะมานับครั้งไม่ถ้วน ร่างสูงสง่าในชุดสีดำแปลกตา เขาสีดำงอกยาวจากผมสีเดียวกัน ปีกใหญ่กางอยู่ด้านหลัง

"คาซึยะ..."

เสียงนุ่มเรียกชื่อเขา แม้จะอยู่กลางสายฝนแต่เขาก็ได้ยินชัดเจน แต่เมื่อคาซึยะกระพริบตา ร่างที่ยืนมองเขาอยู่อีกฝั่งของถนนก็หายไปในอากาศ

ในที่สุด...ข้าด็ได้พบเจ้า นางฟ้าของข้า

 

 

 

 

 

end...


งดรับ comment คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชั่วคราว เพื่อตรวจสอบปัญหา Spam ครับ
ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

fictionforever