Fate 13-23 End
Fate
Chapter 13
เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามไรผม ทั้งๆที่เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเต็มที่ก็ไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในร่างของชายหนุ่มลดลงได้เลย ไอร้อนเพราะพิษไข้ยิ่งทวีขึ้นในกาย สร้างความทรมานไม่น้อย ร่างสูงที่นอนบนฟูกนุ่มดิ้นทุรนทุรายอยู่ไม่สุข
" อื้อ...คาซึยะ" เสียงครางแหบแห้งจากริมฝีปากอิ่มซีดเผือด อุณหภูมิร่างกายที่สูงจนน่าตกใจ สร้างความปั่นป่วนในกายให้ร้อนรุ่ม
ผ้าขนหนูชุ่มน้ำเย็นจัดค่อยๆซับหน้าผากที่ร้อนจัด หมายจะลดอุณหภูมิในกายให้ต่ำลง ลดความทรมานให้แม้สักนิดก็ยังดี ยามะพีถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อเช็ดตัวให้คนป่วยเสร็จ มือน้อยทิ้งผ้าขนหนูในมือลงในอ่างน้ำ ดวงตากลมโตทอดสายตาสงสารให้ชายหนุ่มที่ยังหลับใหลด้วยอาการไข้พิษที่เล่นงานไม่หยุดหย่อน
ซักพักฉากกั้นห้องก็เลื่อนออก พร้อมร่างชายหนุ่มในเครื่องแต่งกายภูมิฐานก้าวเข้ามา ยามะพีหันไปมองเมื่อพบว่าเป็นยูอิจิจึงยิ้มให้
" เป็นยังไงบ้าง ยามะพี " ชายหนุ่มเอ่ยถาม ขณะที่เข้ามานั่งประชิดร่างน้อยในชุดยูคาตะสีหวาน
"ยังไม่ดีขึ้นเลยฮะ ตัวร้อนจี๋ แถมยังไม่ยอมตื่นอีก"
" อย่างจินเนี่ย แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก" ยูอิจิกล่าว เขาเลื่อนมือไปวางทับมือน้อยที่ตักเด็กหนุ่ม
" ฮะ แล้วยูไม่เข้าบริษัทเหรอ?"
" อืม ฉันกำลังจะไป ช่วงนี้คงกลับบ้านไม่เป็นเวลานะ บางวันอาจไม่กลับ"
"งานยุ่งมากเลยเหรอฮะ "
"ที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อยน่ะ อยู่คนเดียวได้นะ "
เด็กหนุ่มรีบพยักหน้ารับ ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มหวาน "ได้ฮะ " เด็กหนุ่มตอบเสียงใส น่ารักจนยูอิจิต้องโอบไหล่ยามะพีไว้ โน้มศีรษะให้เอนซบซอกคอเขา
" เป็นเด็กดีนะ " ริมฝีปากอุ่นจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากมน ดวงตากลมโตหลับพริ้มอย่างว่าง่าย
"ยูก็อย่าโหมงานหนักมากนะฮะ เดี๋ยวจะไม่สบาย" ยามะพีว่าด้วยความเป็นห่วง
"ครับ " เสียงขานรับพร้อมรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมสัน เด็กหนุ่มซบอิงร่างสูงอย่างเอาใจ หมู่นี้ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไหร่ เพราะยูอิจิงานยุ่งมาก ด้วยเหตุที่บริษัทกำลังประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างหนัก รู้ว่ายูอิจิกำลังยุ่งเรื่องงาน ยามะพีเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยไม่อยากให้ยูอิจิมาเหนื่อยเรื่องเขาอีก ยามะพีจะเป็นเด็กดี ไม่สร้างปัญหาให้ยูอิจิปวดหัว แค่นี้ยูอิจิก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว
.........................................................................................
นัยน์ตาสีชาทอดมองไปยังจอภาพของโน๊ตบุ๊ค ทั้งที่คิดว่าจะตั้งใจทำงาน แต่ตอนนี้สมองของเขาไม่ได้จดจ่อกับเครื่องมือตรงหน้านี้เลย นิ้วเรียวเล็กเคาะลงบนคีย์บอร์ดสีเข้ม ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยที่เจ้าตัวเหม่อลอย ไม่ได้มีใจในการเขียนงานที่ตนรักเลยสักนิด สีหน้าซึมเศร้า เด็กหนุ่มได้แต่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปไกลทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงานเอาเสียเลย
" โอ้ย แย่จริง " คาเมะอุทานเบาๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าหน้าจอคอมฯ ตอนนี้มันเละไปหมดแล้ว นี่มือเขาทำอะไรไปบ้างเนี่ย
" บ้าชะมัด " เด็กหนุ่มบ่นขณะ ลบข้อความบ้าบอที่ทำให้งานของเขาเสียไปหมด นี่เขาเป็นอะไรไป ไม่มีครั้งไหนที่เขียนไม่ออก ทุกครั้งที่ตั้งใจจะทำงาน มันก็ลื่นไหลไปได้ตามปกติ หรือว่าเพราะใจของเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้
เสียงกึกกักที่ประตูห้อง ทำให้เด็กหนุ่มรีบหันกลับไปมอง ในใจเขาหวังเป็นที่สุดว่าจะมีใครเปิดประตูนั้นออก และ ใครคนนั้น คือ จิน
แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะเสียงนั้นคือเสียงไปรษณีย์ที่มาสอดเข้าที่ใต้ประตู คาเมะถอนหายใจ นี่เขาหวังอะไรเนี่ย? ความจริงแล้วคนที่ผิด ก็คือจินไม่ใช่หรือ จินต้องเป็นฝ่ายมาขอโทษ มาง้อ เหมือนทุกครั้งสิ ทำไมจินไม่มาสักที จินไปไหน หรือว่าไม่รักกันแล้ว?
เด็กหนุ่มกวาดสายตามองห้องพักที่เขาอยู่คนเดียวมาเกือบทั้งชีวิต ทำไมวันนี้เขาถึงได้รู้สึกเหงาใจจะขาด ทำไมพึ่งสังเกตนะ ว่าห้องที่เขาอยู่คนเดียว มันกว้างเหลือเกิน กว้างจนน่าใจหาย .หรือเพราะขาดใครไปถึงได้ดูโล่งแบบนี้
.........................................................................................
เช้าวันนี้ นับว่าเป็นวันที่ช่างสดใสที่สุดสำหรับโทมะ อย่างน้อยวันนี้เขาก็ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนที่ไม่ชอบขี้หน้าล่ะ เด็กหนุ่มยิ้มร่าเดินเข้าแกลอรี่ที่ดูคึกคักแต่เช้าเชียว ท่าทางวันนี้คงขายภาพได้อีกหลายเลยล่ะ จะได้ช่วยทางบริษัทใหญ่ด้วย ตอนนี้สภาพการเงินไม่ดีเลย
"สวัสดีครับคุณหนู"
"สวัสดีฮะพี่โช" เด็กหนุ่มยิ้มกว้างให้ โชก็ลูบหัวเจ้าตัวเล็กเหมือนทุกครั้ง
"อารมณ์ดีเชียวนะเรา" โชหัวเราะ พลางหยอกล้อกับโทมะอย่างสนิทสนม
"ก็แหม วันนี้ฤกษ์ดีนิฮะ "
"เห?"
"เปล่าฮะ ไม่มีอะไร วันนี้มีงานอะไรให้ผมทำครับ โทมะพร้อมทำทุกอย่างแล้ว~ " เด็กหนุ่มกล่าวอย่างร่าเริง
" งั้นพี่ฝากโทมะดูแลห้องใต้ดินหน่อยนะ วันนี้ไม่มีคนอยู่ กลัวว่ารูปที่ยังล้างไม่เสร็จจะหาย"
" ได้ฮะ " โทมะรับคำ ยิ้มหวานเชียว ดีใจที่ได้งานเบา หรือเพราะว่าวันนี้จะไม่ได้เจอใครบางคนทั้งวันกันแน่
เด็กหนุ่มมุ่งตรงไปยังสตูดิโอชั้นใต้ดินของอาคาร กะว่าวันนี้จะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาที่นั่นทั้งวันเลยเชียว ทันทีที่เปิดประตูห้อง บรรยากาศในห้องนี้น่ากลัวชะมัดในความรู้สึกของโทมะ กลิ่นน้ำยาล้างรูปแปลกๆโชยมาทำเอาฉุนกึกทีเดียว แสงแดดยามเช้าส่องผ่านลอดหน้าต่างที่ติดไว้รับแสงอาทิตย์กันการอับชื้น ห้องทรงเหลี่ยมที่ดูรกรุงรังไปด้วยเครื่องมือสารพัดที่โทมะไม่เคยเข้าใจเลยว่ากะอีแค่ล้างรูป เก็บรูป ต้องใช้อะไรมากมายขนาดนี้ด้วย แต่อย่างน้อยที่นี่ก็สะอาดมากทีเดียว
เด็กหนุ่มเดินสำรวจรอบห้องด้วยความสนใจ เครื่องใช้มากมายที่โทมะไม่รู้จักวางบนชั้นอย่างเป็นระเบียบ ตลอดจนกรอบรูปขนาดใหญ่ที่เรียงกันไว้ที่ผนังห้อง ดวงตาโตใสของเด็กหนุ่มเหลือบเห็นประตูที่เชื่อมติดกับฝาผนังห้อง ด้วยความซุกซน โทมะอดไม่ได้ที่จะเปิดมันออก
ห้องที่เชื่อมติดกันเผยให้เห็นแก่สายตา ห้องนี้รกกว่าเสียอีก แต่มีรูปภาพมากมาย ร้อยติดกับเชือกแขวนไว้ในระดับสายตา ระโยงระยางไปทั่วห้อง จนแทบจะบังเพดานมิด และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โทมะตกใจก็คือ ร่างชายหนุ่มที่นั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ และฟุบหน้าลงบนโต๊ะทำงานข้างหน้า ในมือเขายังถือกล้องถ่ายรูปอยู่อีกด้วย
" นี่นาย " โทมะลองเรียกดู แต่ชายหนุ่มยังคงหลับสนิท
"นี่...นายไอบะ..." ยังคงหลับไม่รู้เรื่อง จนโทมะแน่ใจว่าไอบะหลับสนิท ไม่มีพิษสงใดๆ ร่างบางจึงกล้าเดินเข้าไปใกล้ๆ ดูสิขนาดหลับยังมีกล้องอยู่ในมือ ท่าทางจะรักการถ่ายรูปเอามากๆ
โทมะหัวเราะคิกคักชอบใจ ยิ่งเห็นไอบะหลับสนิทเหมือนเด็ก แบบนี้ ก็น่ารักดี ไม่เหมือนเวลาตื่น คนละคนชัดๆเลย โทมะลอบมองอยู่สักพักแล้วหันไปสนใจ รูปที่ห้อยบนราวเชือกต่อ สักพักนึงเด็กหนุ่มยังคงสนุกกับการไล่ดูรูปทีละใบ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ไอบะตื่นขึ้นมาแล้ว
" มาทำอะไรที่นี่น่ะ!" ไอบะร้องถามเสียงดังด้วยความตกใจ ห้องนี้คือห้องส่วนตัวที่ไม่เคยมีใครเข้ามาได้หากเขาไม่อนุญาต
" อ๊ะ นายตื่นแล้วเหรอ..." โทมะรีบหันกลับมามองอย่างตกตื่น
" ฉันถามว่านายมาทำอะไรที่นี่" ไอบะเค้นเสียงเข้ม ใครจะชอบให้มายุ่งในที่ส่วนตัวล่ะ แถมยังเป็นเจ้าเด็กแสบนี่ด้วย ถึงจะถูกใจจนอยากแกล้ง แต่ก็ไม่ใช่ที่นี่
"ก็ฉันมาดูรูปที่ยังไม่ได้ล้าง พี่โชสั่งให้มา” เด็กหนุ่มพูดเสียงอ่อย เพราะไม่เคยเจอไอบะเวอชั่นนี้มาก่อน ดูดุๆยังไงไม่รู้สิ
"ดูรูป? แต่ที่นี่มันห้องส่วนตัวของฉัน "
"ก็ฉัน เห็นประตูมันไม่ได้ล๊อคก็เลย เปิดมาดู ไม่คิดว่าที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของนายนิ"
ซนไม่เข้าเรื่อง ไอบะได้แต่คิด เขาเห็นสีหน้าสำนึกผิดของโทมะแล้วอยากคว้ามากอดเสียเหลือเกิน ดูสิ ก้มหน้า เก็บไม้เก็บมือเรียบร้อยเชียว
" เอาเถอะ ทีหลังก็อย่ามาเล่นซนแถวนี้อีกล่ะกันนะครับคุณหนู ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น"
" อย่ามาว่าเค้านะ เค้าไม่ใช่เด็กแล้วด้วย!" ท่าทีสงบเสงี่ยมเมื่อครู่หายไปไหนนะ ไม่ทันไรก็แผลงฤทธิ์เสียแล้ว
"งั้นเหรอ " ไอบะยิ้มมุมปาก
" ไม่พูดด้วยแล้ว" โทมะโวยวายออกไป โดยมีไอบะนั่งหัวเราะ มีเรื่องแบบนี้ทุกเช้าก็คงดีพิลึก
.........................................................................................
'จินฮะ จินอยู่ไหน'
'ไหนบอกว่าจะรีบกลับไง ผมรอจินอยู่นะฮะ'
'รีบกลับมาล่ะ .ไม่งั้นผมโกรธจริงๆด้วย'
' พูดจริงๆนะ ! '
'จิน~ ผมล้อเล่น '
'จินเป็นอะไรรึเปล่า เกิดอะไรขึ้นกับจินรึเปล่าฮะ'
' ผมเป็นห่วงนะ '
'คิดถึงจินจังเลย~ รีบกลับมานะ'
'ผมไม่อยากอยู่คนเดียว ไม่มีจินแล้วเหงามากเลย '
' รักจินนะฮะ '
ประโยคแล้วประโยคเล่า น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมสะอื้นเป็นส่วนใหญ่ เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร ได้แต่ฟังเสียงจากเครื่องรับฝากข้อความ เสียงสั่นๆนั้น ทำเอาใจหาย แทบอยากจะแล่นไปหาในวินาทีนี้ แต่เมื่อตระหนักว่าอีกฝ่ายยังคงโกรธเคืองเขาอยู่เป็นแน่ หากไปตอนนี้ก็เท่ากับการเทน้ำมันราดกองไฟ
จินถอนหายใจอีกครั้ง อาการป่วยของเขาเริ่มทุเลาลงแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้จะเป็นปกติ แต่ก็ยังไปไหนได้ไม่สะดวก มียามะพีดูแลอย่างดี ทำให้เขาอดคิดถึงคาซึยะไม่ได้ ทำไมคนที่น่าจะเป็นคนที่ดูแลเขา ไม่อยู่ คาเมะรู้รึเปล่าว่าจินไม่สบาย รู้มั้ยว่าจินอยากให้ดูแล หรือว่ารู้แล้ว แต่ก็ไม่สนใจเพราะคาเมะยังโกรธอยู่
.........................................................................................
Fate
Chapter 14
แสงไฟสีฟ้าอ่อนทอแสงจากเครื่องคอมพิวเตอร์กระทบผิวหน้า ชายหนุ่มได้แต่นั่งจ้องหน้าจออยู่เช่นนั้น อีกทั้งสีหน้าเคร่งเครียดที่ปรากฏบนใบหน้าคมสันตลอดเวลา คิ้วหนาขมวดชิด ในสมองมีแต่เรื่องงบประมาณ ตัวเลข รายได้ ที่มันยังคงตกต่ำจนน่าใจหาย ปัญหาที่เกิดขึ้นในบริษัทเริ่มลุกลามจนไม่อาจหาทางหยุดได้ ตอนนี้ยูอิจิก็ได้แต่คิดหนักหาหนทางการแก้ปัญหานี้
เด็กหนุ่มในชุดนอนยูคาตะผ้าฝ้ายลื่นโปร่งสีขาวสะอาดตา ใบหน้าหวานละมุม ริมฝีปากอิ่มสีสดคลี่ยิ้มบางๆ ร่างน้อยค่อยๆย่องเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ มือน้อยค่อยๆปิดฉากกั้นห้องอย่างเบามือ ไม่อยากรบกวนสมาธิของยูอิจิ เพราะรู้ว่ากำลังใจจดจ่อกับการทำงาน ยามะพีค่อยๆเดินมานั่งคุกเข่าด้านหลังชายหนุ่มโดยที่ยูอิจิไม่รู้ตัวเลย
ร่างสูงยังคงเท้าศอกบนโต๊ะญี่ปุ่นทรงเตี้ย เครื่องโน๊ตบุ๊คที่วางอยู่ตรงหน้ายังคงเป็นที่สนใจของเขาอยู่ ยามะพีมองแผ่นหลังกว้างของคนรัก ยูอิจิในชุดทำงานที่ดูไม่เรียบร้อยเช่นเคย เสื้อเชิ้ตไหมสีครีมปลดกระดุมแทบหมด เนคไทที่รูดลงจนถึงอก ชายเสื้อที่ปล่อยออกข้างนอก พับแขนเสื้อทั้งสองข้างจนถึงศอก เห็นสภาพยูอิจิแล้วนึกสงสาร อยากจะช่วยอะไรบ้าง แต่เขาคงทำอะไรไปได้ไม่มากเท่ากับการอยู่เฉยๆ
ร่างบางสอดแขนเข้าหา มือน้อยวางทาบลงบนทรวงอกราบ ซบใบหน้ากับแผ่นหลังกว้าง กลิ่นหอมละมุนจาหนุ่มน้อยโชยถึงจมูกช่างหอมหวาน ยูอิจิยิ้มบางๆเมื่อรู้ว่าคือยามะพีลอบกอดเขาโดยไม่ให้รู้ตัว เขาวางมือทาบทับสองมือน้อยไว้ ปล่อยให้ร่างบางโอบกอดพลางจูบซอกคอเขาอย่างออดอ้อน
"ยูไปนอนเถอะ" ชายหนุ่มได้แต่ยิ้ม ฟังน้ำเสียงอ้อนๆแล้วแทบลืมความตึงเครียดเมื่อครู่ไปจนสิ้น
"ไปนอนก่อนเถอะ ขอฉันทำงานอีกนิดแล้วจะตามไป "
"ดึกแล้วนะฮะ "
"เหลืองานอีกนิดเดียวเอง "
" แต่ว่า " ร่างบางผละออก สีหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าจะดื้อกับยูอิจิ มือน้อยวางลงบนท่อนแขนแกร่งแผ่วเบา
"เราช่วยอะไรยูไม่ได้เลย " ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ร่างสูงขยับเข้าใกล้ โอบร่างน้อยไว้อย่างถนอม
"แค่อยู่ใกล้ๆฉันแค่นี้ก็พอแล้วล่ะ "
เด็กหนุ่มลอบยิ้มอย่างเขินอาย ซุกใบหน้าเข้าหาอ้อมอกอุ่น แค่ปฏิกิริยาตอบสนองอย่างน่ารักก็ทำเอายูอิจิรู้สึกดีขึ้นมาก เด็กหนุ่มยังคงคลอเคลียอยู่เช่นนั้น นั่งเคียงกายเอนกายอิงแผ่นอกกว้าง แนบใบหน้าชิด ไม่ยอมไปไหน ยูอิจิก็ทำงานไปโดยที่ยามะพีก็ซบอยู่เช่นนั้น นิ่งเงียบ คอยเป็นกำลังใจให้ จนกระทั่งหลายชั่วโมงผ่านไป ยูอิจิเริ่มรู้สึก ล้ามากเหลือเกิน แต่พอเหลือบเห็นร่างน้อยที่ซบอยู่ก็อดอมยิ้มไม่ได้
ดวงตากลมโตที่หลับพริ้ม ขนตางอนยาว ผิวแก้มใส ไปถึงริมฝีปากสีสด ลม
หายใจอุ่นปะทะอกกว้าง หนุ่มน้อยหลับใหลไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ชายหนุ่มลอบจุมพิตแก้มเนียนไปหลายที ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้น อุ้มพาไปห้องนอน
.........................................................................................
แสงแดดยามสายวันนี้ไม่จัดมากคงเพราะใกล้ฤดูหนาวเต็มที ผู้คนมากมายต่างสัญจรกันให้วุ่นวายด้วยว่าวันนี้คือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่หลายคนกำลังเดินทางไปพักผ่อน หรือจับจ่ายซื้อของเสียส่วนใหญ่ เด็กหนุ่มร่างบางในเครื่องแต่งกายธรรมดา เรียบๆแต่ถึงกระนั้นก็ยังคงน่ารักเกินกว่าจะมองว่าเป็นผู้ชาย เรียวหน้ามนใสกระจ่าง ถึงแม้ว่าขอบตาจะดูคล้ำไปบ้างด้วยเจ้าตัว ร้องไห้หนักมาหลายครา
คาเมะเดินมาตามถนน โดยไม่ได้สังเกตุเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นรอบตัว หรือเพราะว่าเขากำลังใจลอยคิดถึงใครบางคนอยู่ กระเป๋าสีน้ำตาลที่เด็กหนุ่มสะพายอยู่นั้น ภายในมีเอกสารและข้อมูล เขากำลังจะเข้าออฟฟิศเพื่อเอาของพวกนี้ไปให้จุนโนะเช่นทุกครั้ง
สายตาคนที่เดินผ่านไปมา ล้วนแล้วแต่มองมาที่เด็กหนุ่ม โดยที่คาเมะไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย แถมด้วยการส่งเสียงซุบซิบพูดคุยกันเกี่ยวกับตัวเขา จนกระทั่ง มีกลุ่มเด็กสาววัยรุ่น อายุใกล้เคียงกับคาเมะเดินเข้ามาทัก
"มีอะไรเหรอฮะ " คาเมะถาม เขาเลิกคิ้วมองกลุ่มเด็กสาวในชุดนักเรียน ม.ปลายที่ท่าทางไม่ใช่เด็กดีเอาเสียเลย
"นี่นายน่ะ! ใช่คนที่เป็นข่าวกับ อาคานิชิ จิน รึเปล่า!" หนึ่งในนั้นถามด้วยน้ำเสียงกร้าว ไม่ใช่วิธีการพูดของคนที่พึ่งเคยเจอหน้ากันเลยแม้แต่น้อย
คาเมะชะงักไป เขาตกใจไม่น้อยที่จู่ๆก็มีคนมาถามถึงเรื่องนี้ และเสียงของเด็กสาวคนนั้น ดูเหมือนจะดังเอามากทีเดียว จนผู้คนรอบข้างหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว
" ใช่แน่ๆ นายนี่แหละที่มีข่าวว่าเป็นเด็กของจิน! "
" ต๊าย ยังมีหน้ามาเดินในที่แบบนี้อีกเหรอ โดนจินว่าไปซะขนาดนั้น หน้าด้านจริงนะนาย"
คำพูดหยาบคาบทำให้คาเมะชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ให้คาเมะทายล่ะก็ เด็กพวกนี้คงเป็นแฟนคลับจินแน่ๆ เด็กสาวกลุ่มนั้นหัวเราะเยาะ พลางส่งสายตาเย้ยใส่อย่างไม่เกรงจะเสียมารยาท
" เธอก็ว่าไป น่าสงสารออกนะ" ถึงกระนั้นน้ำเสียงเจ้าหล่อนก็ไม่ได้บ่งบอกถึงความเห็นใจแม้แต่น้อย
" แต่แหม มันน่าตบมากกว่านะ! มีอะไรกับจิน ทั้งๆที่พวกเราอยากมีแต่กลับไม่ได้แม้แต่จะอยู่ใกล้ "
คาเมะไม่คิดจะยืนนิ่งเงียบอีกต่อไป เมื่อเขาเห็นท่าไม่ดี เด็กสาวกลุ่มนั้นเข้ามารุมล้อมเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ลำพังตัวเขาเองกับเด็กผู้หญิงหนึ่งคนคงไม่มีอะไร ก็เขาเป็นผู้ชายนิแต่กับพวกผู้หญิงร้ายกาจเป็นฝูงแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ - -
ร่างบางก้าวถอยหนี แววตาหวาดวิตกมองเด็กสาวเบื้องหน้าอย่างเกรงกลัว ถึงแม้ว่าจะอยู่กลางถนน แต่คาเมะก็เชื่อว่าคนพวกนี้ไม่สนใจสายตารอบข้างเป็นแน่
ทันใดนั้นเอง ข้อมือเล็กก็ถูกฉุดไว้ ร่างบางถูกกระชากดึงไป คาเมะตกใจไม่น้อยเมื่อจู่ๆก็มีใครบางคนมาฉุดเขาให้วิ่งตาม สิ่งเดียวที่คาเมะเห็นคือแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มรูปร่างสูง วิ่งนำหน้าเขา มือที่สัมผัสกันฉุดรั้งช่วยเขาออกจากสถานการณ์คับขัน เสียงกรี๊ดกร๊าดโวยวายยังดังไล่หลัง แต่มันก็ไม่อาจดึงความสนใจคาเมะได้อีกแล้ว ตอนนี้นัยน์ตาสีชาจับจ้องแผ่นหลังกว้าง ไล่จนถึงผมสีเข้มปะบ่า หมวกไหมพรมสีน้ำตาล ทุกอย่างคุ้นตาไปหมด เรียวนิ้วที่สอดประสานความอบอุ่นที่ช่างคุ้นเคยแผ่นซ่าน เด็กหนุ่มถูกดึงให้วิ่งตามจนกระทั่งทั้งคู่ห่างออกมามาก
คาเมะหอบแฮ่กเมื่อหยุดวิ่ง เด็กหนุ่มโน้มลงหอบเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด มือที่ถูกรั้งไว้นั้นหลุดพ้นจากการครอบครองของคนแปลกหน้า ร่างสูงหยุดเช่นกัน และเขาคนนั้นก็หอบไม่แพ้กัน ดูเหมือนจะหนักกว่าคาเมะเสียด้วย
"ขอบคุณฮะ ที่ช่วยผม " ร่างบางรีบเอ่ย กับบุคคลที่หันหลังให้เขา
"คุณไม่เป็นไรนะฮะ "
ร่างสูงไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบแม้แต่น้อย เหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของคาเมะด้วยซ้ำไป ใบหน้ามนเหลียวมองท่อนแขนแกร่งที่มีเลือดไหลเป็นทางอย่างตกตื่น บาดแผลนี้คงได้จากเจ้าหล่อนกลุ่มนั้นเป็นแน่ ตอนวิ่งฝ่าคนร่างสูงที่ช่วยปกป้อง เขาไว้คงโดนมาไม่น้อยทีเดียว
"คุณ! แขนคุณมีเลือดไหล " เด็กหนุ่มกระวีกระวาดเข้ามาคว้าท่อนแขนคนแปลกหน้าไว้ แต่กลับถูกสะบัดออกอย่างไม่ใยดี ร่างสูงเดินหนีออกไป โดยที่คาเมะได้แต่ยืนตะลึง
" อ๊ะ คุณ..เดี๋ยวสิฮะ " คาเมะเรียก เขาขยับตามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
"คาเมะ! "
เด็กหนุ่มจำต้องหันไปอีกทาง และพบว่าจุนโนะนั่นเองที่เป็นคนเรียกเขาไว้ เด็กหนุ่มลองหันไปหาคนแปลกหน้าอีกครั้ง แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
" มาทำอะไรตรงนี้ล่ะ ไม่เข้าออฟฟิศรึไง" จุนโนะถามพลางยิ้มให้
" เอ่อ เปล่าฮะ " คาเมะตอบ พยายามที่จะยิ้มฝืนๆให้จุนโนะ ใจยังนึกถึงอีกคน ได้แต่แปลกใจว่าทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับคนๆนั้นมากเหลือเกิน
จุนโนะและคาเมะเข้ามาที่ออฟฟิศ เด็กหนุ่มเงียบไป เพราะยังคงคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ จนกระทั่งถึงห้องทำงานของจุนโนะ
"คาเมะจัง เป็นอะไรไป " จุนโนะตัดสินใจเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งคาเมะก็ไม่รู้ว่าจะปิดบังไปทำไม เด็กหนุ่มตั้งต้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ดูเหมือนว่าจุนโนะจะตกใจในทีแรกและถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อฟังความจนจบ
"บ้าจริง เพราะไอบะคนเดียวแท้ๆเลย ฉันสืบมาแล้วว่าหมอนั่นเป็นปาปารัซซี่ แถมยังเอาข่าวใส่สีตีไข่แบบนั้นไปให้พวกหนังสือพิมพ์ " จุนโนะพูดอย่างเหนื่อยหน่าย
"ทั้งๆที่ฉันสั่งปิดข่าวไปแล้ว ยังสู้บารมีหมอนั่นไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกคาเมะจัง ตอนนี้ข่าวได้ถูกลบไปหมดแล้ว เพราะฉันกับซึบาสะช่วยกันเก็บ ไม่งั้นคงกลายเป็นข่าวยาวกว่านี้แน่"
"นี่ขนาดให้จินแถลงข่าวแบบนั้นแล้วนะ ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรไปกันใหญ่ขนาดนั้น " จุนโนะพูดอย่างหัวเสีย
"อะไรนะฮะ! " เด็กหนุ่มร้องเสียงหลง เมื่อครู่เขาได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย
"ฉันขอร้องให้จินแถลงข่าวออกไปว่า คาเมะไม่เกี่ยวข้องกับเขา จินเองก็ไม่อยากทำลายความฝันของคาเมะ "
ร่างบางนั่งนิ่ง เสียงหัวใจที่เคยเต้นในกายหายไป ความรู้สึกชาวาบแผ่ไปทั้งกาย หลังจากนั้นความรู้สึกมากมายประดังเข้ามาพร้อมๆกัน ทั้งสับสน และสำนึกผิด รวมทั้ง รู้สึกถึงความรักที่จินมีให้ สิ่งที่จินทำมันคือความตั้งใจที่จะทำเพื่อตัวเขาเอง แต่ทำไม .ทำไม คาซึยะ ไม่รับรู้เลย บ้า บ้าที่สุดเลยคาเมะ ป่านนี้จินจะเป็นยังไงบ้าง ทำไมถึงได้งี่เง่าแบบนี้นะคาเมะ คาเมะได้แต่นึกด่าตัวเองในใจ สีหน้าไม่สู้ดีของคาเมะเด่นชัดจนจุนโนะรู้สึกได้
"เป็นอะไรไปคาเมะจัง หรือว่าจินไม่ได้บอกเรื่องนี้ เมื่อกี้ไม่ได้อยู่กับจินหรอกเหรอ ฉันเห็นแวบๆ" จุนโนะกล่าว แล้วจู่ๆเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้น แล้ววิ่งออกไป
" เฮ้ย! คาเมะจังจะไปไหนน่ะ! "
.........................................................................................
ถึงแม้จะเป็นเวลาสายจัดแล้ว แต่ในห้องนอนของคุณชายใหญ่ของบ้านยังคงเงียบสนิท อากาศที่เริ่มเย็นตามฤดูกาล ที่กำลังมาเยือน ในห้องกว้างนั้น ฟูกใหญ่ที่ปูกลางห้องปรากฏสองร่างที่กกกอดกันทั้งยังหลับใหล จนกระทั่งร่างน้อยนั้นกระพริบตาปริบๆ มองใบหน้าคมสันที่อยู่ไม่ไกล เด็กหนุ่มอมยิ้มเมื่อตื่นมาก็พบหน้าคนรักเป็นคนแรก ท่าทางยูอิจิจะเหนื่อยจัด หลับไปไม่ไหวติง ลมหายใจอุ่นๆปะทะหน้าผากเป็นระยะๆ จนยามะพีรู้สึกจั๊กจี้ จนร่างน้อยหัวเราะคิกคักเหมือนเด็ก เขาลอบชื่นชมใบหน้าคนรักอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งเสียงโวยวายภายนอกทำให้ต้องผุดลุกขึ้นไปดู เพราะเกรงว่าจะรบกวนยูอิจิ
" เกิดอะไรขึ้น " ยามะพีออกมาถึงห้องโถงกลางเรือนใส่ยูคาตะสีใสคลุมชุดนอนสีขาวไว้
" คุณยามะพีฮะ "
" อ้าว คาเมะจัง มาได้ยังไง" ยามะพีประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ๆ เด็กหนุ่มก็มาอยู่ตรงหน้า แถมกำลังทำท่าจะร้องไห้อีกด้วย
"คุณยามะพีฮะ จินล่ะฮะ จินอยู่ไหน" คาเมะถามแทบไม่หายใจ นัยน์ตาคมอ้อนวอนให้อีกฝ่ายตอบ
ยามะพีเลิกคิ้วมองหน้าเรียวหวานของเด็กหนุ่ม สายตาน่าสงสารนั่นก็น่าใจอ่อนอยู่หรอก หากแต่ว่าเมื่อเทียบกับความน่าสงสารของจินแล้ว มันเทียบกันไม่ติดเลย
" จินไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกคาเมะจัง" ยามะพีตอบ
" ไม่อยู่แล้ว " เด็กหนุ่มทวนคำด้วยความรู้สึกโหวงเหวง ร่างบางก้มหน้า กำมือแน่นจนเล็บคมจิกเนื้อ ภาพตรงหน้ามันทำให้ยามะพีรู้สึกเสียใจไม่น้อย แค่นี้คงเพียงพอแล้วล่ะ เขาไม่ใจร้ายพอจะแกล้งใครได้นานๆหรอกน่า
"แต่ว่า "
" ฮะ " คาเมะเงยหน้าขึ้นทันที
" แต่จินเขาอยู่ใกล้ๆตัวคาเมะจังเนี่ยแหละ " ยามะพียิ้มให้ คาเมะได้แต่มึนงงกับคำพูดกำกวมของยามะพี เด็กหนุ่มนิ่งไปครู่นึง จนในที่สุด เขาก็ยิ้มออก
"ขอบคุณมากฮะ " คาเมะกล่าวแล้วรีบถลาออกจากเรือนไปโดยมียามะพีมองตาม
ทำไมถึงได้โง่แบบนี้นะคาเมะ จินไม่เคยไปไหน จินอยู่กับเราตลอดเวลา คนที่ช่วยเราไว้ตอนที่ถูกเด็กผู้หญิงพวกนั้นทำร้าย ก็คือ จิน! ทำไมคิดไม่ออกล่ะ ทำไมตอนนั้นไม่ดึงรั้งเอาไว้ ทำไมพึ่งมารู้ตัวเอาตอนนี้
เด็กหนุ่มวิ่งฝ่าฝูงชนมากมายไปยังจุดที่เขาและจินคลาดกัน ที่สวนสาธารณะนั้น แต่ก็ต้องผิดหวัง ไม่มีแม้แต่เงาของจิน แต่ดูเหมือนคาเมะจะยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เด็กหนุ่มยังคงวิ่งไป สอดสายตาเฝ้ามองหา
ค้นหา
ค้นหา
ค้นหา
เพื่อที่จะค้นพบ..
.........................................................................................
Fate
Chapter 15
วันนั้นทั้งวัน ดูเหมือนทั่วทั้งเมืองจะเห็นว่ามีเด็กหนุ่มกำลังวิ่งพล่านไปทั่ว ไม่ว่าจะชนกับใคร หกล้มกี่ครั้ง แต่คาเมะก็คงยังมุ่งหน้าต่อไป จนกระทั่งพระอาทิตย์สีส้มจัด ค่อยทอแสงอ่อนลงทุกที เขามาหยุดอยู่ที่เดิม สวนสาธารณะพร้อมความอ่อนล้าของเด็กหนุ่ม แสงแดดยามเย็นที่ดูร้อนแรงแต่กลับเย็นเยือกด้วยลมหนาวที่โรยตัวลงพร้อมกับความมืด
"จิน อยู่ไหนฮะจิน ผมกำลังตามหาจินอยู่นะฮะ ออกมาเจอผมทีเถอะ” เด็กหนุ่มร่ำร้องเสียงสะท้าน เมื่อเขาหมดแรงที่จะก้าวเดินต่อ ใบหน้างามเงยขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดสนิท แต่ปรากฏดวงดาวราวกำมะหยี่สีเข้มทอประกายระยับ
"จิน จิน " เสียงครางแผ่วจนแทบกลายเป็นเสียงสะอื้น เรียกหาคนรัก ด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้นไปด้วยความปวดร้าว จะโทษใครได้ในเมื่อคาเมะเป็นคนผิด เขาสมควรถูกลงโทษใช่มั้ย โชคชะตา?
ร่างบางทรุดลงนั่งกลางสวนกว้าง ไม่เกรงสายตาคนที่เดินผ่านจะหันมามอง ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องให้อายอีกแล้ว เพราะความเศร้าสลดมากมายทำให้ลืมทุกสิ่ง น้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบสองแก้ม เด็กหนุ่มสะอื้นฮัก ปล่อยอารมณ์ออกมาราวกับทำนบแตก ความเจ็บรื้นเปลี่ยนเป็นชาวาบจนแทบไม่รู้สึก
นานหลายนาทีที่คาเมะจมอยู่ในความทรมาน เสียงสะอื้นไห้ชวนให้สงสาร จนชายหนุ่มที่หลบในมุมมืดนั้นเริ่มใจอ่อน เขาเฝ้าเดินตาม วิ่งตาม เฝ้าติดตามคาเมะตลอดทั้งวัน ราวกับคนโรคจิต ต้องคอยแอบตามคนรักตัวเอง เห็นคาเมะร้องไห้ เขาพึ่งรู้ตัวว่าน้ำตาของคาเมะมีฤทธิ์เหลือร้าย ทำให้เขาเจ็บร้าวได้ไม่ต่างจากสีหน้าเจ็บปวดนั้นที่กรีดความรู้สึกให้ยับเยินได้ง่ายๆ
อยากเหลือเกินที่จะเข้าไปกระชากเข้ามากอดไว้ จนในที่สุด เขาก็ตัดสินใจ เดินเข้าไปหาร่างน้อยช้าๆ จู่ๆเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้น จินรีบหลบด้วยความตกใจ
ร่างบางปาดน้ำตาปอยๆ ก่อนเดินออกจาสวนสาธารณะ โดยที่มีจินแอบตามห่างๆเช่นเคย เด็กหนุ่มดูเหม่อลอยจนจินสังเกตุเห็น นัยน์ตาสีชาที่เคยเป็นประกายสดใสดูเลื่อนลอยไร้จุดหมาย แต่ภาพตรงหน้าทำเอาจินชะงัก คาเมะเหม่อลอยจนกระทั่งเดินข้ามถนนทั้งที่เป็นไฟเขียว
" คาซึยะ!" เขาร้องเรียกทันที คาเมะหันมองตามเสียงที่เรียกแต่ดูเหมือนว่าสายไปแล้ว ร่างน้อยก้าวข้ามไปยังถนนกว่าครึ่งตัวแล้ว ชายหนุ่มโผเข้าไปคว้าร่างน้อยไว้อย่างลืมตัว แขนแกร่งรั้งเอวบางไว้ ดึงร่างเด็กหนุ่มเข้ามาแนบกาย ร่างน้อยสั่นสะท้านโผเข้าหาด้วยความตกใจ ทั้งคู่ได้แต่กอดกันไว้ เงียบไปชั่วครู่
ในความรู้สึกของคาเมะนั้น เขากำลังดีใจ ดีใจถึงที่สุด หากแต่ ปฏิกิริยาของจินนั้นนิ่งจนคาเมะไม่กล้า มือน้อยจิกเสื้อร่างสูงไว้แน่น ราวกับว่าจินจะหายไปในมวลอากาศในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง
"จินฮะ ผมขอโทษ " เสียงสะอื้นปนในน้ำเสียง ใบหน้าหวานซบลงบนอกกว้าง จินรู้สึกถึงความชื้นของน้ำตาที่ไหลซึมผ่านผ้า
"จิน ผมขอโทษ ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว "
"จินไม่โกรธผมนะ ผมรู้แล้ว...ผมรู้แล้วว่าจินทำไปเพราะอะไร ผมเข้าใจแล้วฮะ"
" จิน "
เด็กหนุ่มพร่ำพูดทั้งที่น้ำตาไหลไม่หยุด จินได้แต่ฟังด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นทุกที เขาอดไม่ได้ที่จะกระชับแขนกอดร่างคนรักแน่นขึ้น เลื่อนมือไปลูบผมนุ่มอย่างรักใคร่ ยิ่งคาเมะฟูมฟายมากเท่าไหร่ จินก็ยิ่งกอดรัดแน่นขึ้นทุกที ด้วยปรารถนาจะปลอบโยน
"ไม่หรอก ไม่ต้องขอโทษ เธอไม่ผิดหรอกคาซึยะ " เสียงแหบทุ้มเอ่ยขึ้น พร้อมน้ำหนักตัวของจินที่ทิ้งมายังร่างน้อยด้วยหมดแรงที่จะยันกายไว้ ร่างสูงฟุบลงทับร่างน้อย
" จินฮะ ! "
"ว่าไง "
"อืม จุนโนะกับซึบาสะงั้นเหรอ สองคนนั้นใช้เงินไปเยอะพอดูล่ะซิถึงได้ปิดข่าวได้เร็วขนาดนี้"
"คาเมะกับจินแตกกันแล้วใช่มั้ย ดี "
"ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องลงข่าวต่อหรอก แค่นี้ก็พอแล้ว หึ ขอบใจมาก"
รอยยิ้มที่ฉายบนริมฝีปากได้รูป ดวงตามาดร้ายนั้นดูเหมือนจะคลายลงไปแล้ว ไอบะวางสายจากการคุยกับเพื่อนนักข่าวของเขา เมื่อรู้ว่าตอนนี้แผนการของเขาได้เป็นผลสำเร็จแล้ว เขาพอใจแล้ว ความสนุกในการล้างแค้นจิน สมน้ำหน้านัก ทำให้เขาเจ็บ แต่ตอนนี้เขาเลิกปรารถนาในตัวคาเมะเสียแล้ว เป็นเพราะมีเป้าหมายใหม่ที่น่าสนใจกว่า
.........................................................................................
แสงแดดยามเช้าโรยตัวลงช้าๆ พร้อมหิมะแรกของฤดูกาล เกร็ดน้ำแข็งขาวโพลนค่อยๆร่วงหล่นจากท้องฟ้าสีใส ถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะเย็่นจัดแต่คนในประเทศนี้ก็เคยชินกับมันเสียแล้ว พวกเขากลับยินดีเสียด้วยซ้ำที่หิมะแรกตกลงมาเสียที ทั่วทั้งเมืองกลายเป็นสีขาวราวกับสวรรค์ สวยงามไม่น้อยทีเดียว
ระเบียงของคอนโดใจกลางเมือง ปกคลุมด้วยละอองน้ำแข็งหลายชั้น จนหนาขึ้นมาหลายนิ้ว กระจกที่กั้นระเบียงและตัวห้องไว้เกิดฝ้าหนาเพราะอุณหภูมิที่ต่างกันมาก ผ้าม่านสีหวานถูกจัดให้ปิดกระจกไว้ ภายในห้องนั้น พรมสีเข้มแลดูอบอุ่นขึ้นมาในวันที่หนาวเหน็ด ฮีทเตอร์กำลังทำงานปรับอุณหภูมิในห้องให้ร้อนขึ้น จนแทบละลายหิมะด้านนอก
กลิ่นหอมหวนที่เรียกน้ำลาย โชยเข้าจมูก แค่กลิ่นก็ชวนให้อยากลิ้มรสจนแทบห้ามใจไม่อยู่ ร่างสูงขยับกายเล็กน้อย ส่งเสียงครางงึมงำไม่เป็นภาษา บนเตียงนุ่มมันอบอุ่นและสบายจนไม่อยากตื่น แต่เจ้ากลิ่นหอมๆเนี่ย ช่างยั่วยวนใจคนที่หิวจัด จนจินต้องยอมแพ้ ลุกขึ้นมานั่ง เขาพยายามปรับระบบสมองอยู่พักใหญ่ เนื่องจากความมึนงงและเวียนหัวที่จู่โจมไม่ทันตั้งตัว
" โอ้ย บ้าชิบ " ชายหนุ่มอุทานด้วยความหงุดหงิดตัวเอง เขากุมขมับไว้นวดคลึงอย่างหนัก ไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน และกำลังมีเด็กหนุ่มร่างผอมบางเดินเข้ามาใกล้
"จินฮะ อย่าพึ่งลุกสิ เดี๋ยวจะแย่เอานะ" เด็กหนุ่มกระตือรือร้นที่จะเข้ามาช่วยประคองร่างคนรักไว้ จินชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงใสของคาเมะ มือน้อยเคลื่อนมาประคองร่างใหญ่ ออกแรงกดให้ชายหนุ่มลงไปนอนราบบนฟูกนุ่ม จินยอมเอนเอียงตามโดยง่าย ร่างบางขึ้นมานั่งบนเตียง มือน้อยวางลงบนหน้าผาก จินได้แต่มองตามตาปริบๆ
“ยังตัวอุ่นๆอยู่เลยฮะ พักอีกนิดนะฮะ เดี๋ยวผมจะเอาข้าวต้มร้อนๆมาให้ทาน แล้วค่อยกินยา" เด็กหนุ่มกล่าวเสียงแจ้ว พลางยิ้มหวานจับใจให้คนรัก มือน้อยยังคงลูบไล้ใบหน้าคมสันแสดงถึงความรักใคร่ เอาใจไม่น้อย
"ฉันเป็นอะไรไป" จินถามด้วยเสียงแหบพร่าไม่ต่างจากเมื่อวาน
"จินไม่สบายฮะ เลยเป็นลมไป ผมเลยพาจินมาที่บ้านผม ไม่เป็นไรแล้วนะฮะ" คาเมะถามด้วยความห่วงใย รอยยิ้มบนใบหน้าน่ารักนั้น ทำให้จินต้องยิ้มส่งกลับให้
"อืม แค่เหนื่อย" ชายหนุ่มระบายลมหายใจหนัก น้ำเสียงเหนื่อยล้าทำให้คาเมะรู้สึกผิดไม่น้อย
"ขอบคุณนะฮะจิน ที่ช่วยผม จินฮะ เมื่อวานจินตามผมตลอดเลยใช่มั้ยฮะ " เขาถามตามที่สงสัย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจินถึงได้ทำแบบนี้ ทำไมต้องทุ่มเทขนาดนี้ให้เด็กงี่เง่าเอาแต่ใจไร้เหตุผลแบบเขาด้วย
" อืม" จินตอบเสียงค่อย สายตาคมมองเสี้ยวหน้าหวานที่หลุบต่ำราวกับกลั้นอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดร่อมร่อ
" ทำไมล่ะฮะ จินโกรธผมอยู่นิ ทั้งๆที่ผมทำตัวแย่จินก็ยัง " ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนเป็นเส้นบาง ดวงตาสีชาสั่นระริกและเริ่มพร่าด้วยน้ำตา ท่าทางแบบนี้สิ ที่ทำให้จินแทบทนไม่ไหว
" ก็คาซึยะดูแลตัวเองได้ที่ไหนล่ะ ฉันเป็นห่วง " น้ำเสียงนุ่มตอบ รอยยิ้มของจินที่กำลังทำให้เขาคลายความรู้สึกที่คับแน่นในใจ หากแต่มันยิ่งทำให้คาเมะรู้สึกผิดหนักเข้าไปอีก
น้ำตาร่วงหล่นโดยไม่รู้ตัว เพิ่งจะสำนึกได้เอาตอนนี้ว่าความรักที่จินมีให้คาซึยะมันมากมายและยิ่งใหญ่แค่ไหน ไม่ใช่ความรักแบบฉาบฉวยอย่างที่เคยเห็น แต่มันเป็นความรู้สึกที่ช่างลึกซึ้งเสียจนคาเมะมองข้ามไป เด็กหนุ่มกลั้นเสียงสะอื้นไว้ แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก ความอบอุ่นที่ทาบทับลงบนแก้มเนียน ซาบซ่านไอถึงภายใน มือใหญ่วางทาบบนเรียวหน้ามนไว้ นิ้วหัวแม่มือค่อยๆเกลี่ยน้ำตาออกช้าๆ เพียงแค่ต้องการปลอบโยนร่างน้อยให้หยุดร้องไห้ นัยน์ตาสีชาช้อนสบตาคม แววตาอ่อนโยนนั้นทำให้เด็กหนุ่มสัมผัสกับความรักมากมาย มือน้อยยกขึ้นกำอุ้งมือใหญ่ไว้ ซบอิงใบหน้าลงไปอย่างแสนรัก
" จิน ผมขอโทษฮะ "
" ไม่เป็นไร "
"ผมเป็นเด็กไม่ดีเลยใช่มั้ยฮะ"
"ใช่ ดื้อ หัวรั้น ไม่ยอมฟังฉันอธิบายอะไรเลย"
"ขอโทษฮะ " เด็กหนุ่มก้มหน้าอย่างสำนึกผิด ประกายน้ำตายังคงวาวระยับบนใบหน้าที่มีแววสำนึกผิด
"คาซึยะ ต่อไปนี้ฉันขอนะ เชื่อใจฉัน เชื่อว่าฉันรักคาซึยะ" คำพูดอ่อนหวานช่างแสนวิเศษ คำมั่นที่
จินกล่าวทำให้เด็กหนุ่มน้ำตาร่วงผล็อยโดยไม่รู้ตัว
"ฮะ ต่อไปนี้ผมจะเป็นเด็กดี " คาเมะตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ รอยยิ้มแสนหวานปรากฏทั้งๆที่ดวงตายังคงมีร่องรอยน้ำตา
" สัญญานะ "
" สัญญาฮะ "
นิ้วก้อยน้อยๆเกี่ยวเข้ากับนิ้วเรียวยาว สัญญาที่เอาความรู้สึกทั้งหมดที่มีเป็นค่ำมั่น สาบานด้วยหัวใจที่มอบให้กัน จู่ๆจินก็รั้งร่างเด็กหนุ่มไว้ ดึงร่างน้อยให้ล้มลงมานอนเกยแผงอก ทีแรกนั้นคาเมะคงตกใจถึงได้ดิ้นน้อยๆเป็นเชิงห้าม แต่เมื่อริมฝีปากอุ่นบรรจงจูบพวงแก้มใสทั้งสองอย่างรักใคร่ เป็นผลให้เด็กหนุ่มชะงัก เรียวหน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างขวยเขิน ร่างบางหยุดดิ้นไปชั่วครู่ หลังจากนั้นก็เริ่มดิ้นรน ไม่ยอมอยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงง่ายๆ
" เด็กดื้อ " จินว่า เขาหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นนัยน์ตาคมวาวค้อนขึงให้ ราวกับแมวน้อยกำลังขู่ฟ่อ
"ผมโตแล้วนะ" คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน มือน้อยทุบอกกว้างแรงๆไปหลายที จินยังคงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"รู้แล้วน่ะว่าโตแล้ว " รอยยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์นั้น คาเมะรู้ดีว่าคำพูดของจินมันสื่อความหมายลึกกว่าที่ได้ยินแน่ หน้าใสร้อนวาบไปทั้งหน้า คนบ้าอะไรไม่รู้ ชอบพูดจาลามกอยู่เรื่อยเลย
" ไม่ต้องมาหัวเราะเลย " คาเมะไม่รู้จะทำยังไง เลยโวยวายแทน จินไม่หยุดหัวเราะแต่ก็ยอมลดระดับเสียงลงบ้าง อ้อมแขนแกร่งกระชับโอบร่างผอมบางไว้ นิ้วเรียวยาวไล้ลูบตามแผ่นหลังบาง ไล้ตามแนวกระดูกสันหลังที่โค้งตัวลง จนถึงเอวบาง ลูบโลมอย่างแผ่วเบาราวกับต้องการสำรวจทุกส่วนของเด็กหนุ่ม เชยชมร่างน้อยที่ห่างเหินไปเสียนาน ประครองกอดร่างน้อยไว้ อย่างหวงแหน ริมฝีปากอุ่นสัมผัสแผ่วเบาที่หน้าผากมน สูดความหอมของเรือนผมสีน้ำตาลนุ่ม
" คิดถึงจัง " เสียงกระซิบแผ่ว ราวกับจะหายไปกับอณูอากาศหากแต่ดังก้องในใจที่เต้นระรัวของคาเมะ ร่างบางยอมอยู่นิ่งให้จินกอดจูบครู่หนึ่ง จนเมื่อนัยน์ตาสีชาหวานเหลือบเห็นรอยแผลเป็นทางยาวบนท่อนแขนแกร่ง จินกระตุกมือนิดๆเมื่อนือน้อยไล้แตะส่วนที่เป็นรอยบาด
“เจ็บมากไหม” เสียงเล็กสั่นน้อยๆไม่ต่างกับความรู้สึก นัยน์ตาสีชาหรุบมองรอบแผลนั้น ก่อนจะค่อยประคองท่อนแขนแกร่งไว้ในมือนิ่ม ดวงตาเรียวช้อนมองใบหน้าคม แววตาใสสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด สีหน้าของหนุ่มน้อยเผือดลง
"จินต้องมาเจ็บตัวแบบนี้เพราะผมอีกแล้ว "
"ฉันไม่เจ็บหรอก ไม่เจ็บเลย"
คนบ้า ปากแข็ง คาเมะไม่เชื่อ ดูก็รู้แล้วว่าต้องเจ็บมาก นิ้วน้อยไล้ลูบแผ่วเบาราวกับจะดูดซับรับเอาความเจ็บปวดบนบาดแผลนั้นมาไว้เสียเอง กลีบปากบางจรดจูบบนรอยบาดกว้างที่เริ่มแห้งนั้น ริมฝีปากบางแนบลงอย่างแผ่วเบา ร่างสูงสะท้านในกิริยาน่าเอ็นดูนั้น
"หายเร็วๆนะฮะ "เสียงใสหวานจับใจ ร่างน้อยถูกดึงเข้ามากอดแน่นๆอีกคราด้วยความรักปนหมั่นเขี้ยว จนเด็กหนุ่มหัวเราะคิกคักเสียงใส
........................................................................................
Fate
Chapter 16
หิมะแรกของฤดูกาลร่วงโรยลงมาในยามเช้าที่เหน็ดหนาว ท้องฟ้าสีฟ้าใสกระจ่างตาเมื่อแสงสีทองทอประกายอาบทั่ว บริเวณเรือนบ้านกว้างขวางปกคลุมด้วยสีขาวโพลน ทั้งสนามหญ้าหน้าบ้าน ระเบียงเรือน แม้กระทั้งบ่อปลาก็ยังได้รับอิทธิพลจากความเย็นนี้ทำให้กลายเป็นบ่อน้ำแข็งไปเสียแล้ว
ดวงตากลมโตกระพริบถี่ ก่อนเปิดเปลือกตาขึ้น มือน้อยยกขึ้นขยี้ตาเบาๆอย่างง่วงงุน ร่างน้อยค่อยยืดกายขึ้น แขนทั้งสองเมื่อยล้าจากการที่เจ้าตัวใช้แขนหนุนนอนมาทั้งคืน เมื่อเขามองไปรอบข้าง ก็พบว่าเมื่อคืนนี้เขาคงเผลอหลับไป หลังจากที่มานั่งรอยูอิจิที่ห้องโถงรับแขกทั้งคืน ดวงตาใสเป็นประกายกวาดมองรอบข้าง จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววของยูอิจิเลย
ปกติแล้วไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ยูอิจิจะกลับบ้านช้า หรือไม่กลับเลย แต่ไม่เคยหายจากบ้านเกินสามวันเช่นครั้งนี้ ยามะพีกังวลใจ ด้วยความเป็นห่วงคนรัก ทั้งที่รู้ว่ายูอิจิคงยุ่งกับงานมาก แต่ถึงกับลืมแม้แต่จะโทรหาเขาแบบนี้มัน น่าเป็นห่วง
มือน้อยฉวยหยิบโทรศัพท์ที่วางใกล้มือขึ้น ต่อสายถึงยูอิจิด้วยความรวดเร็ว ความจริงก็ไม่อยากโทรไป กลัวว่าจะรบกวนยูอิจิที่กำลังมุ่งมั่นอย่างหนักที่จะพยุงบริษัทไว้ให้พ้นวิกฤต ยามะพีกำลังจะอ้าปากพูดทันทีที่มีคนรับสาย แต่ก็ต้องชะงักไป
"สวัสดีฮะ? " เสียงใสแบบนั้น ไม่มีทางเป็นเสียงของยูอิจิแน่
"...." ยามะพีนิ่งเงียบไปด้วยความมึนงง
" พี่ยูฮะ รับโทรศัพท์ฮะ" เสียงเรียกแสดงถึงความสนิทสนมจนยามะพีอดแปลกใจไม่ได้
"เอาโทรศัพท์มานี่สิ " คราวนี้เป็นเสียงของยูอิจิ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักสดใส ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่ากำลังยื้อแย่งโทรศัพท์กันอยู่เป็นแน่ ยามะพีรีบวางสายทันที
หัวใจหนุ่มน้อยเต้นแรงทั้งที่ความรู้สึกภายในนั้นช่างโหวงเหวง เสียงใครกัน? ทำไมถึงได้สนิทสนมกับยูอิจิอย่างนั้น? ยูอิจิกำลังยุ่งกับงานอยู่ไม่ใช่หรือ? หรือตลอดเวลายูอิจิอยู่กับ คนๆนั้น? คนนั้นคือใคร?
"สวัสดีคาเมะจัง " จุนโนะทักทายเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ซึ่งคาเมะเองก็ยิ้มตอบ ร่างบางนั่งลงบนโซฟาสีครีมในห้องทำงานของบรรณาธิการ และแน่นอนที่จะมีชายหนุ่มรูปร่างสูงและหล่อเหลาติดตามคาเมะไปเสียทุกย่างก้าว
"ว่าไงจิน หายดีแล้วนิ" จุนโนะยิ้มตาหยีให้ ท่าทางของจินไม่ใช่แค่สบายหรอก สบายมากๆเสียด้วยสิ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งๆที่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ยังทำท่าเหมือนจะตายเสียให้ได้อยู่เลย
"ดีกันก็ดีแล้ว " จุนโนะกล่าวล้อเลียน หัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข คาเมะได้แต่นั่งยิ้มเก้ออย่างขวยเขิน แต่จินนั้นหน้าตายเป็นที่สุด ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
"จุนโนะเรียกเรามานี่มีอะไรเหรอครับ " จินกล่าวเสียงเรียบ เขารู้สึกไปเองหรือเปล่าว่ารอยยิ้มบนใบหน้าจุนโนะมันหายไป
" ก็เรื่องของไอบะน่ะสิ ตอนนี้เขายังไม่ยอมเลิกรา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไมถึงได้จ้องจะทำลายนายท่าเดียวเลยจิน "
จินตั้งท่าจะว่าด้วยน้ำเสียงรุนแรงมากพอกับคำพูดที่คิด แต่เขามีสติมากพอที่จะข่มใจไว้ได้ จินนั่งนิ่งสงบรอฟังจุนโนะต่อ
"ฉันก็ไม่รู้สินะจิน แต่ว่าเราจะชนกับไอบะตรงๆแบบนี้อีกเท่าไหร่กันเชียว ถึงฉันจะช่วยปิดข่าวได้ แต่เจ้าพ่อสื่ออย่างไอบะน่ะ ฉันคงรับมือได้อีกไม่นาน"
" ผมไม่ยอมหรอก! เราต้องตอบกลับแรงๆบ้างสิ! " จินแผดเสียงลั่น
"ไม่เอาฮะจิน อย่าทำแบบนั้น" เสียงน้อยร้องห้าม
"คาซึยะ! เข้าข้างมันเหรอ "
" ไม่ใช่นะฮะ ผมไม่ได้เข้าข้างเขานะฮะ ความจริงแล้วผมว่าไอบะเขาก็เป็นคนดี แค่ เห็นแก่ตัวมากไปหน่อย อย่าทำอะไรเขาเลยนะฮะ" คาเมะกล่าวบ้าง เขานึกถึงเมื่อครั้งไอบะช่วยเหลือเขาไว้ หากไม่มีไอบะ คาเมะอาจจะแย่ไปแล้ว
" มันทำกับเราขนาดนี้แล้วนะคาซึยะ"
"แต่ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรที่เราจะต้องไปโต้ตอบเขานิ"
" แต่ "
" นั่นคือเหตุผลที่ ฉันเรียกพวกนายมาไง " จุนโนะขัดขึ้น หลังจากนั่งนิ่งฟังจินกับคาเมะเถียงกันอยู่พักหนึ่ง ทั้งคู่หันกลับมามองที่จุนโนะอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มแลดูขรึมกว่าเดิมมาก
" ฉันอยากให้พวกนาย หายไปจากญี่ปุ่นซักพัก "
" ครับ?"
" ซึบาสะกับฉัน คิดว่าจะเป็นการดีมากถ้านายสองคนห่างกันซักพัก อย่าทำหน้าแบบนั้นสิจิน" จุนโนะว่าเมื่อเห็นจินชักสีหน้า
" จิน นายต้องไปฮาวาย ซึบาสะตกลงรับงานพรีเซนเตอร์น้ำหอมของบริษัทนึง เขาต้องการให้ถ่ายโฆษณาและอื่นๆที่ฮาวาย เพราะงั้น พรุ่งนี้นายออกเดินทางได้ ส่วนคาเมะจังก็ไปกับจิน แล้วฉันจะปล่อยข่าวเองว่า K.K. ไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศส ดีไหม?
ท้องฟ้ามืดครึ้มลงทุกที ทั้งๆที่ปกติแล้วยามนี้อาทิตย์ยังคงฉายแสงอยู่ด้วยซ้ำ หากแต่เพราะฤดูกาลที่ค่ำคืนจะมาเยือนเร็วกว่าปกติ จินพาคาเมะกลับมายังบ้านของเขาเพื่อเก็บข้าวของ เตรียมตัวไปฮาวาย แต่จินร่าเริงมากจาคาเมะสงสัยว่าไปทำงานหรือมีจุดประสงค์อื่นกันแน่
กระเป๋าใบใหญ่ถูกโยนลงพื้น มือน้อยปิดตู้เสื้อผ้าที่ฝังตัวอยู่ในผนังห้องได้อย่างงดงามและหรูหรา เด็กหนุ่มสะดุ้งเมื่อถูกโอบรัดไว้ในอ้อมแขนอุ่นจนแทบร้อน
"คาซึยะ" เสียงนุ่มกระซิบแผ่วข้างหู ก่อนจะแนบชิดผิวแก้มใสคลอเคลียแนบชิดอย่างออดอ้อน จนแก้มใสแดงก่ำด้วยความเขินอาย ร่างบางนั้นยอมตกอยู่ภายใต้อ้อมแขนของชายหนุ่มอันเป็นคนรักอย่างง่ายดาย ริมฝีปากอุ่นไล้จุมพิตแผ่วให้ร่างบางสะท้าน มือใหญ่สอดเข้าใต้ผ้านิ่มลูบไล้เอวบาง ไต่นิ้วขึ้นตามผิวนุ่มที่เกร็งสะท้าน ร่างบางสะดุ้งบ้างเป็นครั้งคราวด้วยอารมณ์ที่ถูกปลุกให้ลุกกระพรือขึ้น เรียวลิ้นชื้นกระหวัดผ่านใบหูบาง ทั้งอุ่นและชื้นปลุกเร้าให้เด็กหนุ่มจิตใจกระเจิดกระเจิง ยิ่งสัมผัสลมหายใจอุ่นที่ปะทะซอกคอก็ยิ่งสั่น มือใหญ่ลูบไล้แผ่นอกตลอดจนสีข้าง จินกำลังเพลิดเพลินกับการเล้าโลมเนื้อผิวอ่อนเนียนเรื่อด้วยเลือดฝาดไปทั่วทั้งกาย ปลายนิ้วเรียวคลึงหยอกยอดอกนิ่มที่ตั้งชันจนหนุ่มน้อยร้องครางเสียงหวิว หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อใจกำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ทวีโหมแรงอารมณ์ให้โชติช่วง
Tu Tul lu lu~
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนทั้งคู่หันไปสนใจแต่อย่างใด เสียงเรียกร้องนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งจินหมดความอดทน เขาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนผละจากร่างน้อยไปรับโทรศัพท์ด้วยความขัดเคืองใจ ร่างบางทรุดนั่ง หอบแรงทั้งเสียงยังสั่น มือน้อยพยายามเหลือเกินที่จะจัดเสื้อผ้าของตนให้เข้าที่เข้าทางที่ควรจะเป็น
" อะไร! " จินกล่าวเสียงแข็ง เมื่อรู้ว่าคนที่โทรมาในเวลาที่เหมาะเจาะราวกับกะได้อย่างดีเยี่ยมเช่นนี้ คือ ยูอิจิ
" ไปกินรังแตนที่ไหนมาล่ะ เสียงแข็งเชียวแก"
" เออ มีอะไร"
" พรุ่งนี้จะไปฮาวายใช่มั้ยล่ะ ช่วยไปรับโทมะทีสิ เขาอยากไปส่งนายที่สนามบิน"
" อ้าว..แล้วแกล่ะยูอิจิ"
" ไว้ฉันจะตามไปทีหลัง"
"ก็ได้ "
" ช่วยทีนะจิน ไม่รบกวนแล้ว"
จินอยากตอบกลับแทบขาดใจว่ารบกวนไปตั้งแต่คิดจะโทรมาแล้วล่ะ เขาหันไปมองเด็กหนุ่มที่มีท่าทีเปลี่ยนไป ดวงตาเรียวค้อนขวางส่งสายตาราวกับลูกแมวน้อยที่แสนจะหวงตัว ไม่ให้ใครแตะต้องได้ง่ายๆ ดูสิไม่ทันไรคาเมะก็ขึ้นไปนอนบนเตียง ไม่สนใจจินเลย มันน่านักนะ ทั้งที่เมื่อครู่ยังทำหน้าตาน่ารัก ตอบรับความรักของเขาเป็นอย่างดี แต่จินก็ไม่ได้โวยวายเรียกร้องอะไรมาก เขาตามไปนอนเบียดกับเด็กหนุ่มบนเตียงเดียวกันผ้าห่มผืนเดียวกัน นอนเคียงในอ้อมกอดคลอเคลียแลกเปลี่ยนจุมพิตกันอย่างอ่อนหวาน
.........................................................................................
เวลาสายของอีกวันหนึ่ง หิมะขาวโผลนค่อยละลายหายไป แสงแดดไม่จัดเท่าที่ควรจะเป็น สายลมหนาวพัดแรงราวกับจะมีพายุหิมะถล่มในไม่ช้า คาเมะรู้สึกดีใจมากที่การเดินทางไปยังเมืองที่อากาศอบอุ่นอย่างฮาวายมาถึง คาเมะไม่เคยชอบฤดูหนาวเลย อากาศเย็นจนแทบทนไม่ไหว เป็นไข้ไม่สบายง่ายอีกต่างหาก แต่หน้าหนาวปีนี้ได้ไปฮาวายกับจินตั้งอาทิตย์กว่าๆ คิดแล้วตื่นเต้นจัง
รถคันหรูของจิน จอดหน้าอาคารสีขาวงดงามตั้งตระหง่านกลางกรุง ช่างเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามและประกอบด้วยศิลปะหลายแบบมาประยุกต์อย่างลงตัว จินและคาเมะมารับโทมะตามคำขอร้องของยูอิจิ จินไม่รอช้าที่จะเดินเข้าแกลอรี่ไปตามด้วยคาเมะ เนื่องด้วยใกล้เวลาเดินทางเต็มที่ ต้องรีบแล้วล่ะ
ภายในตัวอาคารหรูหรานั้น ฝาผนังมีกรอบรูปดงามประดับอยู่ตลอดแนว แทบไม่มีที่ว่างไว้เลย ความงดงามของรูปแต่ละใบไม่ใช่ที่กรอบสีทองลายงดงาม หากแต่เนื้อหาในภาพนั้นดึงดูดสายตาจนมองข้ามกรอบทองคำประดับเพชรพลอยเหล่านั้นไป จินและคาเมะมุ่งตรงไปยังชั้นสาม ห้องทำงานของโทมะ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปจินก็ต้องชะงัก
" เจอกันอีกแล้ว สวัสดีคาเมะจัง" ไอบะทักด้วยรอยยิ้มพราวเจ้าเล่ห์ มองข้ามจินไปยังร่างบางที่หลบอยู่ด้านหลังคนรัก
" ไอเลวตายยากนะแก" จินกัดฟันพูด
"ใช่ ตายยาก" ไอบะหัวเราะ
" แกมาทำอะไรที่นี่" จินแผดเสียงลั่น
" แล้วแกล่ะ มาทำไรที่นี่"
"แกมันคนนอกเข้ามาได้ยังไงกัน"
"ฉันทำงานที่นี่ เป็นเจ้าของที่นี่ครึ่งนึง ทำไมจะเข้าไม่ได้ "
" หน้าอย่างแก เนี่ยนะ ไม่น่าเชื่อเลย ไอปาปารัซซี่ตัวแสบ "
" หึ ไม่ใช่เพราะฉันหรอกเหรอที่ทำให้พวกนายสองคนดังระเบิดขนาดนี้ ต้องขอบคุณฉัน ใช่มั้ยคาเมะจัง"
"ฉันเคยเตือนแกแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าให้ชั้นเจอแกอีกไม่งั้นแกตาย"
"เหรอ ไม่ยักจะจำได้ คาเมะจัง ไม่เจอตั้งนาน ยังสวยเหมือนเดิมเลย น่าเสียดายนะ ที่วันนั้น เราน่าจะได้อยู่ด้วยกันนานกว่านี้ ไม่น่ามีมารมาขวางเลย"ไอบะยิ้มอย่างชั่วร้ายที่สุดเท่าที่คาเมะเคยเห็นมา ในวินาทีต่อมาหลังจากที่ไอบะพูดจบ จินก็โผเข้าใส่ไอบะทันที ร่างทั้งร่างเซตามแรงปะทะเมื่อกำปั้นรุ่นๆของจินถูกเหวี่ยงกระแทกกับซีกหน้าเขาเต็มแรง จินชกซ้ำลงมาอีกโดยที่ไอบะไม่ทันได้ตั้งตัว
" อย่ามายุ่งกับของๆฉัน ไอหน้าจืด" จินข่มเสียงพูดทั้งกัดฟันกรอด แรงโทสะที่พุ่งทะลักจนไม่อาจห้ามได้ ไอบะเองก็ไม่ยอมง่ายๆ เขาตอบโต้บ้างจนจินหงายไปเลยทีเดียว ทั้งคู่ชกต่อยกันอยู่นาน โดยมีเสียงร่ำร้องของคาเมะร้องห้าม
"จินฮะ! หยุดเถอะ! จิน!" หนุ่มน้อยร้องตวาดก้อง แต่ชายหนุ่มทั้งสองยังคงนัวเนียนกันไม่เลิก ราวกับไม่ได้ยินเสียงของคาเมะเลยด้วยซ้ำ จนกระทั้งจินกำคอเสื้อไอบะไว้มือ เขากำลังเงื้อหมัดจะซัดลงไปแรงๆอีกครา แต่มือน้อยก็เข้ามารั้งแขนของจินไว้ นัยน์ตาคมตวัดมองร่างน้อยอย่างขุ่นเคือง
" หยุดเถอะฮะจิน ผมขอร้องล่ะ" คาเมะอ้อนวอน เกาะแขนแกร่งไว้แน่น สีหน้าตื่นตระหนกของคนรักทำให้จินยอมแพ้
มือของจินกระชากคอเสื้อของไอบะไว้แล้วจึงเหวี่ยงร่างทั้งร่างไปกองกับพื้นห้อง
" จำไว้นะไอบะ ถ้ายังไม่เลิกล่ะก็ แกตายแน่! " จินตวาดก้องด้วยสายตาที่จริงจังกว่าคำพูดเสียอีก ไอบะที่กองกับพื้นได้แต่มองตามตาปริบๆ กี่ครั้งแล้วนะที่ถูกจินทำแบบนี้ น่าขำชะมัด จินก็ดีแต่
ใช้กำลังไร้สมองสิ้นดี ไม่สนุกแล้ว แย่งคาเมะมาจากจิน มันไม่เห็นท้าทายอย่างที่คิด น่าเบื่อเสียแล้วล่ะ
จินจับท่อนแขนเล็กไว้ บีบแน่นจนเด็กหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่เขาก็ไม่ได้ร้องโวยวายออกมาแต่อย่างใด เพราะรู้ว่าอารมณ์ของจินตอนนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทักอะไรทั้งสิ้น
" พี่จินฮะ อ้าว " โทมะที่เดินสวนออกมาร้องทักแต่ จินไม่สนใจเขาพาคาเมะเดินเลยหนุ่มน้อยไป
" โทมะ พี่รออยู่ที่รถนะ" จินตะโกนกลับมา โทมะได้แต่มึนงงกับท่าทางของจิน สงสัยมีใครทำให้โกรธมาล่ะสิ โทมะเดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อเก็บข้าวของเตรียมตัวไปสนามบินกับจินและคาเมะ แต่เมื่อเข้ามาในห้องตัวเอง โทมะแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นสภาพของไอบะก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้ สาเหตุที่พี่จินโกรธแทบตายเพราะแบบนี้นี่เอง
" เป็นยังไงล่ะ คนเลวชอบยุ่งกับของๆชาวบ้าน หึ " น้ำเสียงของเด็กหนุ่มช่างแสนเยาะเย้ย
"….…"
" พี่จินไม่เอานายตายก็บุญแล้ว หึ นายนี่เองสินะที่ส่งรูปให้นักข่าว สกปรกที่สุด คิดจะแย่งของๆเค้า แล้วยังใช้วิธีสกปรกโสโครกไร้ยางอายอีก"
" ......."
" ทำไมเงียบ พูดแทงใจดำล่ะซิ จำไว้นะต่อไปนี้ถ้านายไปยุ่งกับเค้าอีกฉันเองนี่แหละจะทำให้นายเจ็บที่สุด"
" น่ากลัวตายล่ะ! หยุดพ่ามซะทีหน้ารำคาญ!" คราวนี้ไอบะลุกขึ้นมาพูดบ้าง ซึ่งโทมะเองก็ชะงักครู่นึงเมื่อได้ยินน้ำเสียงกระแทกกระทั้นนั้น
" คนอย่างนายน่ะ ไม่เคยรู้จักความรัก ถึงได้อิจฉาคนอื่น ไปแย่งของๆคนอื่น"เขาพูดด้วยเสียกึ่งตะคอก แต่ผู้ที่ถูกว่านั้นไม่สนใจแม้แต่น้อย ไอบะเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองโทมะด้วยซ้ำ โทมะอ้าปากค้างให้กับคนหน้าด้านที่สุดในโลก ด้วยความเจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนเด็ก โทมะตั้งใจจะเอาคืนให้ได้ คอยดูละกัน!
.........................................................................................
"พี่คาเมะฮะ พี่คาเมะ"
" ฮะ? "
" เหม่ออะไรฮะ พี่จิน พี่คาเมะเป็นอะไรก็ไม่รู้" โทมะหันไปหาพี่ชายที่กำลังขับรถ จินมองทั้งสองผ่านกระจกหน้ารถ แล้วเงียบไป ร่างบางทั้งสองนั่งเบาะหลัง ด้วยเหตุที่ว่าโทมะคะยั้ยคะยอจะคุยกับพี่คาเมะให้ได้ ซึ่งจินก็ไม่ได้ว่าอะไร ความจริงแล้วไม่มีอารมณ์จะว่าใครต่างหาก คาเมะรู้ว่าจินโกรธมากและพยายามจะสงบสติอารมณ์ด้วยการนิ่งเงียบ ส่วนโทมะนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยได้แต่พูดแจ้วตามประสา คาเมะเออออบ้างเพื่อให้รับรู้ว่าฟังโทมะพูดอยู่ แต่เขาก็แอบลอบมองจินเป็นพัก จนกระทั่งถึงสนามบิน
ใกล้เวลาเดินทางแล้ว แต่พวกเขายังคงรอ โทมะเกาะแขนคาเมะไม่ห่าง ร่ำร้องด้วยความอยากไปด้วย ไม่นานจุนโนะและซึบาสะก็โทรมาสั่งเสียดิบดี ให้ระวังตัว ยามะพีมาร่ำลาโดยปราศจากยูอิจิ
" พี่ยามะพี พี่ยูล่ะฮะ?" โทมะถาม
" ยังไม่กลับจ้ะ " ยามะพีตอบเสียงเรียบ แล้วหันไปยิ้มกับคาเมะต่อ ทั้งๆที่ใจมันคิดถึงเรื่องนั้นตลอด ใช่ ยูอิจิไม่กลับบ้าน หลายวันแล้ว ไม่ติดต่อ ไม่โทรหา และเมื่อโทรไปก็ได้ยินเสียงคนอื่น? ยามะพีไม่อยากทำตัวเป็นคนขี้หึง คิดมากไปเอง เขาได้รับบทเรียนจากการคิดไปเองมากเกินพอ เพราะฉะนั้น ยามะพีเลือกที่จะเชื่อใจยูอิจิ ถึงแม้ว่าลึกๆจะยังคงร่ำไห้ด้วยความทรมาน หลังจากส่งคาเมะและจินแล้ว โทมะและยามะพีก็กลับบ้าน โทมะยังคงร่าเริงตามประสาผิดกับยามะพีที่ดูเงียบซึมไปมาก
.........................................................................................
Fate
Chapter 17
กลางดึกวันนั้น อากาศช่างหนาวเย็นกว่าทุกคืนที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้น ร่างน้อยยังคงเฝ้ารอใจจดใจจ่อ ทั้งๆที่ความหวังนั้นช่างเลือนลาง เขาเฝ้ารอเช่นนี้ทุกคืนและทุกครั้งก็ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่รอจะพบหน้า เกือบเที่ยงคืนแล้ว ดวงตากลมโตยังคงสว่างใส เฝ้าเหลียวมองประตูรั้วหน้าบ้านเป็นระยะ มือน้อยกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้นด้วยรู้สึกว่าอากาศมันหนาวขึ้นทุกที ลำพังยูคาตะบางๆก็ไม่อาจกันความเย็นได้หมด จำต้องพึ่งเสื้อคลุมตัวใหญ่เพิ่มอีก เวลาผ่านไป ทุกวินาทีที่ยามะพีเฝ้าคอยโดยไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่
เสียงรถยนต์มาจอดลงที่หน้าประตูบ้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รถของยูอิจิที่ยามะพีคุ้นเคย แต่เมื่อเห็นยูอิจิก้าวลงจากรถเขาก็แน่ใจ ร่างบางรีบมุ่งไปยังหน้าเรือน เพื่อไปรับคนที่เฝ้าคอยมาทั้งคืนด้วยหัวใจที่เต้นรัว ริมฝีปากอิ่มแดงจัดด้วยลมอากาศที่เย็นกระทบ หากกำลังยิ้มหวานด้วยความดีใจ นวลหน้าที่เคยซีดเซียวดูมีสีสันขึ้นด้วยเลือดที่สูบฉีดแรงเพราะความตื่นเต้น
นี่มันอะไรกัน? คำถามแรกเมื่อยามะพีพบว่ายูอิจิกำลังกอดประคองกับเด็กหนุ่มที่เขาไม่รู้จัก และดูเหมือนเด็กคนนั้นจะมีสีหน้าพออกพอใจเป็นพิเศษเสียด้วยสิ
" อ๊ะ! พี่ยูค่อยๆนะฮะ " เด็กหนุ่มค่อยประคองร่างสูงไว้ พายูอิจิเดินขึ้นเรือนอย่างระมัดระวัง
"พี่ยู..อย่าพึ่งสิฮะ โอ้ย ผมหนักนะ" เด็กหนุ่มพูดพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ ยูอิจิโซเซเดินปัดป่ายจนแทบจะล้มอยู่ร่อมร่อ ยามะพีได้แต่มองอย่างตะลึงงันอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งเด็กหนุ่มเห็นยามะพี
" อ้าว..ยืนบื้ออยู่ได้ มาช่วยฉันหน่อยสิ" เด็กหนุ่มกล่าว ท่าทางคุณหนูจอมผยองแบบนั้น ยามะพีไม่ชอบเลย ร่างบางไม่รู้ว่าตัวเ

Fiction on Sale
Ring of Fire chapter 25 !!!