Ring of Fire 15
chapter 15
we can make sweet love.
หิมะหยุดตกไปนานแล้ว ท้องฟ้าใสกระจ่างสีฟ้าใสไร้เมฆ
หากแต่แสดงแดดไม่อาจละลายหิมะที่ปกคลุมพื้นกินได้เลย
ยิ่งในเขตเมืองเซนต์มีนาสจีริสแล้วนั้น นครสีขาวถูกยิ้มให้เป็นสีขาวโพลนอย่างแท้จริงด้วยหิมะ
ซากปรักหักพัง ยังคงกองกันบนพื้นรกราวกับเมืองร้างที่ถูกทิ้งไว้นานนับร้อยปี
ร่องรอยการถูกทำรลายยับเยินยังคงเด่นชัด เถ้าธุลี มองแล้วรู้สึกได้ถึงความเหงา
สายลมเอื่อยพัดผ่าน...ไม่น่าเชื่อว่าที่ราบรกร้างนี้เคยเป็นนครอันรุ่งเรือง
ชายหนุ่มเดินผ่านถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะหนา ถนนสายนี้ที่เคยอาบด้วยเลือด...
เขาสอดส่องสายตามองหาวี่แววของบางสิ่ง บางสิ่งที่ล้ำค่าและเป็นที่ต้องการของอาคานิชิ จิน...
ด้านหลังเขา มีร่างสูงโปร่งในเสื้อคุลมหนา เดินตามฝ่าอากาศหนาวเหน็ด
แก้มใสแดงเรื่อ ริมฝีปากอิ่มแดงก่ำ ลมหายใจอุ่นที่ออกมาเป็นไอขาว
"ฮิโรกิ...เหนื่อยมั้ย"
ชายหนุ่มหยุดพักและหันมองร่างโปร่งบาง ฮิโรกิยิ้มตอบและส่ายหน้า
"วันนี้คงไม่เจออะไรแล้ว หิมะมันบดบังเสียหมด...ดูท่าเราคงต้องรอให้หิมะละลายก่อน"
เรียวลูบพื้นหิมะที่จับตัวหนา ก่อนจะลุกขึ้นมองซากนครเบื้องหน้า
เขาไม่รุ้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังตามหานั้น มันมีอยู่จริงหรือเปล่า แต่หากมีจริง
ที่นี้ต้องมีคำใบ้ให้เขาตามหา วงแหวนแห่งไฟพบแน่ๆ
"เยื้องไปทางตะวันตกมีหมู่บ้านเล็กๆอยู่...เจ้าเดินไหวไหมฮิโรกิ..."
ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับ ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มให้ก่อนพยักหน้ารับ
"เราจะไปพักที่นั้นกัน..."
..........................................................................................
ยามเช้าตรู่ในฤดูหนาวบรรยากาสยังคงอบอวนด้วยกลิ่นหิมะ
ไอเย็นปนหมอกในอากาศ ทำให้ลิเวลเดลล่ากลายเป็นเมืองที่ซ่อนตัวในควันขาว
วันนี้หนาวจัดกว่าทุกวัน หนาวจนเอลฟ์น้อยไม่อยากลุกจากเตียงไปไหน
หนาวจนถึงลึกสุดขั้วของหัวใจ...
รอยน้ำตายังคงเปรอะหมอนเป็นวงกว้าง
ไม่นับรวมน้ำตามากมายที่แห้งเหือดไปแล้ว
นัยน์ตากลมโตยังคงทอดมองข้างเตียงอย่างเลื่อนลอย
ไม่ต่างจากหัวใจที่ลอยละล่องไปไกล
ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่โทโมะจะถูกยูอิจิตวาดใส่..
ยูอิจิที่อ่อนโยน...นุ่มนวล อบอุ่นราวแสงอาทิตย์
และใจดีเป็นที่สุด...
ไม่ว่าโทโมะจะดื้อ จะวนยังไง ยูอิจิก็ไม่เคยว่า...
ถึงโทโมะจะเอาแต่ใจ งอแงจนน่ารำคาญ ยูอิจิก็ไม่เคย...มองโทโมะด้วยแววตาแข็งกร้าวแบบนั้น
แต่ครั้งนี้ ยูอิจิโกรธโทโมะ...
ตวาดใส่เสียงดัง...
หยุดพูดไปเถอะโทโมะ! เจ้าจะไปรู้อะไรละ
ใช่...โทโมะไม่รู้อะไรเลย...
ไม่รู้ว่าทำไมยูอิจิต้องทำแบบนี้กับโทโมะด้วย
หรือว่าเบื่อกันแล้ว?
เสียงสะอื้นแผ่วคล้ายกำลังเจ็บปวดทรมานหลุดลอดริมฝีปากที่เม้มแน่น
ดูเหมือนภาพเบื้องหน้าจะบิดเบี้ยวไป เพราะน้ำตาที่คลอเอ่อ
มือน้อยยกขึ้นกอดตัวเองด้วยความทรมาน
ในอากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ แม้ไออุ่นบนเตียงนุ่มก็ไม่อาจทำให้หัวใจที่เป็นแผลร้าวสมานกันได้แนบแน่น
ร่างกายนี้เป็นของยูอิจิ...เป็นของยูอิจิไปแล้ว
ตอนนี้ก็ถูกทิ้งไม่ใยดี...
เอลฟ์น้อยสะอื้นฮัก กดใบหน้าลงกับหมอนนุ่ม
ปลายนิ้วเคลื่อนมากุมที่อกด้านซ้าย จิกปลายนิ้วลงบนเสื้อนอนเนื้อนุ่ม
กดส่วนที่เจ็บทรมานบีบคั้นจนคล้ายจะแตกสลาย
เกลียดกันแล้วใช่มั้ย?
.........................................................................................
หมู่บ้านชายป่า ไม่ได้ใหญ่โตรุ่งเรืองแต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป
บ้านเรือนราวห้าสิบหลังคาเรียงรายอยู่ตามลานกว้าง แซมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่
บรรยากาศสงบเงียบหากแต่อบอวนไปด้วยความสุขอย่างประหลาด
เรียวและฮิโรกิโชคดีที่ในหมู่บ้านนี้มีโรงแรมแห่งหนึ่ง
เป็นที่พักสำหรับนักเดินทางที่พเนจร
ที่นานๆครั้งจะมีสักคน สองคนแวะมาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านเล็กๆนี้
ห้องพักที่ใหญ่ที่สุดใหญ่เพียงหนึ่งส่วนห้าของห้องนอนในคฤหาสน์นิชิกิโด
เฟอร์นิเจอร์มีเพียงสองสามชิ้น แต่ยังดีที่สะอาดเอี่ยม
สงสัยว่าเจ้าของคงจะดูแลอย่างดีขณะที่ไม่มีคนมาพักเลย
เรียวมองร่างบางที่เดินเข้าห้องอย่างกระฉับกระเฉง เปิดม่านรับแสงให้ห้องสว่างขึ้น
"ฮิโรกิ...อยู่ที่นี้ได้ใช่มั้ย?"
นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ปรกดวงตากลมโตออก
รอยยิ้มอ่อนหวานที่ฮิโรกิทอบให้ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเอาง่ายๆ
"ข้าอยู่ที่ไหนก็ได้...ขอแค่ตรงนั้นมีท่าน..."
เสียงหวานเอ่ย ถ้อยคำน่ารักแบบนี้มันน่าจับมากอดให้จมหายไปกับอกนักเชียว
เรียวครางแผ่วคล้ายจะทรมาน หากแต่เป็นความทรมานที่หอมหวานเหลือเกิน
มือใหญ่โอบร่างโปร่งเข้ามาหมายจะมอบจุมพิตแสนหวานให้
เป็นรางวัลตอบแทนคำพูดแสนน่ารัก
หากแต่มีเสียงเคาะประตูน่ารำคาญนั้นดังขึ้นมาขัดเสียงก่อนนะสิ
"มีอะไร!?"
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม พลางเปิดประตูให้ผู้มาเยือนใหม่
"ท่านนิชิกิโด!!...ท่านใช่มั้ย ท่านผู้คุมกฏ!"
แขกคนใหม่เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเรียว
"โคยาม่า..."เรียวเอ่ยเสียงเบา มองใบหน้าคุ้นตานั้น
"ท่านจริงๆด้วย ดีใจที่ได้เจอท่านอีก คิดว่าจะไม่มีวันได้เห็นหน้าท่านอีกแล้วเชียว" โคยาม่ายิ้มจนตาหยี
"เจ้ามาทำอะไรที่นี้?..."
"หลังจากศึกมารีเรียด ข้าก็ลาออกจากกองทัพ มาหาความสงบที่นี้ไง โรงแรมนี้ก็เป็นของข้านะ" โคยาม่ากล่าว
เรียวขมวดคิ้วมองชายหนุ่ม โคยาม่าคนนี้
คือหนึ่งในทหารคนสำคัญของไอเซนกาด แต่มันก็เป็นอดีตไปแล้ว
โคยาม่าเคยรบเคียงข้างเขามาหลายศึก จึงไม่น่าแปลกที่สนิทสนมกันพอควร
แต่โคยาม่าก็ลาออกไปหลายปีแล้ว...
"ข้าว่าจะมาเปลี่ยนผ้าปูเตียงให้ท่านนะ..." โคยาม่าแทรกกายเข้ามาในห้อง
แต่เมื่อเห็นอีกคนที่อยู่ในห้องก็อมยิ้ม ชายหนุ่มจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนอย่างคล่องแคล่ว
ทั้งที่สะอาดอยู่แล้ว ทำไมต้องเปลี่ยนด้วยก็ไม่รู้...
"ท่านิชิกิโดอย่าบอกนะว่าท่านมาฮันนีมูนที่หมู่บ้านกลางป่าแบบนี้"โคยาม่ากล่าว สายตาล้อๆมองมาที่ฮิโรกิ
ร่างบางก้มหน้าด้วยความเขินอาย เรียวไม่ได้ว่าอะไร
เพียงแต่เดินมาบังร่างโปร่งให้พ้นจากสายตาล่อแหลมของโคยาม่า
"ฮิโรกิ..." เรียวเรียกให้หนุ่มน้อยเดินเข้ามาหา
มือน้อยจับท่อนแขนเรียวไว้
เบียดกายหลบอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม
โคยาม่าที่ทำหน้าล้อเลียนเมื่อครู่จู่ๆก็นิ่งไป ชะงักจนตัวแข็ง...
"ฮิโรกิ?..อย่าบอกนะว่าเด็กคนนั้นคือ ฮิโรกิ ที่ท่านเก็บมาจากมาริเรียด!!"
โคยาม่าร้องถามเสียงดัง ดวงตาที่เรียวปรือเบิกกว้างเพื่อมองหน้าร่างบาง
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กชายตัวน้อยที่เรียวเก็บมากลางสงครามตอนนั้นจะเติบโตถึงเพียงนี้
"นี่ท่านเอาเด็กที่เก็บจากกองเพลิงนั้นมาเป็น...คนรักงั้นหรือ?..."
ฮิโรกิเงยหน้าขึ้นมองเรียวด้วยความปประหลาดใจไม่ต่างกัน
เขารู้ตัวมานานแล้วว่าเป็นเด็กที่ จินช่วยเหลือมาจากสงคราม...
แต่โคยาม่ากลับพูดว่า เรียวเป็นคนช่วยเขามา?
นี่มันคืออะไรกัน?
เรียวเป็นคนช่วยเขาออกมา...
ไม่ใช่จิน...
ดวงตากลมโตมองเสี้ยวใบหน้าเย็นชาของเรียวด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ
"ไม่มีอะไรหรอกโคยาม่า...ข้าว่าเจ้าออกไปได้แล้วละ" เรียวเอ่ยเป็นทำนองไล่
แต่โคยาม่ายังไม่ยอมขยับไปไหน และยังจ้องมองมาด้วยความสงสัย
"ข้าว่าแล้วเชียวว่าเจ้าหนุนี้โตมาต้องสวยแน่ๆ...
แต่จะว่าไปที่ท่านรับดูแลเด็กนี้เพราะท่านเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของเจ้าหนูนี้ด้วยสินะ"
โคยาม่าพูดออกไปโดยไม่รู้...ไม่รู้ว่าฮิโรกิไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย
ร่างโปร่งคล้ายจะถูกคำสาป ความเย็นวาบแทรกเข้ามาอย่างรวดเร็ว
จนความรู้สึกอุ่นในใจเมื่อครู่มลายไปในวินาทีเดียว
หมายความว่ายังไงกัน?
เรียว...ฆ่าพ่อแม่ของเขางั้นหรือ?...
เรียวหันกลับมามองใบหน้าหวาน
ฮิโรกิหน้าเผือดสีลง สีหน้าตื่นตะลึงปรากฏอยู่ชัดเจน
ยิ่งเห็นสีหน้าหนักใจของเรียว ฮิโรกิยิ่งแน่ใจ...
"เอ่อ...ข้าพูดอะไรผิดรึเปล่า" โคยาม่าเอ่ย เมื่อเห็นบรรยากาศที่แลดูคล้ายมีเมฆฝนปกคลุมในชั่วขณะ
"ออกไปได้แล้ว!"
เสียงเรียวตวาดไล่หลัง
มีที่ไหน ไล่เจ้าของโรงแรมที่ตัวเข้ามาพัก
โคยาม่าได้แต่คิดพลางส่ายหน้าเอือมๆ ขณะที่ปิดประตูห้องลง
ความเงียบเท่านั้นที่ดังก้องในห้องสี่เหลี่ยมนี้
เรียวหันมาเผชิญหน้ากับฮิโรกิที่มองมาหาด้วยสายตาว่างเปล่า...
ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้...มือใหญ่คว้าร่างโปร่งเข้ามาโอบไว้...
และกอดแนบแน่นในวินาทีต่อมา...
หากแต่ร่างนั้นกลับนิ่ง ไร้ซึ่งแรงตอบสนอง
ดวงตากลมโตมองมายังใบหน้าคมราวกับจะหาคำตอบ...
เรียวได้แต่อึดอัดในใจ มองไปยังสายตาที่เย็นชาจนแทบมองไม่เห็นเงาของเรียวในนั้น
"พูดสิว่าไม่จริง...แล้วข้าจะเชื่อท่าน...ไม่ว่าจะยังไง ข้าจะเชื่อท่าน"
เสียงที่เอ่ยออกมานั้น ทั้งสั่น พร่าเลือนและแผ่วเบา
ดวงตากลมโตมองมา มือน้อยสั่นระริกจนเจ้าตัวต้องกำไว้แน่น...
หัวใจดวงน้อยบีบตัวรุนแรง...
พูดออกมาสิเรียว...พูดออกมา
โกหกข้าก็ได้...ได้โปรดเถอะ...
"ข้าขอโทษ...."
........................................................................................
เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น เอลฟ์น้อยได้แต่หงุดหงิด
เมื่อร่างกายไม่อาจเคลื่อนไหวได้ตามที่ต้องการเลยสักนิด
ในหัวมันหนัก...หนักเหมือนสมองทำด้วยตะกั่ว
แถมยังปวดแสนปวด จวนเจียนจะระเบิดอยู่ร่อมร่อแล้ว
มือน้อยคว้าผ้าห่มขึ้นมา ดึงมาจนติดคอ พลางพลิกตัวนอนตะแคง
แต่กว่าจะทำได้ดังใจก็ต้องเจอกับความทรมานเป็นที่สุด
กล้ามเนื้อทุกส่วนร้องอุทธรณ์ด้วยความปวดร้าว
ร่างกายปวดเมื่อยไปทุกส่วนราวกับไม่ได้ขยับมาทั้งชาติ
โทโมะครางออกมาอย่างทรมาน ปนกับความหงุดหงิด
ไม่ว่าอะไรๆก็ก่อกวนเวลานอนอันแสนสุขของเขาไปเสียหมด
ไหนจะเสียงพูดคุยจ้อกแจ้ก ข้างๆเตียงนี้อีก
อยากรู้จริงว่าใครกล้ามาพูดคุยในห้องของเจ้าชายโทโมะ!!
อย่าให้ลืมตาขึ้นได้ละกัน โทโมะจะไล่ตะเพิดไปเลย!
คิดแล้วรู้สึกแย่ แรงขนาดจะลืมตายังไม่มีเลย
ทำไมกันหนอ...พลังเยียวยารักษา ถึงใช้กับตัวเองไม่ได้...
แย่ที่สุดเลย....
โทโมะครางออกมาอย่างงุ่นง่าน ขยับตัวนิดหน่อยก็ปวดแสนปวด
ไหนจะหัวที่ร้อนจนแทบจะระเบิด
สักครู่นึง ความรู้สึกเย็นๆก็ทาบทับลงบนหน้าผาก
เย็นจนโทโมะสะดุ้ง
หากแต่มันทำให้อาการปวดหัวลดลงอย่างประหลาด
เอลฟ์น้อยได้แต่ภาวนาให้มือเย็นๆนั้นวางอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน
สักพักฝ่ามือใหญ่นั้นก็ละไป เอลฟ์น้อยครางออกมาอย่างขัดใจ
มือน้อยยกขึ้นไขว่คว้าหา
"กลับมานะ...อย่าไป...อยู่กับข้า"
คำพูดที่โทโมะพยายามพูด หากแต่พอหลุดจากกลีบปากอิ่มแต่ซีดเซียว
มันเป็นเพียงเสียงครางงึมงำไม่ได้ศัพท์
นัยน์ตาคมมองใบหน้าหวานละมุมแต่ยังคงซีดราวกระดาษอย่างห่วงใย
ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงนุ่ม ข้างร่างเอลฟ์น้อย
มือใหญ่คว้ามือที่เล็กกว่ามากนั้นไว้
เอลฟ์น้อยจึงหยุดเพ้อ เขาขยับเข้ามาใกล้ ลูบไล้แก้มขาวอย่างอ่อนโยน
หัวใจเต้นแรงเมื่อมือน้อยคว้ามือเขาไว้ จับมันแนบใบหน้า ราวกับไม่อยากให้ไปไหน
สีหน้าบึ้งตึงของโทโมะคลายลง มีเพียงรอยยิ้มจางๆที่มุมปาก คิ้วที่ขมวดก็คลายลงแล้ว
ชายหนุ่มจึงตัดสินใจนิ่งอยู่เช่นนั้น
ปล่อยให้เอลฟ์น้อยได้ทำตามใจ
"เป็นยังไงบ้างท่านยูอิจิ..." เสียงร้องถามจากมุมห้อง
ชายหนุ่มหันไปยิ้มอย่างสุภาพให้
"ไข้สูงมากจนเพ้อ...แต่ตอนนี้เงียบไปแล้ว หมอหลวงให้ยาไปแล้วอีกไม่นานคงหายดี"
"น้องข้าคนนี้...มัวแต่นอนหมกในห้องสองสามวัน เราก็นึกว่างอนท่านยูอิจิเลยไม่ไปไหน
มาเจอเข้าอีกทีก็ซมเพราะเป็นไข้เสียแล้ว...ไม่ไหวจริงๆเลย"
"ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกท่านจุน...เพราะข้าต่างหาก...โทโมะถึงได้เป็นแบบนี้"
ยูอิจิมองใบหน้าหวานด้วยสายตาหยาดเยิ้มด้วยความห่วงใย
"ข้าก็เป็นสาเหตุให้ท่าน...เอ่อ...โมโห" จุนกล่าว
"ข้าต่างหากที่ต้องขอโทษท่าน...อย่าปฏิเสธเลย วันนั้นข้าเสียมารยาทมากไปจริงๆ...
ได้โปรดรับคำขอโทาของข้าด้วย อย่าพูดโทษตัวเองให้ข้ารู้สึกผิดไปกว่านี้เลยท่านจุน"
จุนยิ้มให้แล้วขอตัวออกจากห้องไป
ยูอิจิจึงหันมาสนใจร่างน้อยที่ขดตัวบนเตียง
ไม่เจอหน้าสามวัน...ยูอิจิแทบขาดใจ
อยากจะมาหา...มาขอโทษ
เพราะเขาเองก็อารมณ์ร้อนเกินไป...
เลยเผลอพูดจารุนแรงใส่เอลฟ์ตัวน้อย....
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหายเคืองรึยัง
รู้อีกทีก็ตอนที่จุนมาบอกว่าไม่สบายหนัก เพ้อหายูอิจิตลอด...
นี่มัวแต่นอนร้องไห้ ไม่ยอมกินอะไร...
อากาศก็หนาวอย่างนี้ ตอนหลับเคยห่มผ้าบ้างมั้ย
ไข้หวัดถึงได้ลุกลามขนาดนี้....
ยูอิจิดึงมือตัวเองออกมา เมื่อเห็นว่าเอลฟ์น้อยหลับสนิทไปแล้ว
"อืม....อื้อ...."
ริมฝีปากอิ่มขยับน้อย ราวกับจะบอกว่าอย่าไปไหนนะ...
ยูอิจิยิ้มอ่อนโยน แบบที่เคยทำให้โทโมะหัวใจเต้นแรง
ชายหนุ่มแทรกกายเข้าในผ้านวมหนา
โทโมะขยับเข้าหาไออุ่นอย่างโหยหา
ยูอิจิเองก็ปล่อยให้ร่างน้อยเข้ามาซุกกายแนบอก
"ข้าไม่ไปไหนหรอก..."
........................................................................................
นัยน์ตาเรียวมองลอดผ่านกรอบหน้าต่างกระจกที่ประดับด้วยทองคำ แล้วต้องถอนหายใจอย่าหงุดหงิด
หิมะยังคงโปรยปรายลงมาไม่หยุดหย่อน น่ารำคาญเหลือเกินในความคิดของคาซึยะ
หิมะบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ตกอยู่ได้ แล้วแบบนี้คาซึยะจะออกไปเดินเล่นข้างนอกได้ยังไงกันเล่า !
ร่างบางนั่งกอดเข่าบนโซฟาบุหนังสัตว์สีขาวนุ่ม
ผิวขาวใสของเด็กหนุ่มดูราวกับเจ้าตัวกลายเป็นสิ่งมีชีวิตโปร่งแสง
ใบหน้าเล็กๆซบอิงหัวเข่า
ไม่ว่าจะมองอะไรก็ต้องถอนหายใจ
มองไปทางไหนก็เจอแต่ของสวยงามหรูหรา...ก็รุ้ว่าที่นี้คือพระราชวังไอเซนกาด
แต่ตอนนี้คาซึยะหงุดหงิดนี่น่า อยากออกไปเล่นข้างนอก
ไม่อยากถูกจับขังในกรงทองฝังเพชรแบบนี้!
"น่าเบื่อ!"
หนุ่มน้อยร้องออกมา เสียงดังจนก้องไปถึงท้องพระโรง
เหล่าทหารยามตลอดจนนางกำนัลคงไม่มีใครไม่ได้ยินเสียงบ่นอย่างหงุดหงิดของเจ้าชายน้อย
ฉับพลับที่สายตาเหลือบเไปเห็นแจกันดอกไม้ที่นางกำนัลถือมาวางบนโต๊ะมุมห้อง
"เจ้าไปเอามาจากไหนนะ? ดอกไม้พวกนี้" คาซึยะถามด้วยความประะหลาดใจ
ดอกกุหลาบสีแดงสดสลับกับสีขาวสะอาด
มีที่ไหนในฤดูกาลอันเยือกเย็นแบบนี้
"อุทยานหลังราชวังเพค่ะ...ที่นั้นเป็นเรือนกระจกที่มีดอกไม้พวกนี้ทั้งปีเลยเพค่ะ"
หล่อนตอบอย่างสุภาพ ขณะที่มองร่างเจ้าชายน้อยที่เดินเข้ามาหาดอกไม้สีสดอย่างกะตือรือล้น
ปลายนิ้วเรียวเล็กแตะกลีบสีแดงแผ่วเบา ราวกับพิสูจน์ว่าเป็นของจริงหรือไม่
และสัมผัสเรียบลื่นนั้นก็บอกว่ามันคือของจริง
"ท่านชายชอบหรือเพค่ะ?...งั้นข้าจะพาท่านชายไปเรือนกระจก
จะได้ชมพันธุ์ไม้แก้เบื่อไงเพค่ะ"
คาซึยะหันมายิ้มกว้าง และไม่รอที่จะเดินนำนางกำนัลเพื่อตรงไปยังอุทยานหลังวัง
เรือนกระจกใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่อุทยานหลวงเป็นบริเวณกว้าง
ในขณะที่ข้างนอกนั้นขาวโพลนไปด้วยหิมะ และเย็นจัดจนไม่อาจทนอยู่ได้
แต่ภายในเรือนกระจกราวกับคนละโลก
สีสันสดใสจากดอกไม้และพันธุ์พืช ตัดกับสีขาวดำของโลกภายนอก
อากาศที่อบอุ่น ไม่ร้อนเกินไป ยิ่งสร้างความรู้สึกราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์
หากหิมะนั้นคือทะเลทราย...ที่นี้ก็คือโอเอซิส
นัยน์ตาสีน้ำตาลวาววับอย่างตื่นเต้น
ขณะเจ้าตัวพยายามมองให้รอบตัว ชื่นชมความงามที่ไม่ได้เห็นมาหลายเดือน
"ข้าขอตัวก่อนนะเพค่ะ..." นางกำนัลเอ่ยขึ้น
"อืม...ขอบใจเจ้ามาก" เจ้าชายน้อยหันไปยิ้มให้ก่อนกลับมาสนใจดอกกุหลาบสีแสดสดใส
ปลายนิ้วมนจับต้องกลีบดอกอย่างแผ่วเบา
กลัวว่าหากจับแรงไปจะช้ำเอาได้
ร่างบางเดินผ่านซุ้มกุหลาบสารพัดสี ผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ที่แปลกประหลาดตา
อย่างที่คาซึยะไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิตนี้
จนกระทั่งเจ้าชายน้อยมาเจอกับโต๊ะเก้าอี้ที่จัดวางกลางสวน
คงจะดีหากมีน้ำชาอุ่นๆให้จิบกับคุ๊กกี้หวานๆ...
ร่างบางคิดขณะที่นั่งลงบนเก้าอี้เหล็กดัดสีขาว
ดอกไม้ที่นี้สวย จนเด็กหนุ่มอดใจไม่ไหว
ขออนุญาติเจ้าของสวนผ่านสายลม
แล้วก็จขอโทษคนดูแลสวนผ่านหิมะด้วยละกัน
คาซึยะเด็ดดอกไม้สีสวยที่ตนชอบและเถาวัลย์ออกจำนวนหนึ่ง
และสนุกกับความซุกซนของตัวเอง
มือน้อยจัดการพันเถาวัลย์กับดอกไม้จนกลายเป็นมงกุฏดอกไม้สีสวย
คาซึยะยิ้มปลาบปลื้มกับผลงานของตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าถึงขนาดจะเอามาใส่หรอก
ถ้ามีใครมาเห็นเข้า...แย่แน่ ><
"ทำอะไรอยู่หรือ..."
ร่างบางสะดุ้งเฮือก รีบเก็บดอกไม้ไว้ใต้เสื้อคลุม
แล้วหันไปมองต้นเสียงด้วยท่าทีตื่นกลัว
"เป็นอะไรไป...ข้าทำให้เจ้าตกใจมากขนาดนั้นเชียว?"
เจ้าชายน้อยส่ายหน้า"ก็ท่านชอบโผล่มาแบบนี้อยู่เรื่อย"
เสียงงึมงำแทบจับใจความไม่ได้ของคาซึยะสร้างรอยยิ้มให้จินอย่างแปลกประหลาด
"ว่าแต่ท่านเถอะ...มาทำอะไรที่นี้"
"มาหาเจ้า..."
ร่างสุงเอ่ยตอบโดยไม่ได้คิดอะไร
หากแต่คำตอบตรงไปตรงมาของจินทำให้คาซึยะหน้าร้อนวูบ
"ก็ท่านเจอข้าแล้ว...ก็ไปซะสิ..."
จินหัวเราะ ท่าทีเขินอายของคาซึยะมักสร้างความอบอุ่นใจให้เขาเสมอ
ถึงแม้เจ้าตัวจะแสร้งทำเป็นพูดประชดประชัน แต่นั้นก็เพราะอายจนทำอะไรไม่ถูกต่างหาก
"ก็ได้...งั้น ข้าไปก่อนนะ"
ร่างสูงเดินจากไปเสียดื้อ ทำเอาเจ้าชายน้อยหน้างอ
อะไรกันเล่า! ไม่ได้ไล่เสียหน่อย...
นัยน์ตาสีนำตามองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไปช้าๆ
"นี่!...จะไปจริงๆหรอ?"
เสียงหวานร้องเรียกก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวออกจากประตูเรือนกระจก
จินหันไปมอง แสร้งทำเป็นเลิกคิ้วประหลาดใจ แต่มัมปากนั้นอาบด้วยรอยยิ้ม
"ก็เจ้าบอกให้ข้าไป..."
เจ้าชายน้อยอ้าปากค้าง ด้วยไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ
"ขะ...ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น"
คาซึยะเลือกที่จะตอบเลี่ยงๆ ความจริงแล้วเขาเองก็ต้องการพบหน้าจินอยู่หรอก
แต่จะให้บอกไปว่า อยากเจอ...อยากอยู่ใกล้ๆ
เหมือนหญิงสาวเวลาออดอ้อนคนรักแบบนั้น คาซึยะไม่มีวันทำเด็ดขาด!
"งั้นเจ้าหมายความว่ายังไงละ..."
ตาบ้า! คาซึยะกร่นด่าในใจ มองใบหน้าเจ้าเล่ห์ของจินแล้วรู้สึกอึดอัด
คาซึยะรู้ดี ว่าคนอย่างจินนะ มองหราดเดียวก็รู้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร
ก็สายตาคมกริบของกษัตริย์แห่งไอเซนกาดเคยมองอะไรพลาดละ?
ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเขารู้สึกยังไง ยังจะใช้คำถามแบบนั้นบีบเค้นกันอีก!
"ก็ได้...ข้าอยากให้ท่านอยู่กับข้า"
คาซึยะตวาดเสียงดัง ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนเนื้อความในคำพูดเลยแม้แต่น้อย
"ก็เท่านั้นแหละ"
ร่างสูงโอบเจ้าชายน้อยเข้ามาแนบอก ซุกใบหน้าจุมพิตแก้มใสอย่างนุ่มนวล
จินรู้...เขาไม่มีเวลาให้คนรักเท่าใดนัก...
เพราะงานที่มากมาย รัดตัวจนแทบกระดิกไปไหนไม่ได้
ไหนจะความรับผิดชอบมหาศาลนั้นอีก...
มองลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลใสแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเหงา...
ที่เจ้าตัวบ่นว่าเบื่อ...ความจริงก็คือ เหงา...
เด็กหนุ่มมองใบหน้าคมกริบ ปล่อยให้ความรู้สึกแล่นผ่านสายตาสู่ดวงตาอีกฝ่าย
คาซึยะคิดตลอดว่าตัวเองไม่เหลือใครอีกแล้ว อยู่คนเดียวบนโลก
ไม่เหลือใคร ทั้งญาติพี่น้อง หรือคนรู้จัก...
แต่ทุกครั้งที่จินเดินเข้ามา กอดเขาไว้...
ใช่ คาซึยะยังอยู่เพียงลำพังบนโลก...แต่เป็นโลกของ อาคานิชิ จิน
ใบหน้าหวานซบลงบนอกอุ่น ริมฝีปากบางอมยิ้มหน้อยอย่างอุ่นใจ
"ไปเที่ยวกันมั้ย?"
"ไป!..."
เด็กหนุ่มตอบโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก
ท่าทีตื่นเต้นของคาซึยะทำให้จินต้องลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างเอ็นดู
.................................................................................................
"ท่านแน่ใจนะ...ว่าจะให้ข้า..."
ร่างบางยืนห่างออกมาเสียไกล ไม่กล้าแม้จะขยับเขยือนไปไหน
นัยน์ตาใสบริสุทธิ์ช้อนมองใบหน้าคมของจินอย่างหวาดหวั่น
"ยื่นมือมาสิคาซึยะ..."
"แต่ว่า..."
หนุ่มน้อยถอยหลังไปอีกก้าว ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงครางต่ำของสัวต์ร้ายตรงหน้ายิ่งไม่กล้าขยับไปไหน
มังกรตัวใหญ่ แผ่เกล็ดสีแดงสดราวเลือดที่มันขวับไปทั้งตัว
ดวงตาสีดำขวับของมันจ้องมองมาที่คาซึยะอย่างมาดร้าย ปีกที่เป็นพังพืดสยายกว้าง
กรงเล็บแหลมคมตั้งท่าราวกับเตรียมพร้อมจะตะครุบเหยื่อ
คาซึยะกลืนน้ำลาย ถึงเขาจะชอบสัตว์ยังไง
แต่ขอยกเว้นเจ้าตัวนี้ไว้สักตัวเถอะ...น่ากลัวอย่างกับอะไรดี
มีที่ไหนจะอยากเข้าไปใกล้...ไม่เอาด้วยหรอก...
"คาซึยะ มาสิ..."
เสียงเร่งรัดของจินไม่ได้ช่วยให้คาซึยะอยากเดินเข้าไปใกล้มังกรสีแดงตัวมหึมานั้นได้เลย
ชายปหนุ่มทอดมองลงมาจากด้านบน ร่างสูงนั่งบนช่วงต่อระหว่างคอกับลำตัวเจ้าสัตว์ใหญ่
ข้างกายนั้นคือปีกมหึมาที่แผ่กางพร้อมจะโผบิน
"ไม่เอาหรอก...ข้า..."
เจ้าชายน้อยส่ายหน้ารัว ก้ามถอยห่างสัตว์ร้ายในเทพนิยายออกไปทุกที
หากจำไม่ผิดละก็ เจ้าตัวนี้แหละที่คาซึยะเห็นในนิมิต...
มังกรตัวเดียวกับที่จินใช้บุกทำลายเซนต์มินาสจีริส...
"ไม่ต้องกลัวหรอก...มันจะไม่ทำร้ายเจ้า"
จินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า มือใหญ่ลูบไล้หนังที่ปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งๆสีแดง
แต่คาซึยะก็ยังคงหวาดระแวง เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะขยับสักนิด
จนจินทนไม่ไหวเสียเอง จู่ๆ จินกับมังกรสีแดงก็โผทยายขึ้นจากพื้นและพุ่งตรงมาทางคาซึยะ...
เด็กหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง กว่าจะรู้ตัวอีกที
คาซึยะก็ถูกช้อนตัวขึ้นมาด้วยมือของจิน และถูกเก็บเกี่ยวเข้าสู่อ้อมแขนชายหนุ่มอย่างง่ายดาย
"ลืมตาได้แล้ว...เห็นมั้ย ไม่มีอะไรจะต้องกลัว"
จินลูบหัวคนตัวเล็กที่สั่นสะท้านในอ้อมแขน เจ้าชายน้อยค่อยๆลืมตาขึ้นมา
ใบหน้าคมที่หายเพียงคืบ มีรอยยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักสร้างความลำบากใจให้คาซึยะเสมอ
"ก็มัน..."
คาซึยะตั้งท่าจะเถียง แต่ก็ต้องเงียบไป ด้วยไม่รู้จะต่อปากต่อคำด้วยคำพูดเช่นไร
ใช่...ตอนนี้คาซึยะไม่กลัวแล้ว...
ถึงแม้จะอยู่บนหลังมังกรตัวใหญ่ที่ตั้งท่าจะฆ่าทุกชีวิตที่ผ่านตา
แต่ก็อยู่ในอ้อมแขนของจิน...
จินที่จะปกป้องคาซึยะ...
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น....
สายลมแรงจัดพัดกรรโชก หิมะยังคงตกไม่หยุด ยิ่งเมื่อทั้งสองบินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ความหนาวเย็นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น จนเจ้าชายน้อยสั่นระริก ใบหน้าหวานซุกเข้าหาอกกว้าง
มือน้อยที่วางบนต้นคอสอดผ่านเส้นผมหนาของจิน
"ทนหน่อยนะ...อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว"
เสียงนุ่มกระซิบแผ่ว ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดใบหู คาซึยะรู้เพียงแค่มันอุ่น
สักครู่หนึ่ง มังกรสีแดงก็พุ่งทยายผ่านเมฆหมอกและหิมะ จนกระทั่งขึ้นมาถึง
เหนือกลุ่มเมฆที่โปรยหิมะลงมา แสงอาทิตย์อุ่นสาดส่อง
ปีกใหญ่โผไปในไออุ่นนั้นอย่างแสนสุข...
คาซึยะมองดวงอาทิตย์สีขาวสว่างนั้นจนตาพร่า นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้เจออากาสอุ่นๆแบบนี้
มองไปด้านล่างก็เจอแต่สีขาวของปุยเมฆฟูหนา จนดูนุ่มน่าสัมผัส...
ราวกับคาซึยะและจินกำลังเดินทางบนสรวงสวรรค์
"ไปที่ไหนกันดีน้า..."
จินหันมาถามเจ้าชายน้อยที่กำลังมองเมฆใต้กรงเล็บมังกรอย่างเอาเป็นเอาตาย
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองจิน ก่อนจะพูดว่า
"อยู่บนนี้ได้มั้ย?...ข้าชอบที่นี้"
จินมองใบหน้าหวานที่ส่งแววตาอ้อนๆมาให้ ทำไมกันนะ...
แค่แววตาที่ใสสะอาดมองมาก็มำให้ใจเต้น...ลมหายใจสะดุดแบบนี้
"เอาสิ...บินวนอยู่บนนี้ก็ได้ ข้าว่าเจ้าคงไม่ได้เจอพระอาทิตย์มานานละสิ ถึงได้คิดถึงขนาดนี้"
คาซึยะยิ้มกว้างอย่างดีอกอีใจก่อนจะหันไปมองข้างหน้า สูดลมหายใจเสียเต็มปอด
"ได้ยินแล้วใช่มั้น ริวฮะ...บินวนเล่นบนนี้สักพักนะ"
จินพูดขึ้น เอื้อมมือไปลูบไล้ช่วงคอเจ้ามังกรตัวใหญ่ และหายได้ยินไม่ผิด
คาซึยะได้ยินเสียงร้องครางต่ำจากเจ้ามังกรตัวนั้น ราวกับจะรับคำสั่งของเจ้านาย
"มันชื่อริวฮะหรอ?"
เสียงใสถาม ตาแป๋วๆแบบนี้สินะ ถึงทำให้คนใจร้ายอย่างจินอ่อนโยนได้ขนาดนี้
"อืม...เจ้าลองเรียกชื่อมันสิ แล้วก็ลูบมันตรงนี้"
จินโน้มลงมากระซิบ จับมือน้อยลูบไล้ช่วงคอของริวฮะ
ทันทีที่มือน้อยวางลงบนผิวมังกร เกล็ดสีแดงหยาบกระด้างและเย็นเชียบทำให้คาซึยะสะดุ้ง
มือน้อยๆค่อยๆลูบอย่างกล้าๆกลัวๆ
"...ริว...ฮะ....ริวฮะ...."
เสียงใสร้องเรียกอย่างลังเล แทบจะในทันทีที่เจ้ามังกรตัวฉกาจส่งเสียงร้องตอบกลับมา
เสียงครางที่ฟังบาดหูนั้น แต่มันแฝงด้วยความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
ปีกใหญ่ๆโผบินออกไปอย่างร่าเริง ราวกับกำลังหยอกล้อเจ้านายตัวเล็ๆที่เรียกชื่อมัน
เจ้าชายน้อยหัวเราะออกมาเสียงใส มือน้อยลูบไล้ริวฮะอย่างรักใคร่เอ็นดู
ริวฮะโผบินไปเรื่อย ให้สายลมอุ่นปัดเป่าความหนาวเย็น
เส้นผมหอมละมุมของคาซึยะพลิ้วไหว ต้องจมูกชายหนุ่ม
ร่างบอบบางนั่งอิงซบอกกว้าง ใบหน้างดงามสดใสด้วยรอยยิ้ม
หัวใจที่เคยด้านชาราวกับถูกชุบชีวิตใหม่อีกครั้ง
มันเต้นสะท้านรุนแรง เรียกร้องความรู้สึกที่มากกว่านี้จากร่างน้อย
ริมฝีปากนุ่มจุมพิตแผ่วเบาที่ขมับขาว
ความรู้สึกที่ไม่เคยมีให้ใคร....
และไม่เคยคิดจะให้ใครเห็นมัน....
มันคืออะไรกันนะ ความรู้สึกแบบนี้...
"จิน...ท่านจิน..."
เสียงใสๆฉุดจินขึ้นจากความคิดของตน รอยยิ้มที่แต่งแต้มใบหน้าหวาน
จินรู้ว่ามันงดงามมากแค่ไหน...
"ดูริวฮะสิ...น่ารักที่สุดเลยละ!"
คาซึยะพูดด้วยความตื่นเต้น
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า จะมีใครอีกมั้ยนะที่จะเห็นมังกรตัวนี้น่ารักเหมือนกับเขา
ในโลกนี้คงจะไม่มีเป็นแน่....
"ไม่กลัวแล้วหรือไง...หืม?"
จินถาม แต่คาซึยะส่ายหัวหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม
"ไม่กลัวแล้ว...ริวฮะใจดี" เหมือนท่าน... คาซึยะยั้งปากก่อนที่จะเอ่ยอีกคำออกไป
เด็กหนุ่มรีบก้มหน้า ไม่กล้ามองจินอีก มือน้อยลูบริวฮะแก้เก้อเขิน
จะให้พูดออกไปได้ยังไงกัน...
แก้มใสๆแดงก่ำจนจินสังเกตเห็น แววตาเมื่อครู่ก่อนเจ้าตัวน้อยจะหลบสายตาเขาไปช่างน่ารัก
จนชักอดใจไม่ไหวแล้วสิ...
นิ้วเรียวเชยคางมนให้หันมา นิ้วแข็งๆของจินบีบปลายคางน้อยๆ
ให้คาซึยะใจสะท้าน ในขณะที่ใบหน้าเคลื่อนเข้ามาใกล้
สาบานได้ว่าเพราะแสงอาทิตย์วูบหนึ่ง มันแยงตา
คาซึยะจึงต้องหลับตาลง เพราะแสงอาทิตย์นั้นต่างหาก...ไม่ใช่เพราะคาซึยะยินยอมให้จินกำลังจูบเขา
จริงๆนะ...
น่าแปลกที่จูบคราวนี้ช่างอ่อนหวานกว่าทุกครั้ง...
หรือเพราะว่าได้รับความร่วมมือจากเจ้าชายน้อยเป็นอย่างดี
หรือเพราะว่าจินจูบเก่งขึ้น....
ริมฝีปากนุ่มละออกไปเพียงชั่วครู่ แล้วเข้ามาทาบทับอีกครั้ง
จินกำลังเติมเต็มความรู้สึกให้คาซึยะ...
คาซึยะกำลังสำลักความรู้สึกที่จินมอบให้
จินกำลังช่วงชิงลมหายใจของคาซึยะไป
หรือคาซึยะกำลังมอบลมหายใจให้จิน
"อ๊ะ!!..." ร่างบางร้อง เมื่อเสียหลัก เหมือนกำลังจะลื่นตกจากอ้อมแขนจิน
ก็เจ้าริวฮะตัวดี ที่บินนิ่มๆจู่ๆก็โฉบกลัวๆปอีกทาง จนคนนั่งแทบตกจากมัน
แถมยังร้องเสียงแหลมอีก
"ตั้งใจขัดจังหวะข้าหรือไงริวฮะ..."
จินกล่าว แต่น้ำเสียงดูเหมือนจงใจแกล้งหยอกคาซึยะมากกว่าจะดุเจ้ามังกรนั้นจริง
เจ้าชายน้อยหน้าแดง มือเกาะเสื้อคลุมสีเข้มของจินแน่น
ริมฝีปากแดงก่ำเผยอหอบ จุมพิตของจิเมื่อครู่ราวกับจะประหารคาซึยะให้ตายคาอ้อมอกเสียตรงนั้น
"บินช้าๆหน่อยริวฮะเดี๋ยวนายเจ้าอีกคนจะตกรู้มั้ย...นายใหม่ของเจ้าคนนี้ชื่อคาซึยะ...เข้าใจมั้ย?"
สักครู่ก็มีเสียงตอบรับจากริวฮะ...
ก่อนมังกรตัวใหญ่จะโผร่อนในอากาศที่อบอุ่นอย่างร่าเริง...
.........................................................................................
"โอ้ย...ปวดหัว"
นี่คือคำพูดแรกของเอลฟ์น้อยในยามเช้าที่ลืมตาขึ้นมา
ไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดในฤดูหนาวดูเหมือนว่าจะไม่มีท่าทีว่าจะหายเอาง่ายๆ
นึกถึงเมื่อสองวันก่อนที่โทโมะลืมตาขึ้นาก็เจอใบหน้าของยูอิจิ
เท่านั้นแหละ เจ้าตัวก็อาละวาด ไล่ยูอิจิออกจากห้องไป
สั่งไม้ให้ยูอิจิมายุ่งกับเขาอีก
จนถึงตอนนี้ยูอิจิก็ไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นอีก
ชิ...ดี ไม่ง้อก็ไม่ง้อ โทโมะไม่สนหรอก!
เอลฟ์น้อยคิด แต่ใจมันก็แอบคิดว่าหากยอมคืนดีกับยูอิจิเสียตั้งแต่ทีแรกก็ดีหรอก
จะได้ไม่ต้องมานั่งรอ หวาดระแวงตลอดเวลาแบบนี้
โทโมะลุกขึ้นจากเตียงด้วยความอ่อนระโหย
เรี่ยวแรงไม่รู้ว่าหายไปไหนหมด ยิ่งอากาศหนาวๆแบบนี้มันบาดผิวยังกับอะไรดี
"ท่านชายอย่าพึ่งลุกไปไหนเลยนะเจ้าค่ะ ยังไม่ค่อยแข็งแรงเลย"
เสียงทักท้วงจากหญิงชรา ผู้เป็นนางกำนัลไม่ได้มีผลอะไรกับโทโมะเลย
เอลฟ์น้อยไต่ลงบันไดสูงชันด้วยความยากลำบาก
ลำพังแค่ปวดหัวก็ไม่เท่าไหร่ แต่ร่างกายที่สั่นระริกเพราะอากาศหนาวๆนี้สิ
ท่าทางจะตอกบันไดอยู่ร่อมร่อของโทโมะมันช่างน่าหวาดเสียวเสียเหลือเกิน
"ท่านชายเจ้าค่ะ ให้ข้าช่วยประคอง"
เหล่านางกำนัล ต่างสาละวนหมานจะช่วยพยุงร่างเจ้าชายเอลฟ์ที่โงนเงนเหลือเกินนั้น
แต่โทโมะก็สะบัดออกอย่างไม่ใยดี แถมดื้อจะเดินเองจนได้
"อย่ามายุ่งกับข้านะ...อ๊ะ!!!!"
พูดไม่ทันขาดคำ เอลฟ์น้อยก็เซจนจะตกบันไดอยู่แล้ว
แต่ยังดีที่มีแขนใครบางคนควาเอาไว้เสียก่อน ไม่งั้นคงจะได้หลายแผลเลยละ
"นี่ปล่อยนะ!!" เสียงแหบห้าวตวาดใส่ ผลักร่างตนออกมา
ราวกับแขนที่ช่วยตนไว้นั้นเป็นของที่น่ารังเกียจเสียเหลือเกิน
"โทโมะ..."
"อย่ามาเรียกชื่อข้านะ...ชื่อนั้นนะ สำหรับคนที่ข้ารักเรียกข้าต่างหาก...ท่านไม่มีสิทธิ์"
เอลฟ์น้อยโวยวายก่อนจะ ก้าวพรวดพราดกลับห้องนอนไป
ไม่หันมาสนใจชายหนุ่มที่ยืนยิ้มขื่นๆกับตัวเอง
"ท่านยูอิจิเจ้าค่ะ...ตามไปเลยสิ"
หญิงนางกำนัลกล่าว ใบหน้าหล่อนยิ้มพราวสนับสนุนให้ยูอิจิตามเอลฟ์น้อยไป
ชายหนุ่มยิ้มบางๆให้ก่อนจะทำตามคำของนาง
แผ่นหลังที่อยู่ภายใต้อาภรณ์สีขาวสะอาด และดูเหงาหงอยและว่างเปล่า
ยูอิจิมองภาพนั้นก่อนจะปิดประตูลงอย่างเบามือ
"โทโมะ..."
เขาเอ่ยเรียกอย่างชินปาก ชายหนุ่มก้าวเข้ามาสอดแขนรัดร่างเอลฟ์น้อยไว้เต็มอ้อมแขน
น่าแปลกที่โทโมะไม่ดิ้นรนหนีอีกต่อไป แต่นิ่งเย้นจนยูอิจิใจหาย
"จะมาพูดอะไรอีกละ...จะมาบอกว่าข้ามันโง่ ไม่รู้อะไรเลยอีกใช่มั้ย?"
"อย่าพูดแบบนั้นสิ..."
ยูอิจิเอ่ยเสียงหวาน หวังจะปลอบประโลมเอลฟ์น้อยขี้งอนให้หายเคืองเขาเสียที
อ้อมแขนที่กอปลอบ รัดเอลฟ์น้อยแน่นขึ้น ริมฝีปากอุ่นพรมจูบบนใบหูเรียวแหลม
"ข้าคิดถึงเจ้านะรู้มั้ย เอลฟ์น้อยของข้า"
"อย่ามาโกหกข้าเลย...ท่านนะ ไม่ได้คิดถึงข้าหรอก...ท่านเบื่อ..รำคาญ แล้วก็จะทิ้งข้า"
เสียงแหบเพราะพิษไข้สั่นพร่าจนน่าตกใจ
อาการนิ่งเย็นจนน่ากลัวของโทโมะเริ่มออกฤทธิ์แล้วหรือนี่
"พูดอะไรของเจ้านะ..."
"หรือว่าไม่จริงละ...ใช่สิ ก็ท่านได้ข้าไปแล้วนิ จะทิ้งตอนนี้ก็ไม่แปลก"
เอลฟ์น้อยผละออกมา ไม่อยากให้ใครได้เห็นน้ำตาที่มันอาบแก้มนวล
ได้แต่ก้มหน้า หันหลังให้ร่างสูงด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
"โทโมะ...เจ้าดูถูกความรักของข้ามากเกินไปรึเปล่า"
หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ...
ไม่กล้าแม้จะหันไปมองอีกฝ่าย แม้น้ำเสียงเศร้าสร้อยของยูอิจินั้น
เรียกร้องให้โทโมะหันไปเหลือเกิน
"ความรักของข้านะ...ไม่ใช่ของเล่นที่จะขว้างปาทิ้งได้ในไม่กี่วันหรอกนะ"
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่อได้ยิน แต่มันก็รู้สึกวูบวาบด้วยความโกรธ
เคืองตัวเองที่พูดอะไรบ้าๆ ทำอะไรโง่ๆออกไป...
"ตั้งแต่วันที่ข้าได้พบเทพธิดาแห่งสายน้ำที่ช่วยชีวิตข้าไว้...
ข้าก็สาบานกับตัวเองว่าจะมอบชีวิตที่เหลือให้ภูติแห่งลำธารนั้นดูแล"
หัวใจดวงน้อยบีบคั้นตัวเองรุนแรง มันเต้นแรงและพองโตจนคับอก อึดอัดไปหมด
เอลฟ์น้อยหันมามองใบหน้าเศร้าสร้อยของยูอิจิ
หากมองไม่ผิดละก็ นัยน์ตาคมกริบนั้นเป็นประกายระยับ...เพราะน้ำตา
"แต่หากเจ้าไม่ต้องการ...ก็อย่าทิ้งขว้างมัน อย่าทำเป็นไม่สนใจใยดี
เพราะมันทรมานข้ายิ่งกว่าตายเสียอีก..."
ชั่ววินาทีนั้นราวกับทั้งโลกหยุดนิ่ง คำสารภาพของยูอิจิราวกับน้ำกรดที่รดลงบนหัวใจดวงน้อย
เอลฟ์น้อยโผเข้ากอดอีกฝ่ายไว้ กอดแน่นเสียจนเจ็วราวไปหมด
ไม่รู้ตัวเลย...โทโมะคนโง่....นี่เจ้าทำร้ายยูอิจิขนาดไหนกันนะ...
"ขอโทษ...ไม่ทำอีกแล้ว...จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว"
โทโมะพูดทั้งที่สะอื้น นัยน์ตากลมโตช้อนมองทั้งน้ำตา
ริมฝีปากนุ่มจูบซับด้วยความอ่อนโยน กอดร่างเอลฟ์น้อยไว้อย่างทะนุถนอม
รอยยิ้มมุมปากของยูอิจิปรากฏขึ้น
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าที่ โทโมะคิดว่าแสนซื่อตรง
ยูอิจิไม่มีทางให้เอลฟ์น้อยได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้แน่
เพราะหากโทโมะเห็นละก็...ต้องาละวาดแน่ ^^
หากจะเอาของของเรากลับคืนมา...
บางทีมันก็ต้องมีตุกติกบ้างจริงมั้ย?
.......................................................................................
ดวงตาเรียวหลับพริ้ม จนเห็นขนตางอนยาวเป็นแพหนา
จมูกโด่งเป็นสันหากแต่มันเรียวเล็ก จิ้มลิ้มน่ารัก
เรียวปากบางๆหากแต่เต่งตึง เอิ่มอิ่มน่าจับต้อง
แก้มใสนุ่มละมุน โครงหน้าเรียวงามวางซบแนบอกกว้าง
ผิวขาวใส อ่อนบางราวกับโปร่งแสง ใสสะอาด...ไร้มลทินใดๆ
สายลมพัดเส้นผมสีน้ำตาลพลิ้วนุ่ม
ตลอดจนเสื้อคลุมที่โอบอุ้มร่างน้อยไว้ลู่ติดกาย ยิ่งทำให้ร่างน้อยดูบอบบางยิ่งขึ้นอีก
เจ้าชายน้อยหลับพริ้มในอ้อมกอดชายหนุ่มอย่างไร้เดียงสา
นัยน์ตาคมทอดมองด้วยความอบอุ่นใจ
ริมฝีปากแดงก่ำลอบจุมพิตหน้าผากมนอยู่ร่ำไป
หากเจ้าตัวเล็กตื่นขึ้นมารู้ว่าถูกลักจูบไปหลายต่อหลายทีเช่นนี้จะทำหน้ายังไงกันนะ...
แสงแดดยามเย็นลามเลียผิวใสจนกลาวเป็นสีนวลน่ามอง
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงทุกที ใกล้ค่ำแล้วสินะ...
เจ้าชายน้อนที่ร่ำๆว่าสนุกกับการเที่ยวบนเวหา
แต่ไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เพลียจนหลับไปเสียแล้ว...
"เจ้าว่านายใหม่ของเจ้าน่ารักมั้ย ริวฮะ"
เสียงครางต่ำขานรับอย่างสดใส จินยิ้มออกมาก่อนจะจุมพิตริมฝีปากบางแผ่เบา
แขนแกร่งโอบอุ่มร่างน้อยไว้อย่างทะนุถนอม
"กลับกันเถอะริวฮะ...ช้าๆละ เดี๋ยวนายใหม่เจ้าจะตื่นเสียก่อน"
ริมฝีปากอิ่มที่บรรจงจูบถอนออก
ร่างสูงโอบประชับร่างบางไว้แน่น กลัวว่าสายลมจะทำให้ร่างน้อยหนาวสั่น
ริวฮะครางรับคำ แล้วโผปีกอย่างนุ่มนวล
มุ่งตรงสู่แสงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำอย่างอ่อนโยน...
.......................................................................................
นัยน์ตากลมโตหวานเกินกว่าจะเป็นดวงตาของชายหนุ่ม
แววตานิ่งเฉยเย้นชาไม่ต่างจากเกล็ดน้ำแข็งที่ปกคลุมทั่ว
ร่างโปร่งบางยังคงเดินต่อไป ถึงแม้จะรู้สึกว่าเท้าที่ย่ำลงในหิมะมันช่างเย็น จนชา
แต่ก็ยังฝืนต่อ
เสียงเรียกชื่อเขาดังจากด้านหลัง
เรียกตลอด...แต่ก็ไม่คิดจะหันไปมอง
หากได้เห็นใบหน้าคนใจร้ายนั้น หัวใจที่พยายามสร้างกำแพงให้เข้มแข็งก็จะพังทลายลง
ด้วยน้ำตาที่ไหลท่วมหัวใจ
"ฮิโรกิ...ฟังข้าก่อนได้มั้ย"
ไม่ฟังหรอก...จะให้ฟังอะไรอีก...
ร่างโปร่งกัดกลืนน้ำตามากมายเข้าไป
เจ็บแสบกับบาดแผลที่พึ่งได้มาสดๆร้อนๆ
ท้องฟ้าที่สดใสเมื่อเช้าหายไปไหนนะ
ทำไมมีแต่ความอึมครึ้มเช่นนี้ ท้องฟ้าที่มืดลงทุกที เมฆหนาลอยตัวต่ำ
น่ากลัวเสียเหลือเกิน
"นี่เจ้าจะเดินหนีข้าไปถึงไหนกัน..."
เสียงตวาดตามหลังมาดูเหมือนจหยัก และรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ
ก็แน่ละสิ...คงจะอารมณ์เสีย
ก็ฮิโรกิเล่นเดินหนีออกมาอย่างไร้จุดหมายตั้งแต่ที่หมู่บ้านนั้น
จนตอนนี้เข้ามาในเขตป่าลึก...แถมยังไม่รู้ด้วยว่าจะไปที่ไหน
"ฮิโรกิ!...ถึงเจ้าจะไม่อยากคุยกับข้า ไม่อยากมองหน้าข้า แต่ตอนนี้ข้าแค่อยากให้เจ้าฟังข้าสักนิด"
ในที่สุดกำปพงน้ำแข็งก็พังทลาย
ร่างโปร่งหันมามองด้วยสายตาเกรี้ยวกราดราวเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
"จะให้ข้าฟังอะไรอีก...อยากบอกให้ท่านรู้ไว้ว่าข้าไม่ต้องการ
ไม่ต้องการได้ยินเสียงของท่าน ไม่ต้องการความสงสารของท่าน ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น!!!"
ฮิโรกิใช้น้ำเสียนงก้าวร้าวกับเรียว อย่างที่ไม่เคยใช้มาก่อนในชีวิต
แววตาหยาบกระด้าง ไม่ต่างจากเรียว
ชายหนุ่มไม่พูดอะไร เขาเข้ามาฉุดร่างโปร่งอย่างแรงให้หนุ่มน้อยเดินตามมา
ฮิโรกิทั้งร้องทั้งดิ้นแต่ก็ไม่อาจทานแรงของเรียวได้
จนกระทั้งทั้งสองเข้ามาอยู่ในถ้ำข้างลำธารที่จับตัวเป็นธารน้ำแข็ง
เรียวจึงยอมปล่อยมือออกจากข้อมือน้อยนั้น
"เจ้าจะเดินหนีข้าต่อก็ได้...อแต่ต้องรอให้พายุหิมะสงบเสียก่อนแล้วค่อยไป"
เรียวพูดขึ้น ขณะที่เริ่มก่อไฟ
และเรียวก็พูดถูก...ไม่ช้าลมพายุก็โหมกระหน่ำเข้ามา แม้จะอยู่ในถ้ำที่ค่อนข้างลึก
แต่ความหนาวเหน็ดก็ยังแทรกเข้ามาถึง
ร่างโปร่งนั่งบนหินเย็นๆในมุมหนึ่ง
นัยน์ตากลมโต มองชายหนุ่มอย่างว่างเปล่า...
ยังจะห่วงข้าอีก...นี่เรากำลังเกลียดกันอยู่ไม่ใช่หรือ?
ฮิโรกิกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลรินอย่างสุดกำลัง
ขนาดฮิโรกิทำตัวแย่ ทั้งตวาดทั้งก้าวร้าวใส่ เรียวก็ยังห่วง
ยังปกป้อง พามาในที่ปลอดภัย...
หากฮิโรกิเดินต่อไปในพายุก็คงจะตายในเวลาอันน้อยนิด
ไม่ว่าฮิโรกิจะเป็นยังไงเรียวก็ยังห่วง...
หนุ่มน้อยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ความหนาวเย้นเกาะกุมทั้งร่างกายและหัวใจ...
แม้ไฟอันร้อนแรงก็ไม่อาจละลายความรู้สึกที่ต่อต้านนั้นได้
"เมื่อสิบปีก่อน..."
เรียวเริ่มพูด...และแน่นนอนที่นัยน์ตาว่างเปล่าของฮิโรกิจะตวับมองด้วยความกราดเกรี้ยว
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สนใจ
"กองทัพไอเซนกาดได้บุกยึดเมืองเล็กๆเมืองนึง...เป็นเมืองของพ่อมดและนักพยากรณ์...
ข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกนั้นทำอะไร...ไม่รู้ว่าพวกเขาไปพยากรณ์เกี่ยวกับจินว่าอย่างไร
แต่มันทำให้จินโกรธมาก..."
ฮิโรกิก้มหน้า ทำราวกับไม่ได้ยินเสียงของเรียวแม้แต่น้อย
"มาริเรียดถูกทำเหมือนเซนต์มีนาสจีริส...ไม่มีใครรอด...ยกเว้นเจ้า
ตอนนั้นข้านำเจ้าออกมาจากบ้านที่ไฟไหม้...เจ้าร้องไห้จ้าเสียจนข้าปวดหัว"
เรียวยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยน มองคนที่ก้มหน้าก้มตาแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขา
"แล้วก็พาเจ้ามาอยู่ที่ไอเซนกาด...ตอนนั้นเจ้ายังเด็กมาก คงจะจำอะไรไม่ได้"
ชายหนุ่มเขี่ยกองไฟให้ลุกโชน สร้างแสงสว่างและไออุ่น
ในวันที่พายุหนาวโหมกระหน่ำ
"ท่านช่วยข้าจากบ้านที่ไฟไหม้งั้นหรือ?"
ฮิโรกิเอ่ยขึ้น เรียวรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
อย่างน้อยร่างโปร่งก็ยอมที่จะพุดกับเขาบ้างแล้ว
"ใช่..ข้า..."
"พาข้าออกมา หลังจากที่ฆ่าครอบครัวของข้า งั้นสิ ใช่มั้ย?"
เรียวสะอึก พูดไม่ออกในวินาทีนั้น ราวกับลิ้นถูกแช่ในหิมะนับชั่วโมง
ชั่วเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่มันช่างอึดอัด เหน็ดหนาวราวชั่วนิรันดร
ดวงตาสองคู่จ้องสบกัน สายตาของฮิโรกิที่มองมามันแสนว่างเปล่า
แม้นัยน์ตาคู่นั้นจะงดงามเพียงใด แต่ความโหดร้ายในแววตานั้นมีผลสาหัสสากันต์กับเรียว
ร่างโปร่งเอนซบผนังถ้ำ ดวงตาที่ประหัสประหารเรียวให้ตายทั้งเป็นนั้นค่อยๆหรี่ลงช้าๆ
ท่ามกลางความเงียบงันนั้น...
หัวใจที่แตกสลายสองดวงกำลังปล่อยมือจากกัน
และเดินหันหลังให้กันทีละก้าว...
เหลือเพียงความเงียบที่ดังชัด ท่ามกลางหิมะหนาวเย็น
พายุที่ไม่มีท่าทีจะหยุดเอาง่ายๆ...
End.
chapter 15
we can make sweet love.

Fiction on Sale
Ring of Fire chapter 25 !!!
จินมหาโหดมานาน น่ารักจังตอนนี้ ชอบๆๆๆ
แต่เรียวกะจี้ทะเลาะกัน งื่อออ ไม่เอาๆเพิ่งจะรักกัน
มาไม่กี่ตอนเอง รีบๆกลับมาดีกัน