Ring of Fire 18
Chapter 18
war of mind
"ฮิโรกิ! เดี๋ยวก่อน!"
กลางดึกยามค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องดังครืนไม่หยุดหย่อน ไม่รู้ว่าฝนเจ้ากรรมตกมาได้ยังไง ทั้งๆที่เมื่อตอนเรียวกลับเข้ามาท้องฟ้ายังปลอดโปร่งอยู่เลย ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำ ชายหนุ่มวิ่งผ่านเม็ดฝนเย็นจัดราวน้ำแข็ง เขามองไปรอบบริเวณลานหน้าคฤหาสน์ด้วยจิตใจร้อนรน และเมื่อพบเงาลางๆของฮิโรกิ ร่างสูงมุ่งตรงเข้าหาอีกคนที่อาศัยหยาดฝนบดบังกายในความมืด
"ฮิโรกิ!!"
เรียวตะโกนแข่งกับสายฝนที่กระหน่ำไม่ปราณี จนในที่สุดเขาก็สามารถรวบร่างโปร่งนั้นไว้ในอ้อมกอดได้สำเร็จ ฮิโรกิดิ้นรนในอ้อมกอดที่รัดแน่นของเรียว ใบหน้าหวานขาวซีดเพราะความหนาว เปียกปอนไปทั้งร่าง ชุดนอนบางๆนั้นเปียกแนบติดผิว เนื้อตัวสั่นระริกเพราะไอเย็นของอากาศ
"ปล่อยข้านะ! "
ร่างบางร้องออกมา พยายามขืนกายให้พ้นจากการเกาะกุม เสียงสะอื้นถูกกลบด้วยเสียงจากฝนฟ้ารอบข้าง เม็ดฝนเย็นเฉียบกระหน่ำอาบร่างทั้งคู่
"ขอโทษนะฮิโรกิ...ข้าขอโทษ!"
เรียวตะโกนแข่งเสียงฟ้าร้อง ด้วยหวังว่าจะให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน นานสองนานที่ทั้งสองยื้อยุดกันท่ามกลางสายฝน มีเพียงเสียงสะอื้นของฮิโรกิ และคำขอโทษของเรียว
"ฮิโรกิ..."
เสียงร้องเรียกชื่อที่แสนอ่อนโยนทำให้อีกคนรู้สึกหวั่นไหวไม่น้อย แม้จะพยายามคัดค้านความรู้สึกนั้นสุดความสามารถ แต่ก็ไม่อาจต้านทานส่วนลึกของจิตใจได้
"อย่ามายุ่งกับข้า...ท่านไม่ต้องการข้าแล้วก็ปล่อยข้าไปสิ!"
"ไม่ใช่นะ! ข้าไม่ได้..."
"ในเมื่อท่านขับไล่ข้ามาแล้ว ทอดทิ้งข้าแล้ว ข้าก็ไม่อยากอยู่ให้ท่านลำบากใจหรอก"
นัยน์ตากลมใสพยายามมองใบหน้าคมผ่านม่านฝนที่กระหน่ำจนทำให้เห็นอีกฝ่ายได้ลางเลือนเหลือเกิน แต่ก็พอจะรู้ว่าเรียวกำลังทำสีหน้าลำบากใจ
"ข้าขอโทษ..."
เขาเอ่ยออกมาด้วยความอ่อนใจ ไม่มีคำไหนจะสารภาพผิดได้ดีกว่านี้อีกแล้วในความคิดของเรียว มีเพียงเสียงสะอื้นของฮิโรกิตอบกลับมา
"ข้าอยากขอโทษ ในสิ่งที่ข้าได้ทำไว้ในอดีต...ทั้งที่ข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่มีวันให้อภัยข้าได้"
อ้อมแขนที่รัดแน่นคลายออกช้าๆ ร่างบางสั่นสะท้านถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ฮิโรกิปรารถนา แต่ทำไมกันนะ...พอไร้แขนนั้นคอยพยุงไว้ ทำไมถึงได้รู้สึกหนาวหว่าเดิม...ไร้เรี่ยวแรงจะยืนบนพื้นอย่างมั่นคง
"นั้นเป็นสิ่งเดียวที่ข้าเสียใจที่ได้ทำลงไป..."
น้ำเสียงนั้นอ่อนล้ากว่าทุกครา ฮิโรกิพยายามกระพริบตาเพื่อจะไล่น้ำที่เกาะขนตาออกให้หมด เขาอยากมองใบหน้าของเรียวชัดๆเหลือเกิน
"แต่เรื่องที่ข้าเดินจากเจ้าไปที่ถ้ำนั้น...ข้าไม่เสียใจเลยสักนิด"
คล้ายกับว่าได้ยินเสียงหัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ ฮิโรกิยืนนิ่ง ชาไปทั้งร่าง ในวินาทีนั้นเองที่ฮิโรกิมองเห็นใบหน้าของเรียวได้ชัดเจน เมื่อเรียวขยับเข้ามาใกล้...ใกล้เหลือเกิน
"เพราะข้าทำสิ่งนั้นด้วยความรักที่มีต่อเจ้า"
ใบหน้าคมซบลงบนบ่าเปียกปอนของร่างบาง สภาพที่อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงที่ไม่เคยมีใครได้เห็น บัดนี้เรียวกำลังทำอยู่ตรงหน้าฮิโรกิ
"ได้โปรด...ยกโทษให้ข้า...มอบชีวิตเจ้าให้ข้าอีกครั้ง แล้วข้าสัญญาว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้าเช่นนี้อีก"
คำพูดที่กระซิบข้างหู ไม่เพียงแต่สร้างความอบอุ่นในหัวใจดวงน้อย หากแต่มันละลายความหนาวรอบด้านได้อย่างแปลกประหลาด แม้เม็ดฝนจะทำให้ฮิโรกิไม่อาจมองใบหน้าอีกฝ่ายได้ชัดนัก แต่เด็กหนุ่มก็รู้ว่าภายใต้ม่านฝนที่กั้นเราอยู่นั้น คือสีหน้าที่จริงจังและมุ่งมั่นของเรียว เด็กหนุ่มโผเข้าหาอ้อมกอดของอีกร่าง มือน้อยจิกลงกลางหลังกว้าง เสียงสะอื้นถูกกลืนหายไปในแผ่นอกเรียว
หากเขาจะขอเชื่อคำสัญญาของเรียวอีกครั้ง...
เขาจะไม่ผิดหวังอีกใช่มั้ย...
............................................................................
ให้ตายสิ...ทำไมมาหลับอยู่ที่นี่ได้นะ
ชายหนุ่มคิดขณะมองไปยังกองผ้านวมสีครีมที่ม้วนเป็นก้อนกลมบนโซฟาสีแดงเพลิง เขาค่อยๆก้าวไปยังที่นั่นด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่อยากทำลายความเงียบนี้ และอีกเหตุผลคือกลัวเจ้าลูกแมวน้อยในกองผ้านั้นจะตกใจตื่นขึ้นมาเสียก่อน
ร่างสูงคุกเข่าลงข้างโซฟา รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นเมื่อได้เห็นเจ้าลูกแมวนั้นเต็มตา หนุ่มน้อยหลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ร่างขาวโพลนซุกกายในผ้านวมหนาที่ลากมาจากห้องนอนเมื่อตอนค่ำ คาดว่าเจ้าชายน้อยคงจะมารอพบเขาจนกระทั่งเผลอหลับไป...ไม่สิ...ตั้งใจมานอนรอที่ห้องทำงานนี่เลยต่างหาก
ไม่ใช่คืนแรกที่เขากลับมายังปราสาทและพบคาซึยะหลับอยู่ที่ห้องนี้ แต่น่าแปลกที่ทุกครั้งความรู้สึกพิเศษ ที่มีมันเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ช่วงเวลาไม่นานสำหรับเขาและคาซึยะ ทำให้ผูกพันราวกับความสัมพันธ์นี้ยาวนาน...ความรู้สึกที่ราวกับชั่วนิรันดรที่ไม่อาจอธิบายได้
มือหยาบวางแนบลงบนผิวนุ่ม แก้มใสสะอาดสีระเรื่อหน้ามอง ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ตามรูปหน้าเรียวแผ่วเบา ผิวขาวราวโปร่งแสงเนียนกระจ่างในห้องที่สลัวด้วยแสงจากเปลวไฟในเตาผิง จินเกลี่ยนิ้วโป้งลงบนริมฝีปากอ่อนบางสีเรื่อนั้น เขารู้ดีว่าสัมผัสตรงนี้ช่างนุ่มนวล อ่อนหวานเพียงใด
ความเย้ายวนดึงให้ร่างสูงโน้มลงหาร่างที่หลับใหล นัยน์ตาคมหรี่ลงเรื่อยๆ
ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน...
"ท่านพี่..."
จินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองใบหน้าไร้เดียงสา
"...พี่ยู..."
ริมฝีปากบางที่ถูกหมายตาไว้เมื่อครู่เปล่งเสียงครางแผ่ว ก่อนจะพลิกตัวไปอีกด้าน ร่างสูงยันกายขึ้นด้วยความรู้สึกที่ตรงข้ามกับความรู้สึกเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว นัยน์ตาคมมองร่างเด็กหนุ่มในสมองเขามีคำเป็นร้อยพันวิ่งวนไปมา
ไม่ว่าจะยังไง คาซึยะก็ยังเป็นเจ้าชายคาซึยะ...แห่งเซนต์มีนาสจีริส เจ้าชายจากที่ๆห่างไกล มาพบกับเขาได้เพราะความแค้น คาซึยะเป็นเด็กอายุสิบแปดที่ถูกเลี้ยงดูประคบประหงมมาอย่างดี ไร้เดียงสา บริสุทธิ์ ร่าเริง ทั้งชีวิตไม่เคยพานพบกับความทุกข์ จนกระทั่งพบจิน
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ช่วงเวลาต่อมา คาซึยะเปลี่ยนแปลงความแค้นนั้นเป็นความรู้สึกอ่อนโยน อะไรบางสิ่งที่ยิ่งกว่าความผูกพัน อะไรที่พันธนาการทั่งสองไว้ด้วยกัน อะไรที่จินไม่อาจรู้ ดั่งคำทำนายนั้น...
ชั่ววินาทีที่จินรับรู้ว่าตัวเขาเองหลงรักคาซึยะ...เขาได้สาบานกับตัวเองว่าจะไม่วันปล่อยคาซึยะไปเด็ดขาด แม้ว่าจะต้องทำให้คาซึยะเจ็บเพียงใด แม้ตอนนี้...คาซึยะจะไม่แสดงให้เห็นว่ากำลังทรมาน แต่ในใจแล้ว เขารู้ดีว่าคาซึยะ...คาซึยะก็ยังคิดถึงพี่ชาย...คิดถึงบ้าน...คิดถึงอดีต
"ท่านเจ้าเมือง!"
เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมประตูห้องที่ถูกเปิดออกโดยวิสาสะ ร่างของเรียวก้ามเข้ามาอย่างรวดเร็วและรีบร้อนเกินกว่าจะกันไปปิดประตู
จินปรายตามองร่างเปียกปอนของเรียว ก่อนจะมองไปยังร่างที่อยู่บนโซฟา และดูเหมือนเจ้าชายน้อยจะยังคงหลับอยู่ ผู้คุมกฏแห่งไอเซกาดมองตาม และเมื่อเห็นร่างน้อยๆนั้นก็เข้าใจว่าตนได้เข้ามาผิดเวลาเสียจริง
"ขอโทษ..." เรียวรีบพูดเมื่อเห็นสายตาตำหนิกลายๆของจิน
"อะไรพาเจ้ามานี่ในเวลาแบบนี้หละเรียว...หรือจะชวนข้าไปเล่นน้ำฝนกับเจ้า ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ละ...ออกไปได้แล้ว"
จินพูดล้อเลียน แต่ดูเหมือนเรียวจะไม่ตลกด้วยเท่าไหร่...
"ถึงท่านจะไม่อยากแต่คืนนี้ท่านต้องได้อาบน้ำฝนเล่นแน่จิน...เมื่อครู่ข้าพึ่งไปดูที่ชายแดนเมือง ตรงร่องหุบเขาที่ห่างจากเมืองไปสองหมู่บ้าน..."
"ทำไมเจ้าต้องไปเล่นน้ำฝนไกลขนาดนั้นด้วยละ"
"ฮ่า...ตลกมากเลยพี่ชาย ข้าคงจะไม่ไปที่นั้น หากไม่มีคนรายงานว่ามีกองทัพที่มีกำลังหลายแสนตั้งค่ายที่นั้น และมันก็ไม่ไกลมากหากเป้าหมายของกองทัพนั้นเป็นไอเซนกาด"
"เจ้า!...ทำไมถึงพึ่งบอกข้า"
"ก็ข้ากำลังพยายามบอก...แต่ท่านมัวแต่หาว่าข้าชวนท่านไปเล่นน้ำฝน"
เรียวพึมพำปากขมุบขมิบ ไม่กล้าพูดเสียงดังในเมื่อเขาเห็นจินอารมณ์รุนแรงพุ่งพรวดในเวลาไม่กี่วินาที ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวโปรด เขาเรียกแผนที่ขึ้นมากางบนโต๊ะทำงาน เรียวชอบแผนที่นี้จริงๆ เพราะนอกจากจะได้เห็นภาพแบบสามมิติแล้ว มันยังบอกรายละเอียดเช่น ถ้าที่ไหนฝนตก บริเวณนั้นก็จะมีเมฆฝนปกคลุม แต่ตอนนี้ดูเหมือนจินจะร่ายเวทไล่ฝนบนแผนที่ออกไปด้วยความโกรธกริ้ว
"ตรงนี้ใช่มั้ย!"
อาคานิชิ จิน เอ่ยขณะมองไปยังด้านทิศตะวันออกของชายแดนเมือง และที่นั้นก็ปรากฏถาพเหล่าทหาร ริ้วธง รวมทั้งค่ายกระโจมเรียงยาวคลุมทั่วทั้งบริเวณ
"พวกมันเป็นใคร..ข้าไปซุ่มดูมาแล้ว แต่ก็เข้าใกล้ไม่ได้มาก พวกมันวางเวรยามไว้เต็มไปหมด"
เรียวบอก สีหน้าของเขาไม่ได้แตกต่างไปจากจขินสักเท่าไหร่ เคร่งเครียด และเคืองแค้น
"หึ...พวกเอลฟ์"
จินเอ่ย และสบตากับเรียว เรียวเข้าใจทันทีว่าหมายความว่าเช่นไร
"งั้นจุนโนะก็..."
"ไม่...ยังไม่ตาย แต่ทรยศ!!"
จินทุบกำปั้นลงบนโต๊ะเต็มแรง จนเรียวสะดุ้ง ทั้งทีเมื่อตอนเขาเข้ามาจินเป็นฝ่ายส่งสายตาตำหนิเมื่อเขาทำเสียงดัง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจคนที่กำลังหลับอยู่มุมห้องนั้นแล้วกระมัง...
"ออกคำสั่งจัดเตรียมกองทัพตั้งค่ายรอบเมือง เรียกกำลังจากเมืองอื่นที่ยังไม่คิดทรยศเรามาให้หมด" จินพูดเสียงดังและเด็ดขาด
ผู้คุมกฏแห่งไอเซนกาดรีบก้าวออกจากห้องเพื่อไปทำตามคำสั่งของจิน
"เดี๋ยว เรียว!"
ร่างโปร่งที่เปียกปอนหันไปมองจินอีกครั้งด้วยความสงสัย
"รับกลับมาหาข้าที่นี้ คืนนี้เราต้องไปทักทายเพื่อนเก่าเสียหน่อย"
ดูเหมือนเรียวจะเข้าใจในทันที เขาจึงออกจากห้องไปโดยไม่ถามอะไร สักครู่หนึ่งที่ร่างสูงยืนนิ่งกลางห้อง ความรู้สึกรุนแรงพล่านไปทั้งร่างกาย ความปรารถนาที่ยากจะหยุดยั้งนี้กลับมาอีกครั้ง ความกระหาย...อยากเห็นคราบเลือดกระเซ็น...อยากได้กลิ่นคาวหืนนั้น
จินยืนหอบหนัก ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนี้ แต่ทุกครั้งที่ผ่านมา เขามักปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นไม่มีการขัดขืน ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นเช่นไร แต่ครั้งนี้...ไม่อยากเลย ไม่อยากให้มันครอบงำเขาอีก...ปีศาจที่ฝังอยู่ข้างในลึกๆนั้นมันกำลังอาละวาดรุนแรง...กระหายสงคราม กระหาย...ความตาย
มือหนากำแน่น ร่างกายเกร็งจนสั่นสะท้าน ข่มความรู้สึกที่กำลังกัดกินจิตใจของเขาช้าๆ...
หึหึ...ดี พวกเอลฟ์หน้าโง่ ถึงจะรวบควมกำลังมหาศาลแค่ไหนก็ไม่มีทางชนะข้าได้หรอก...
ดี...เข้ามาเลย...ข้าจะได้ฆ่าพวกเจ้าให้หมด...พื้นดินจะได้อาบเลือดอีกครั้ง...หึ...
นัยน์ตาคมวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้น ความยินดีอิ่มเอมเมื่อนึกถึงสงครามที่จะเกิดขึ้น...
"อื้อ...เสียงดังอะไรกันเหรอ?"
เขาตวัดสายตาไปมองยังต้นเสียง แววตาวาววับจับจ้องยังร่างน้อยที่ลุกขึ้นมานั่งจุ้มปุ๊กบนโซฟามีผ้านวมกองข้างกาย มือน้อยขยี้ตาปอยๆ หน้าตางัวเงียครึ่งหลับครึ่งตื่น
"หืม? จิน..."
เจ้าชายน้อยเอียงคอมองร่างสูงที่แลดูแปลกๆ แววตาน่ากลัวนั้นเหมือนในฝันที่เขาได้พบกันครั้งแรกไม่มีผิด ความรู้สึกเย็นวูบนั้นทำให้คาซึยะต้องชะงักนิ่ง
"ขอโทษนะ...ไม่ตั้งใจจะทำให้เจ้าตื่น"
ชายหนุ่มกลายอย่างอ่อนโยน เขายิ้มบางๆ และเดินเข้ามาหาคาซึยะ ทรุดกายลงนั่งข้างๆ แขนทั้งสองกอดโอบร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขน เด็กหนุ่มได้แต่นั่งนิ่งๆด้วยความประหลาดใจ อ้อมแขนที่อบอุ่นเหมือนเคยประคองโอบร่างไว้ทั้งหวงแหน และรักใคร่
คิดไปเองมั้ง...
คาซึยะลอบถอนหายใจเบาๆ เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นกอดตอบอ้อนๆ ซบหน้าลงบนลาดไหล่ที่มั่นคงนั้น ร่างสูงรู้สึกได้ในทุกการกระทำของคาซึยะ ความอ่อนโยนที่แสนอ่อนหวานซึมแทรกเข้ามา...
นัยน์ตาคมค่อยๆปิดลง นี่สินะ...เหตุผลที่เขาไม่อยากให้อะไรมาควบคุมจิตใจ
คาซึยะ...
"จินไปกันเถอะ...เอ่อ...ขอโทษ..."
เรียวรีบถอยไปหลบหลังประตูทันที ดูเหมือนจะถูกจินมองด้วยสาตาติเตียนอีกครั้งแล้วสิวันนี้ ร่างสูงผละออกมา เขายิ้มให้ก่อนจะจุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผากขาวนวล
"เป็นเด็กดีนะคาซึยะ...อย่าไปไหน รอข้าในปราสาทนี่"
เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเดินออกจากห้องไป ทันทีที่ละจากสายตาของคาซึยะ นัยน์ตาคมวาวโรจน์ด้วยความปรารถนา ปีศาจที่อยู่เบื้องลึกในใจได้ผงาดขึ้นมาแล้วเต็มตัว...
.............................................................................
ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เมฆสีดำที่ลอยต่ำยังคงจับกลุ่มหนาพร้อมที่จะปล่อยเม็ดฝนให้หล่นลงมาได้ทุกวินาที กลิ่นโคลนชื้นแฉะอบอวลไปทั่วบริเวณทุ่งกว้างที่ถูกตั้งเป็นสถานที่ซ่องสุมของเหล่ากบฏ แสงไฟจากกระโจมและกองไปกระจายไปทั่วบริเวณ โดยมีเหล่าทหารยามเฝ้าอย่างเข้มงวดเพื่อกันคนไม่เกี่ยวข้องและรอดูวี่แววของพวกไอเซนกาด เหล่าทหารของไอเซนกาดจะออกมาตรวจตรารอบเมืองเป็นประจำ และไม่ว่ากี่คนก็ตามที่เฉียดกายเข้ามาใกล้ที่นี้ ก็จะถูกจับเป็นเชลยทันที
แต่พวกเขาคงจะไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องได้ไปถึงหูของอาคานิชิ จินเรียบร้อยแล้ว และที่แน่ๆ เขาไม่ได้วางเวรยามเพื่อเฝ้ามองท้องฟ้า...
มังกรสีแดงซ่อนกายในกลุ่มเมฆสีเข้ม อาศัยความร้อนจากร่างสลายไอน้ำที่อยู่ใกล้ได้ไม่ยาก ข้างๆนั้นคือมังกรสีดำตัวเล็กกว่าบินอยู่ต่ำลงไป ชายผู้ควบคุมสัตว์ร้ายอิงกายอยู่ช่วงปีกที่แผ่กางนั้น
นัยน์ตาคมหรี่มองด้านล้างผ่านกลุ่มเมฆหนา กองกำลังที่วางเป็นแนวยาวพอจะประมาณจำนวนกำลังได้เรือนแสนทีเดียว ชายหนุ่มยกมุมปากสูง
ดี...พากันมาตายให้หมดเลย
เขาคิดอย่างมาดร้าย เบื้องล่างนั้นไม่ได้ระแวดระวังภัยที่กำลังย่างกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ปีกมังกรที่แผ่กว้างกลางอากาศเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้าหากแต่ทรงพลัง เขาทั้งสองเคลื่อนเข้ามาใกล้กับใจกลางของทุ่ง บริวเณที่แสงสว่างเล็ดรอดจากกระโจมใหญ่ที่สุดในค่าย
เชาเคลื่อนตัวลงต่ำว่าเดิม จนมองเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆและนั้นทำให้เขาเห็นบางสิ่ง ร่างชายหนุ่มที่เดินออกจากกระโจมใหญ่นั้น คนนึงคือเอลฟ์ที่สง่างามและอีกคนคือมนุษย์ที่หน้าตาคุ้นเคย นัยน์ตาคมหรี่มองปรับภาพให้ชัดเจนขึ้น
"จุนโนะ!"
เรียวร้องเมื่อเห็นสิ่งเดียวกับที่จินเห็น ทากุจิ จุนโนะสุเกะ ยืนยิ้มหัวเราะเคียงคู่กับเอลฟ์หนุ่มสง่างามนั้น หัวใจของกษัตริยืหนุ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกที่ร้อนวูบขึ้นในชั่ววินาทีที่เห็นจุนโนะตรงนั้น
นัยน์ตาคมวาวโรจน์ รอยยิ้มที่มุมปากนั้นแลดูน่ากลัวกว่าที่เคย ก่อนที่เรียวจะได้พูดอะไรอีก มังกรสีแดงก็พุ่งผ่านอากาศ ดิ่งลงหาเบื้องล่างด้วยความเร็วโดยไม่สำนึกเลยว่าตนกำลังอยู่ท่ามกลางศรัตรู...
เรียวรีบตามจินไปด้วยใจระส่ำ พอจะคาดได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป ขึ้นชื่อว่า อาคานิชิ จินแล้ว ต่อให้รักมากแค่ไหน แต่ถ้าทรยศเข้าข้างศรัตรูอย่างจุนโนะ มันก็คงต้องลงเอยด้วยความโหดร้าย...
ร่างสูงโปร่งหัวเราะเมื่อได้ฟังคำพูดของเอล์ฟหนุ่ม เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอันตรายได้ใกล้เข้ามาแล้ว สายลมที่พัดแรงและทวีความรุนแรงขึ้นจนต้องหันไปมองอีกด้าน
ลมที่กระโชกแรงเกิดจากปีกที่แผ่เป็นพังพืดกว้างนั้นโบกพัดในอากาศ แรงจนกองไฟบริเวณนั้นดับวูบลง เสียงครางงึมงำตามด้วยกรีดร้องดังขึ้นท่ามกลางความตื่นตะลึง
จุนโนะได้แต่ยืนแข็งทื่อ มองมังกรสีแดงชาดและร่างที่นั่งอยู่บนนั้น ด้วยความตื่นกลัว เหล่าทหารที่อยู่บริเวณนั้นต่างตื่นตะลึงไม่ต่างจากจุนโนะ ไม่มีใครนึกว่าอารคานิชิ จินจะมาปรากฏให้เห็นกลางกองทัพที่เต็มไปด้วยฝ่ายตรงข้าม
"อาคานิชิ จิน! "
เสียงเรียกชื่อของเขาดังก้องไปทั่ว ตามด้วยเสียงแห่งความชุลมุน ต่างคนต่างเตรียมคว้าอาวุธในมือไว้ มองไปยังท้องฟ้าด้วยความหวาดหวั่น
"ว่าไงจุนโนะ...ไม่เจอกันนานนะ"
เสียงก้องของจินกังวาลไปทั่ว น้ำเสียงที่เย็นชาและสีหน้าเยือกเย็น ราวกับมนต์ที่ทำให้ทุกสิ่งหยุดนิ่ง ไม่มีใครที่นี้ไม่หวาดกลัวมัจจุราชที่ลอยอยู่บนมังกรหน้าเกรงขามบนท้องฟ้าที่มืดมิด
จุนโนะสะดุ้งเมื่อถูกเรียกชื่อ เด็กหนุ่มก้าวถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังของเอล์ฟหนุ่มด้วยความกลัว ร่างโปร่งสั่นสะท้าน จุนโนะเกาะแขนจุนไว้แน่น ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมา ไม่รู้ว่าทำไมอาคานิชิ จิน ที่ทุกๆคนหวาดกลัวถึงได้รู้จับกับเขา และพูดราวกับแค้นเคืองเขายิ่งนัก...เขาไปทำอะไรให้จินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
เอล์ฟหนุ่มก้าวขึ้นมาบังจุนโนะไว้ราวกับจะปกป้อง จุนเงยหน้าขึ้นสบตากับจินอย่างท้าทาย ถึงแม้จะกลัวบ้าง แต่เขารู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับจิน ความแค้นที่จินฝากไว้มันมากมายจนกลบความหวาดหวั่นในใจจนหมด
"อย่าคิดว่าพวกเราจะยอมเป็นเบี้ยล่างเจ้าตลอดไปอาคานิชิ...เรามาที่นี้เพื่อเรียกร้องสิ่งที่เราควรได้ และทุกคนมีจุดประสงค์เดียวกันคือความตายของเจ้า!"
จุนตะโกนแข่งกับสายลมกรรโชก จินยิ้มเยาะและส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งหากแต่ฟังแล้วเยือกเย็นและน่ากลัว
"เจ้าพูดว่าจะฆ่าข้างั้นหรือ"
นัยน์ตาคมมองรอบบริเวณและส่งยิ้มเหยียดๆ
"เอลฟ์อ่อนแอดีแต่ปาก...อมนุษย์ไร้สมอง ภูติตัวกระจิ้ดริด...และคนทรยศ นี่หรือจะฆ่าอาคานิชิ จินได้!"
จินมองไปยังจุนโนะเขม็ง เมื่อพูดถึงคนทรยศ มีเพียงจุนเท่านั้นที่เข้าใจความหมาย จุนโนะได้แต่มองหน้าจินตื่นๆ จุนได้แต่มองด้วยแววตาเคียดแค้น เขาขบกรามแน่น มังกรสีดำอีกตัวโฉบลงมาด้านข้างของจิน และจัดการกับลูกธนูที่ถูกส่งมาหมายจะทำร้ายเจ้าแห่งไอเซนกาด
"ไปเถอะ...ตอนนี้เราทำอะไรมันไม่ได้มากหรอก..."
เรียวบอก ขณะเบี่ยงตัวหลบวิถีของธนูที่พุ่งมาหาไม่หยุดหย่อน เสียงโห่ร้องจากเบื้องล่างเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ พวกนั้นคงคิดจะเริ่มสู้แล้วจริงๆ ในความคิดของเรียวแล้ว ถึงเขากับจินจะเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจต่อสู้กับกำลังมากมายมหาศาลได้เพียงลำพัง
"ได้...แต่หลังจากมันตาย"
จินว่าและสั่งริวฮะพุ่งเข้าหาเป้าหมายทันที ผู้คนเบื้องล่างแตกฮือออกจากบริเวณนั้น ล้มระเนระนาดไม่เป็นท่า เสียงครางฮือด้วยความกลัวดังขึ้นเป็นระยะ เรียวเองก็ได้แต่เป็นทัพหลังคอยระวังหลังให้จินอย่างช่วยไม่ได้
ร่างโปร่งบางถูกกระชากให้หลุดจากแขนจุนด้วยกรงเล็บแหลมคมของริวฮะ ท่อนแขนบางๆดูเหมือนจะถูกเล็บคมเข้าอย่างจังจนเป็นแผลยาว เลือดไหลซึมออกมาจากปากแผล ใบหน้าจุนโนะซีดเผือด ขณะพยายามยันกายขึ้นจากพื้น
ความเจ็บนั้นไม่เท่าไหร่ หากแต่ความกลัวมันมากมายท่วมท้น จุนพยายามคว้าร่างจุนโนะไว้แต่ริวฮะก็โฉบลงมาอีกครั้ง และคว้าร่างจุนโนะไว้ในอุ้งเท้า กรงเล็บแหลมบีบรัดร่างไว้ ก่อนจะทะยานขึ้นจากพื้น
จุนโนะกรีดร้องออกมา เขาคว้าจับริวฮะไว้อย่างเสียไม่ได้ มือสั่นๆนั้นจับผิวหนังที่หุ้มด้วยเกล็ดแหลมคมไว้แน่น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองลงมาเห็นเบื้องล่าง เขากำลังถูกพาขึ้นไปสูงเรื่อยๆ จุนโนะมองหน้าจุนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
"วิวดีมั้ยจุนโนะ..."
จุนโนะหันไปมองจิน แววตาหวาดกลัวของจุนโนะยิ่งสร้างความยินดีให้จิน
"อยากลงไปข้างล่างงั้นสิ"
จุนโนะไม่ตอบ เขากลัวจนเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมาได้ เขามองหน้าจิน และพื้นดินด้านล่างสลับกัน เด็กหนุ่มเข้าใจแววตาของจินเป็นอย่างดี จุนโนะรีบส่ายหน้า น้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนเอ่อท่วมนัยน์ตา
"ไม่หรอก...เจ้าอยากลงไป...จุนโนะ ลงไปตายซะ!"
ดวงตาเรียวเบิกกว้าง จุนโนะรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วงของโลกได้อย่างชัดเจน เมื่อกรงเล็บมังกรนั้นคลายออก ร่างโปร่งบางถูกแรงที่มองไม่เห็นกระชากลงสู่พื้นอย่างรุนแรง เขาไม่อาจขยับกายได้ราวกับถูกคำสาปให้เป็นหินภาพสุดท้ายที่จุนโนะเห็น คือใบหน้าของจินที่ส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมมาให้
"จุนโนะ!!!"
และเสียงเรียกที่ดังชัดที่สุด...เสียงของจุน
"เกิดอะไรขึ้น!..."
ยูอิจิที่อยู่ห่างออกไปจากใจกลางความวุ่นวาย ได้ยินเสียงดังลั่น เปิดม่านคลุมกระโจมออกมาถามทหารที่อยู่ใกล้ที่สุด เขามองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ
" อาคานิชิ! มันบุกมาแล้ว!"
"ว่าไงนะ!"
........................................................................
จุนโนะ!
จุนโนะ!
เอลฟ์หนุ่มได้แต่ยืนแข็ง ขณะที่เฝ้ามองร่างโปร่งบางค่อยๆล่วงลงมา รู้สึกเหมือนมีหินถ่วงที่ขาทั้งสองไว้ให้ขยับไม่ได้ ทั้งๆที่ใจอยากจะไปถึงตรงนั้น ตรงเข้าไปกระชากร่างนั้นก่อนจะถึงพื้น...ไปช่วยร่างที่อ่อนแรงนั้น
"จุนโนะ!"
ก่อนที่จุนจะพุ่งไปยังจุดที่จุนโนะกำลังร่วงลงมา ร่างหนึ่งก็พุ่งขึ้นไปจากตรงนั้น คว้าร่างจุนโนะไว้และลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย
"เจ้า!"
จินหน้าเฝือดเมื่อเห็นคนที่ช่วยชีวิตจุนโนะไว้ ใบหน้านั้น แววตานั้น ที่จินไม่มีวันลืม และรอยสัญลักษณ์ที่หน้าผากส่งประกายจ้า บนหน้าผากของมัน
"หึ...ตายยากจริงนะเจ้าชาย!"
ยูอิจิส่งสายตากร้าวกลับไป นัยน์ตาคมเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มราวสีมหาสมุทรลึก สภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงในชั่ววินาทีของยูอิจิหมายถึงอารมณ์ที่ขึ้นถึงขีดสุด จนก้าวข้ามพลังแห่งสายเลือดไป
เจ้าชายยูอิจิส่งร่างปวกเปียกของจุนโนะแก่เอล์ฟหนุ่มที่รีบเข้ามาประคองอย่างหวงแหน ยูอิจิก้าวออกมาจ้องมองจินเขารวบดาบในมือไว้แน่น และพร้อมจะต่อสู้กับจินทันที
"น้องของข้าอยู่ไหน! "
ยูอิจิตะโกนก้องแข่งกับเสียงโครมครามวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพราะฝีมือเรียว จินชะงักไปชั่วครู่เมื่อยูอิจิเอ่ยถามถึงอีกคน เขาพึ่งนึกได้ ว่าคนๆนี้กับคาซึยะเกี่ยวข้องกันอย่างไรและพาลนึกถึงใบหน้าไร้เดียงสาที่หลับใหลอยู่บนเตียงของเขา
"เจ้าเอาน้องข้าไปไว้ไหน!"
"ยังไม่ตาย..."
รอยยิ้มร้ายกาจของจินสร้างความหงุดหงิดให้ยูอิจิยิ่งนัก เขายกดาบขึ้นอย่างเอาเรื่อง
"ใจเย็นสิ...ข้าบอกแล้วน้องชายเจ้ายังไม่ตาย "
จินหัวเราะสะใจ เขาพึงใจไม่น้อยที่ได้เห็นสีหน้ากราดเกรี้ยวของยูอิจิ มังกรสีแดงบินต่ำลงและลงสู่พื้น ผู้คนแตกฮือออกห่างมังกรนั้นราวกับริวฮะมีเกราะป้องกันกินเนื้อที่รัศมีโดยรอบหลายเมตร ร่างสูงในเสื้อคลุมสีดำสนิทก้าวลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล
ชายเสื้อคลุมพริ้วท่าทีสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความอันตราย ดาบเล่มเดิมที่จินเคยใช้สู้กับเจ้าชายแห่งเวนต์มีนาสจีริสปรากฏบนมือของกษัตริย์แห่งไอเซนกาด ราวกับย้อนเวลาไปที่นั้นอีกครั้ง
ครั้งแรกที่ทั้งสองปะทะกัน ถึงแม้ว่านั้นจะเป็นเพียงในความฝันของคาซึยะ...แต่ราวกับมันเกิดขึ้นจริง มีเพียงคาซึยะเท่านั้นที่รู้ว่าผลของการต่อสู้นั้นคือความตายของยูอิจิ...
"เจ้ามันโชคดี ที่รอดชีวิตมาได้...แต่เจ้าก็โชคร้ายมากที่มาพบข้าอีก"
จินกล่าวขณะวาดดาบมาด้านหน้าชี้ปลายดาบไปหายูอิจิอย่างท้าทาย ราวกับคำทำนายของคาซึยะเป็นจริงขึ้นมาจนได้...การต่อสู้ของยูอิจิและจินเริ่มขึ้น ไม่ว่าคาซึยะจะหลีกเลี่ยงไม่ให้มันเกิดขึ้น...ราวกับกว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่ถูกกำหนดมาได้เลย...
ไม่ต้องมีคำพูดจาใดๆ ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะดาบกัน ดาบเงินวาวอาบออร่าต่างสีทั้งสองกระทับกันครั้งแล้วครั้งเล่า ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด ปลายดาบแหลมไม่สามารถทำอะไรจินได้เลย ร่างสูงว่องไวมากเสียจนยูอิจิยังไม่อาจตามทันได้
"เป็นอะไรไปเจ้าชาย...น้องชายตัวเล็กๆของเจ้ายังว่องไวเสียกว่าเลย"
จินพูดยั่วโทสะของยูอิจิและมันก็ได้ผล ร่างโปร่งชะงักก่อนจะพุ่งเข้าหาจิน
"เจ้าทำอะไรน้องข้า!"
ยูอิจิเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของจิน ในใจเขากำลังกรีดร้องด้วยความบ้าคลั่ง และคิดถึงภาพคาซึยะถูกรังแกอย่างปวดร้าว
"ใครจะกล้าทำอะไรคาซึยะได้ละ...ออกจะน่ารักน่าชังขนาดนั้น"
"เจ้า!!"
ยูอิจิพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง คำพูดแต่ละคำที่หลุดจากปากของจิน สร้างแรงโทสะให้เขาอย่างมหาศาล ฟังที่มันเรียกชื่อคาซึยะ...สีหน้าและน้ำเสียงแบบนั้นมันน่าฆ่านัก!
ทั้งคู่ตวัดดาบเข้าหากันไม่หยุดหย่อน ต่างฝ่ายต่างปรารถนาให้อีกฝ่ายมอดม้วยสิ้น ปลายดาบของยูอิจิตวัดเข้าถูกใบน้าของจิน แม้จะเพียงแค่ถากๆ แต่ก็ทำให้เกิดเป็นรอยแผลที่เลือดไหลซึม
ร่างสูงเลียเลือดที่ไหลลงมาถึงมุมปาก จินยิ้มด้วยแววตาเย็นชา เขาวาดปลายดาบยกขึ้นมาอีกครั้ง
"จิน!...เราต้องไปกันแล้ว"
เรียวตะโกนเรียกจากหลังมังกรสีดำ เขาวุ่นวายกับการรับมือกับทหารจำนวนมากและอาจพลาดได้ทุกเวลา ดูเหมือนความแตกต่างทางด้านจำนวนจะส่งผลให้เห็นแล้ว จินไม่สนใจ เขายังมองหน้ายูอิจิเขม็งแววตามุ่งร้ายอย่างรุนแรง
"จิน!.."
เรียวตวาดเรียกเสียงดัง เขาไม่อยากจะคิดว่าหากผู้นำแห่งไอเซนกาดเป็นอะไรไปเสียก่อยสงครามจะเปิดฉากมันจะมีผลเช่นไร
ร่างสูงทำสีหน้าไม่พอใจก่อนจะยอมปีนขึ้นหลังมังกรสีแดงด้วยท่าทีสง่างาม แต่แววตาเขาไปคลาดจากใบหน้าของยูอิจิแม้แต่วินาทีเดียว
ยูอิจิกระโจนเข้ามา แต่ก้สายไปแล้วเมื่อริวฮะสยายปีกทะยานสู่ฟากฟ้าที่ยังคงเต็มไปด้วยลูกธนูลอยละล่อง เหล่าทหารมองศรัตรูที่อาจหาญเต็มตาอีกครั้ง แต่ความน่าแกรงขามของจินไม่ได้ทำให้เขาหยุดโจมตีใส่แต่อย่างใด
จินส่งยิ้มสุดท้ายที่ร้ายกาจกับยูอิจิ รอยยิ้มเยาะๆที่แสนน่ารังเกียจ
"ไม่ต้องห่วงหรอก...น้องชายจ้านะ ข้าจะเอ็นดูให้เป็นพิเศษเชียว"
ยูอิจิรู้สึกราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่หน้าก่อนจะรู้ตัว มังกรสองตัวก็บินลับไปเสียแล้ว ใบหน้าของยูอิจิบิดเบี้ยวไปจากเคยด้วยความเคียดแค้นที่หนักหนาสาหัสเอาการ
หลังจากเหตุการณ์ตื่นเต้นระทึกขวัญจบไป แทนที่เหล่าทหารจะเสียขวัญกลับมีกำลังใจฮึกเหิมมากขึ้น เมื่อพวกเขารู้สึกว่าสามารถขับไล่จินไปได้ ทำให้ความหวาดกลัวนั้นหายไปกลายเป็นความหวังที่สดใสเรืองรอง และดูเหมือนจะแกล้งลืมความจริงที่ว่า เรียวได้จัดการกับคนของเขาไปกว่าร้อยเพียงลำพังในเวลาไม่กี่นาที
ค่ำคืนที่แสนจะวุ่นวายกลับกลายเป็นสงบเงียบอีกครา เมื่อซึบาสะสั่งให้ทุกคนกลัวไปทำหน้าที่ของตน และพักผ่อนให้เพียงพอ งานฉลองเล็กๆนั้นจึงได้จบลง และแน่นอน เขาไม่ได้สั่งลงโทษทหารยามแต่อย่างใด เพราะรู้ว่า ไม่ว่าจะมียามเฝ้ามากเพียงใด ก็ไม่อาจห้ามอาคานิชิให้เข้ามาในค่ายโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวได้
ในกระโจมที่เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ แสงสว่างเรือนรองยิ่งกว่าดวงอาทิตย์กำลังแผดแสงจ้าออกมาจากมือขาวสะอาดของเอลฟ์น้อย ใบหน้าหวานละมุนดูเคร่งเครียดมากเสียจนกลายเป็นอาการเกร็ง
หลายคนในที่นั้นเฝ้าดูการรักษาของยามะพีที่กำลังพยายามอย่างหนัก ดึงพลังชีวิตของร่างโปร่งบางกลับมา จุนเฝ้าดูใกล้ๆเตียงด้วยแววตาคล้ายใกล้จะร้องไห้เข้าไปทุกที
ยูอิจิ ซึบาสะและทาคิซาว่า มีสีหน้าเป็นห่วง แต่ก็ยังคงใช้เวลานั้นปรึกษาเรื่องการบุกรุกของจินเมื่อครู่ ทั้งสามนั่งคุยกันอีกมุมหนึ่งด้วยสีหน้าเครียดยิ่งกว่ายามะพีเสียอีก
แสงสว่างนั้นดับวูบลง เอลฟ์น้อยนั่งหอบตัวโยน เหงื่อเย็นๆซึมจากใบหน้าขาวซีด แต่ร่างที่นอนสลบอยู่บนเตียงดูมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิม ราวกับจุนโนะดูดพลังชีวิตไปจากยามะพี ก็ไม่ปาน
"เป็นยังไงบ้างโทโมะ"
จุนถามเสียงเครียด ทั้งที่ตายังคงจับจ้องจุนโนะ ยามะพีหน้าบู้ รู้หรอกว่าห่วงอีกคน ไม่ต้องมาแกล้งถามหรอก
"แค่มึนๆ อีกเดี๋ยวก็หาย...ท่านพี่ไม่ต้องห่วงหรอก ห่วงจุนโนะก็พอแล้ว"
"เจ้านี่นิ"
จุนวางมือลงบนหัวยามะพี
"ท่านพี่ละ บาดเจ็บมั้ยให้ข้ารักษาให้นะ"
"ข้ามีแต่แผลถลอก ไม่ต้องเปลืองพลังเจ้าหรอก"
จุนนั่งลงบนเตียงลูบไล้ใบหน้าของจุนโนะแผ่วเบาอย่างทะนุถนอม ยามะพีเองก็มองตามยิ้มๆ ดูก็รู้ว่าพี่ชายเขาหลงรักจุนโนะเข้าเต็มเปาแล้วละ
"เจ้าไปพักเถอะ พี่จะดูแลจุนโนะต่อเอง"
จุนยิ้มอ่อยโยนขณะพูด ไม่รู้ว่ายิ้มให้ยามะพีหรือจุนโนะกันแน่ ยามะพีลุกขึ้นและเดินจากไปเงียบๆ ไปยังอีกมุมของกระโจมหลังม่านกั้น เมื่อเห็นยามะพีเดินเข้ามา ทั้งสามที่ถกประเด็นกันอย่างเคร่งเครียดอยู่
"อ้าวเป็นยังไงบ้างละ"
ซึบาสะถาม
"จุนโนะไม่เป็นไรแล้ว แค่ตกใจมากตอนนี้พี่จุนดูแลอยู่ ให้พักอีกหน่อยเดี๋ยวก็หาย"
ยามะพีตอบ เขายิ้มแม้จะมีสีหน้าอ่อนเพลียและซีดเซียวลงมาก
"พี่ว่าเจ้าก็สมควรต้องพักนะ ดูสิ หน้าซีดเชียว"
ก่อนที่ยามะพีจะตอบ ยูอิจิจะขอตัวกลับที่พักและจูงมือยามะพีไปด้วย
ท่ามกลางความเงียบ ทั้งสองเดินผ่านซุ้มแต่ซุ้มไป ไม่มีคำพูดใดๆเลย ยามะพีได้แต่มองแผ่นหลังของคนข้างหน้า มองไล่ลงมาถึงมือที่กุมกันไว้ แอบรู้สึกอุ่นใจ มือหยาบที่กรำงานอย่างหนัก จับมือเขาไว้แน่น ยามะพีมองมันตาไม่กระพริบ จนน้ำตามันไหลริน
หลังจากที่เขากับยูอิจิไม่พูดจากันหลายวัน ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่ทำไมเหมือนไกลกันราวอยู่คนละโลก...
มือน้อยปล่อยจากอีกคน ร่างโปร่งบางยืนก้มหน้านิ่ง จนยูอิจิต้องหันไปมอง เขาเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตารอยยิ้มแสนเศร้าของเอลฟ์น้อย
"ข้าไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย..."
เอลฟ์น้อยกล่าวทั้งเสียงสะอื้น
"เมื่อไหร่เราถึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม...ท่านโกรธข้ามาก ข้ารู้ และข้าก็เจ็บปวดมากที่ท่านทำราวกับข้าไม่มีตัวตนเช่นนี้"
"โทโมะ..."
ยูอิจิครางแผ่ว
"ข้าขอโทษ แต่ข้าไม่เสียใจในสิ่งที่ข้าทำหรอก! " ใช่...ไม่เสียใจที่ตามมาที่นี้ มาหายูอิจิ ถึงแม้ผลที่ได้รับมันจะแสนสาหัสกว่าที่คิดไว้มากมายนัก
ร่างโปร่งหมุนตัวหันหลังให้อีกฝ่าย เขาไม่อยากให้ยูอิจิเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาและความดื้อรั้นของเขาอีก
"โท...โมะ"
เสียงเรียกแผ่วเบา และคล้ายจะทรมาน ตามด้วยเสียงของหนักหล่นสู่พื้น เอลฟ์น้อยหันไปมองด้วยความตกใจ ร่างของยูอิจิทรุดลงตรงหน้า ยามะพีรีบเข้าไปประคองไว้โดยไม่ได้คิดอะไรเลย
"ไม่เป็นไร..."
"แต่ท่านบาดเจ็บ!"
"ยูอิจิ...ยูอิจิ! "
ในไม่กี่วินาทีต่อมา แสงสว่างสุกสกาวก็ระเบิดแสงเปล่งประกายจ้า อาบร่างยูอิจิไว้ พร้อมน้ำตาของเอล์ฟน้อยที่รินลงมาไม่ขาด ใช้เวลาไม่มากนัก ลำแสงสีนวลก็อาบไล้บาดแผลไปทั่วและเยียวยาจนมันหายเป็นปกติ ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน นัยน์ตาคมเฝ้ามองเอลฟ์น้อยที่ตั้งอกตั้งใจพยาบาลเขาอย่างกระตือรือร้น ทั้งๆที่เจ้าตัวอ่อนเพลียจากการช่วยรักษาจุนโนะ
"ไม่เป็นไรแล้วละ..."
เอลฟ์น้อยพูด ยิ้มทั้งน้ำตาให้กับคนที่นอนเกยตักอยู่ มือหยาบคว้ารอบคอยามะพีมาเร็วๆ ประทับรมฝีปากบนกลีบปากละมุมเพียงเสี้ยววินาที ความโหยหามากมายมหาศาลก่อตัวขึ้น และละลายความโกรธในใจจนหมดสิ้น
"ให้ตายสิ...เจ้านี่ดื้อรั้นจริงๆเลย "
"จะไม่ดื้อกับท่านอีกแล้ว...สัญญา"
.............................................................................
ค่ำคืนที่เงียบสงบจนดูน่าอันตรายกว่าปกติ แสงไฟทั้งหมดในบริวเณทุ่งกว้างได้ดับลงแล้ว เหลือเพียงแสงดาวที่ทอแสงระยิบระยับไปทั่ว
ร่างโปร่งยันกายขึ้นจากเตียงช้าๆ เขารู้สึกมึนงง มองไปในความมืดด้วยความประหลาดใจ เขาอยู่ที่ไหน!...จุนโนะส่ายหน้าแรงๆ ในค่าย...ค่ายที่กำลังยกไปไอเซนกาด... คำตอบผุดขึ้นในใจ และตามมาด้วยคำถามอีกมากมาย ทำไมต้องยกทัพมาที่นี้ด้วย...ก็เขาถูกสั่งให้ไปลิเวนเดล แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี้ได้!...
ภาพในอดีตย้อนกลับมา ราวกับภาพยนต์ที่ฉายแจ่มชัดในหัว...
จุนโนะเบิกตากว้าง ยกมือกุมหัวที่ปวดร้าวไว้แน่น ขอบตาร้อนผ่าวราวถูกไฟรน
เขา...คือ ทากุจิ จุนโนะสุเกะ...ทหารรับใช้ของจิน ผู้คุมกฏแห่งไอเซนกาดอีกหนึ่งคน...
ความจริงที่กระจ่างชัดในความทรงจำที่พึ่งนึกขึ้นได้มันช่างปวดร้าว
"เป็นอะไรไปจุนโนะ..."
เสียงที่ดังขึ้นใกล้ๆ ทำเอาสะดุ้ง จุนโนะตวัดตามองด้วยความระแวง แต่เมื่อเห็นใบหน้าเอลฟ์หนุ่มมองมาด้วยความเป็นห่วงเขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าทันที
จุนโนะส่ายหน้าช้าๆ แต่จุนยังคงมองด้วยความสงสัย ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ๆ โอบร่างจุนโนะที่แข็งทื่อไว้ ลูบหัวแผ่วเบา พร้อมจุมพิตที่แก้มเนียน จุนโนะได้แต่นิ่งแข็ง
"ไม่เป็นไรแล้ว...ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครทำอะไรจุนโนะได้อีกแล้ว..."
จุนปลอบโยน อ่อนหวาน จนหัวใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ เพราะอะไรนะ! จุนโนะเค้นสมองอย่างเกรี้ยวกราด ภาพจุนกับเขาปรากฏขึ้น ภาพก่อนที่จุนโนะจะตกลงมาจากหลังคาราชวัง ภาพจุนที่ดูแลจุนโนะราวกับคนรัก
"ปวดหัวหรือ?"
จุนถามเมื่อจุนโนะกุมศีรษะไว้ และมีสีหน้าแปลกๆ น้ำตาซึมกับความเจ็บปวด จุนโนะรีบส่ายหน้า แต่จุนก็ทำสีหน้าไม่เชื่อ ก่อนจะลุกไปเอายามาป้อนให้จุนโนะ ถึงแม้จะปฏิเสธไปแล้วก็ตาม แต่จุนก็ยังคาดคั้นให้จุนโนะกินยานั้นจนได้
ไม่นานจุนโนะก็หลับไปอีกครั้ง จุนโอบกอดร่างโปร่งไว้อย่างหวงแกน และหลับไปบนเจียงแสนอุ่นในเวลาต่อมา...
เขาไม่รู้เลยว่าคืนนั้น ก่อนรุ่งสาง ร่างที่เขากอดไว้จะลุกขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่กลับมาโดยสมบูรณ์ และในความฝันของจุน เด็กหนุ่มร่างโปร่งบาง ยิ้มเศร้าๆออกมา นั่งลงข้างเตียงและกุมมือเขาไว้แน่น มือขาวสะอาดนั้นสั่นสะท้านรุนแรง
จุนโนะเป็นอะไร...เขาถาม แต่ก็ไม่มีแรงพอจะเปล่งเสียงออกมา
ใครทำอะไรให้เจ้าร้องไห้...จุนตะโกนออกมา แต่จุนโนะยังนิ่ง ร้องไห้ทั้งน้ำตา
จุนโนะ...
เด็กหนุ่มบีบมือเขาแน่นขึ้นและแนบใบหน้าลงเขารู้สึกถึงความอุ่นของน้ำตาจำนวนมากอย่างชัดเจน ริมฝีปากที่สั่นสะท้านทาบลงบนหลังมือเขาอย่างแผ่วเบา
ก่อนที่จุนโนะจะพึมพำคำพูดที่จุนได้ยินไม่ชัดเจน
และร่างโปร่งบางก็ลุกขึ้น วางมือเขาลง และเดินหันหลังจากไปในความมืด
จะไปไหน...อย่าไปนะ!
จุนโนะ!
จุนสะดุ้งตื่นในเวลาต่อมา เขารู้สึกกลัวจับใจ ขณะมองขอบฟ้าที่เริ่มมีแสงสีทองเล็ดรอดออกมา เสียงภายนอกเริ่มคึกคักจอแจรับอรุณรุ่ง
จุนมองไปโดยรอบเขาไม่เห็นคนที่ต้องการเห็น ความรู้สึกเหน็ดหนาวในยามเช้าที่แสงแดดอ่อนละมุมทอไปทั่วพื้นโลก
จุนยกมือขึ้นมาและเห็นคราบน้ำใสๆที่ยังคงไม่แห้งสนิทบนนั้น เห็นหลักฐานว่าฝันของเขาเป็นจริง...
และในวินาทีนั้นเอง คำพูดของจุนโนะที่เขาได้ยินไม่ชัดนั้น กลับดังก้องขึ้นมา...
"เวลาของเรา...หมดลงแล้ว"
.............................................................................
ขอบฟ้าเปล่งแสงสีเงินเป็นประกายแห่งรุ่งอรุณ และเริ่มกลายเป็นสีทองจางๆ เด็กหนุ่มตื่นตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง และพบว่าตนนอนอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงสดในห้องทำงานของจิน เด็กหนุ่มงัวเงีย ตะกายกองผ้านวมขึ้นมานั่งขยี้ตา ห้องค่อนข้างสลัว เพราะดวงอาทิคย์ยังไม่ขึ้นเต็มที่ มีเพียงลำแสงสีทองที่ปลายขอบฟ้า
คาซึยะลุกขึ้นจากโซฟา และเดินมาที่หยุดที่หน้าต่าง มือน้อยแตะลงบนกระจกเย็นๆ นัยน์ตาสดใสจับจ้องดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนขึ้นมาให้เห็นชัดเรื่อยๆ วันนี้เมฆเยอะ มีหมอกลงไปทั่วเมือง บรรยากาศเงียบเหงากว่าปกติ หรือเพราะคาซึยะต้องอยู่คนเดียวเลยรู้สึกแบบนี้ไปเอง
"เป็นเด็กดีนะคาซึยะ...อย่าไปไหน รอข้าในปราสาทนี่"
แก้มขาวสะอาดวูบวาบขึ้นมาชั่วขณะที่นึกถึงคำพูดของอีกคนเมื่อคืนก่อน วันนี้คาซึยะตั้งใจเต็มที่จะทำตามคำสั่งจินทุกอย่าง ทำไมน้า...จู่ๆวันนี้นึกอยากอ้อนจินขึ้นมา~
ปัง!
เสียงกระชากประตูและเหวี่ยงเต็มแรงดังขึ้นจนเด็กหนุ่มสะดุ้ง แต่เมื่อหันไปพบจินคาซึยะก็รีบยิ้มหวาน และเมื่อสังเกตุเห็นบาดแผลที่แก้มของชายหนุ่ม รอยยิ้มหวานก็เจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
หนุ่มน้อยถลาเข้ามาหาด้วยความห่วงใยเต็มเปี่ยม มือน้อยขาวสะอาดยกขึ้นแตะลงบนปากแผลที่มีเลือดแห้งๆเกาะอยู่อย่างเบามือ หากแต่ถูกปัดออกในทันที คาซึยะชะงักก่อนจะมองจินเต็มตา แววตาของจินต่างจากเคย
คาซึยะที่กำลังจะพูดได้แต่อ้าปากค้าง นัยน์ตาคมส่งสายตาเยือกเย็นมาให้ สายตาที่คาซึยะเคยเห็นมัน แต่เมื่อนานมาแล้ว นานมากจนลืมไปแล้วว่าจินเคยเป็นคน...โหดร้าย
"จ...จิน"
เจ้าชายน้อยเรียกด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคง ความรู้สึกหวาดหวั่นก่อตัวมากขึ้นเรื่อยทุกวินาที สีหน้าของจินยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
"เจ้าคงดีใจมากละสิ! แน่ละดีใจจนเนื้อเต้น"
จินตะคอกน้ำเสียงรุนแรงใส่ คาซึยะได้แต่มอง ไม่เข้าใจเลยสักนิด
"พี่ชายเจ้ามารับแล้วนิ...คงจะคิดถึงพี่ชายเจ้าใจจะขาด"
"พี่ชาย?...ท่านพี่ยูอิจิ! จิน ท่านพบท่านพี่งั้นหรือ?"
คาซึยะตาโต ทั้งตกใจและดีใจไปพร้อมๆกัน ท่านพี่ยูอิจิยังไม่ตาย!
จินมองอาการดีอกดีใจของคาซึยะด้วยสายตาปรามาส ความรู้สึกลึกนั้นช่างทรมาน ราวกับถูกบีบรัดไว้ด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็น เจ้าชายน้อยมัวแต่ดีใจจนลืมสังเกตุสีหน้าของจิน ร่างสูงคว้าต้นแขนขาวนลนั้นไว้ทั้งสองข้างบีบมันแรงจนเด็กหนุ่มร้อง
"เจ้าอยากไปหามันมากงั้นสิ!!"
จินตวาดใส่ คาซึยะไม่ดิ้นรนเพียงเพราะยังคงตกใจอยู่ ใบหน้าเกรี้ยวกราดของจินทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างมาก ทั้งๆที่คาซึยะคิดว่าจินเป็นคนอ่อนโยน ใจดี แต่นี้มันตรงข้ามกับที่คิดชัดๆเลย ความเงียบงันกินเวลาไปครู่นึงก่อนที่จินจะเหวี่ยงร่างบอบบางลงไปที่พื้น
"อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย คิดว่าทำร้องไห้นิดหน่อยแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไปหามันงั้นหรือ ไม่มีทางเสียหรอก!"
ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขามองใบหน้าไร้เดียงสาที่อาบด้วยคราบแห่งความเศร้า ทั้งๆที่รู้แก่ใจอยู่แล้วว่ามันต้องมาถึง...เวลาที่คาซึยะต้องจากเขาไป...ทั้งๆที่เขาพยายามมากมายและหวังว่าความรู้สึกที่ลึกซึ้งนี้จะดึงรั้งคาวึยะไว้ได้ โดยไม่ต้องมีการบังคับ...เขาคิดไปเองรึเปล่า เพราะตอนนี้เขาไม่แน่ใจแล้วว่าคาซึยะจะยังอยู่ตรงนี้หากรู้ว่าพี่ชายที่แสนรักอยู่นอกกำแพงเมือง...
"อยู่กับข้ามันทรมานมากงั้นสิ อยากไปอยู่กับพี่เจ้ามากกว่าใช่มั้ยละ...."
จินพูดอย่างขมขื่น ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด ทำไมต้องโมโหมากมายขนาดนี้ ทำไมต้องทำอะไรรุนแรงกับคาซึยะทั้งๆที่รักนักหนา
"ไม่ใช่นะ!"
ชายหนุ่มชะงัก เขามองลึกลงไปในดวงตาสีชานั้น หมายความว่ายังไง?... เด็กหนุ่มพยายามเงยหน้าขึ้น สายตาอ้อนวอน กัดริมฝีปากที่สั่นระริกกลั้นเสียงสะอื้น
"ไม่ใช่..."
เจ้าชายน้อยพูดได้เพียงแค่นั้น แต่หากจะให้เลือกจินกับพี่ชายจริงๆแล้วละก็...เขาก็ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร ชายหนุ่มพอจะรู้ถึงท่าทีลังเลของคาซึยะ เขาฝืนยิ้มออกมา ช่างเป็นรอยยิ้มที่โหดร้าย
"หึ...ดี เตรียมตัวไว้เถอะเจ้าชาย พรุ่งนี้เจ้าจะได้พบกับพี่ชายที่รัก!"
ร่างสูงหมุนตัวเดินปึงปังออกจากห้องไป และเหวี่ยงประตูปิดตามหลังอย่างรุนแรง ทิ้งให้อีกคนในห้องนั่งอยู่เงียบๆ มีเสียงสะอื้นแผ่วเป็นเพื่อน...
เด็กหนุ่มเข้าใจถึงโทสะอันแรงกล้าของจิน แต่ที่เขาอดน้อยใจไม่ได้คือคำพูดเหยียดหยัน ประชดประชันของจิน ทั้งๆที่วันนี้เขาคิดว่าจะทำตัวเป็นเด็กดีของจินแล้วแท้ๆ...ทั้งๆที่เขาให้อภัยจิน ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้น ลืมว่าจินเคยทำอะไรกับเขาไว้บ้าง..แล้วทำไมจินต้องทำราวกับเป็นความผิดของคาซึยะ...
ทั้งๆที่เคยบอกว่า จะไม่มีวันปล่อยเขาไป....
ทำไมตอนนี้...จะทิ้งกันงั้นหรือ?
จิน...ใจร้าย
End
Chapter 18
war of mind
war of mind
"ฮิโรกิ! เดี๋ยวก่อน!"
กลางดึกยามค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องดังครืนไม่หยุดหย่อน ไม่รู้ว่าฝนเจ้ากรรมตกมาได้ยังไง ทั้งๆที่เมื่อตอนเรียวกลับเข้ามาท้องฟ้ายังปลอดโปร่งอยู่เลย ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำ ชายหนุ่มวิ่งผ่านเม็ดฝนเย็นจัดราวน้ำแข็ง เขามองไปรอบบริเวณลานหน้าคฤหาสน์ด้วยจิตใจร้อนรน และเมื่อพบเงาลางๆของฮิโรกิ ร่างสูงมุ่งตรงเข้าหาอีกคนที่อาศัยหยาดฝนบดบังกายในความมืด
"ฮิโรกิ!!"
เรียวตะโกนแข่งกับสายฝนที่กระหน่ำไม่ปราณี จนในที่สุดเขาก็สามารถรวบร่างโปร่งนั้นไว้ในอ้อมกอดได้สำเร็จ ฮิโรกิดิ้นรนในอ้อมกอดที่รัดแน่นของเรียว ใบหน้าหวานขาวซีดเพราะความหนาว เปียกปอนไปทั้งร่าง ชุดนอนบางๆนั้นเปียกแนบติดผิว เนื้อตัวสั่นระริกเพราะไอเย็นของอากาศ
"ปล่อยข้านะ! "
ร่างบางร้องออกมา พยายามขืนกายให้พ้นจากการเกาะกุม เสียงสะอื้นถูกกลบด้วยเสียงจากฝนฟ้ารอบข้าง เม็ดฝนเย็นเฉียบกระหน่ำอาบร่างทั้งคู่
"ขอโทษนะฮิโรกิ...ข้าขอโทษ!"
เรียวตะโกนแข่งเสียงฟ้าร้อง ด้วยหวังว่าจะให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน นานสองนานที่ทั้งสองยื้อยุดกันท่ามกลางสายฝน มีเพียงเสียงสะอื้นของฮิโรกิ และคำขอโทษของเรียว
"ฮิโรกิ..."
เสียงร้องเรียกชื่อที่แสนอ่อนโยนทำให้อีกคนรู้สึกหวั่นไหวไม่น้อย แม้จะพยายามคัดค้านความรู้สึกนั้นสุดความสามารถ แต่ก็ไม่อาจต้านทานส่วนลึกของจิตใจได้
"อย่ามายุ่งกับข้า...ท่านไม่ต้องการข้าแล้วก็ปล่อยข้าไปสิ!"
"ไม่ใช่นะ! ข้าไม่ได้..."
"ในเมื่อท่านขับไล่ข้ามาแล้ว ทอดทิ้งข้าแล้ว ข้าก็ไม่อยากอยู่ให้ท่านลำบากใจหรอก"
นัยน์ตากลมใสพยายามมองใบหน้าคมผ่านม่านฝนที่กระหน่ำจนทำให้เห็นอีกฝ่ายได้ลางเลือนเหลือเกิน แต่ก็พอจะรู้ว่าเรียวกำลังทำสีหน้าลำบากใจ
"ข้าขอโทษ..."
เขาเอ่ยออกมาด้วยความอ่อนใจ ไม่มีคำไหนจะสารภาพผิดได้ดีกว่านี้อีกแล้วในความคิดของเรียว มีเพียงเสียงสะอื้นของฮิโรกิตอบกลับมา
"ข้าอยากขอโทษ ในสิ่งที่ข้าได้ทำไว้ในอดีต...ทั้งที่ข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่มีวันให้อภัยข้าได้"
อ้อมแขนที่รัดแน่นคลายออกช้าๆ ร่างบางสั่นสะท้านถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ฮิโรกิปรารถนา แต่ทำไมกันนะ...พอไร้แขนนั้นคอยพยุงไว้ ทำไมถึงได้รู้สึกหนาวหว่าเดิม...ไร้เรี่ยวแรงจะยืนบนพื้นอย่างมั่นคง
"นั้นเป็นสิ่งเดียวที่ข้าเสียใจที่ได้ทำลงไป..."
น้ำเสียงนั้นอ่อนล้ากว่าทุกครา ฮิโรกิพยายามกระพริบตาเพื่อจะไล่น้ำที่เกาะขนตาออกให้หมด เขาอยากมองใบหน้าของเรียวชัดๆเหลือเกิน
"แต่เรื่องที่ข้าเดินจากเจ้าไปที่ถ้ำนั้น...ข้าไม่เสียใจเลยสักนิด"
คล้ายกับว่าได้ยินเสียงหัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ ฮิโรกิยืนนิ่ง ชาไปทั้งร่าง ในวินาทีนั้นเองที่ฮิโรกิมองเห็นใบหน้าของเรียวได้ชัดเจน เมื่อเรียวขยับเข้ามาใกล้...ใกล้เหลือเกิน
"เพราะข้าทำสิ่งนั้นด้วยความรักที่มีต่อเจ้า"
ใบหน้าคมซบลงบนบ่าเปียกปอนของร่างบาง สภาพที่อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงที่ไม่เคยมีใครได้เห็น บัดนี้เรียวกำลังทำอยู่ตรงหน้าฮิโรกิ
"ได้โปรด...ยกโทษให้ข้า...มอบชีวิตเจ้าให้ข้าอีกครั้ง แล้วข้าสัญญาว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้าเช่นนี้อีก"
คำพูดที่กระซิบข้างหู ไม่เพียงแต่สร้างความอบอุ่นในหัวใจดวงน้อย หากแต่มันละลายความหนาวรอบด้านได้อย่างแปลกประหลาด แม้เม็ดฝนจะทำให้ฮิโรกิไม่อาจมองใบหน้าอีกฝ่ายได้ชัดนัก แต่เด็กหนุ่มก็รู้ว่าภายใต้ม่านฝนที่กั้นเราอยู่นั้น คือสีหน้าที่จริงจังและมุ่งมั่นของเรียว เด็กหนุ่มโผเข้าหาอ้อมกอดของอีกร่าง มือน้อยจิกลงกลางหลังกว้าง เสียงสะอื้นถูกกลืนหายไปในแผ่นอกเรียว
หากเขาจะขอเชื่อคำสัญญาของเรียวอีกครั้ง...
เขาจะไม่ผิดหวังอีกใช่มั้ย...
............................................................................
ให้ตายสิ...ทำไมมาหลับอยู่ที่นี่ได้นะ
ชายหนุ่มคิดขณะมองไปยังกองผ้านวมสีครีมที่ม้วนเป็นก้อนกลมบนโซฟาสีแดงเพลิง เขาค่อยๆก้าวไปยังที่นั่นด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่อยากทำลายความเงียบนี้ และอีกเหตุผลคือกลัวเจ้าลูกแมวน้อยในกองผ้านั้นจะตกใจตื่นขึ้นมาเสียก่อน
ร่างสูงคุกเข่าลงข้างโซฟา รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นเมื่อได้เห็นเจ้าลูกแมวนั้นเต็มตา หนุ่มน้อยหลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ร่างขาวโพลนซุกกายในผ้านวมหนาที่ลากมาจากห้องนอนเมื่อตอนค่ำ คาดว่าเจ้าชายน้อยคงจะมารอพบเขาจนกระทั่งเผลอหลับไป...ไม่สิ...ตั้งใจมานอนรอที่ห้องทำงานนี่เลยต่างหาก
ไม่ใช่คืนแรกที่เขากลับมายังปราสาทและพบคาซึยะหลับอยู่ที่ห้องนี้ แต่น่าแปลกที่ทุกครั้งความรู้สึกพิเศษ ที่มีมันเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ช่วงเวลาไม่นานสำหรับเขาและคาซึยะ ทำให้ผูกพันราวกับความสัมพันธ์นี้ยาวนาน...ความรู้สึกที่ราวกับชั่วนิรันดรที่ไม่อาจอธิบายได้
มือหยาบวางแนบลงบนผิวนุ่ม แก้มใสสะอาดสีระเรื่อหน้ามอง ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ตามรูปหน้าเรียวแผ่วเบา ผิวขาวราวโปร่งแสงเนียนกระจ่างในห้องที่สลัวด้วยแสงจากเปลวไฟในเตาผิง จินเกลี่ยนิ้วโป้งลงบนริมฝีปากอ่อนบางสีเรื่อนั้น เขารู้ดีว่าสัมผัสตรงนี้ช่างนุ่มนวล อ่อนหวานเพียงใด
ความเย้ายวนดึงให้ร่างสูงโน้มลงหาร่างที่หลับใหล นัยน์ตาคมหรี่ลงเรื่อยๆ
ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน...
"ท่านพี่..."
จินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองใบหน้าไร้เดียงสา
"...พี่ยู..."
ริมฝีปากบางที่ถูกหมายตาไว้เมื่อครู่เปล่งเสียงครางแผ่ว ก่อนจะพลิกตัวไปอีกด้าน ร่างสูงยันกายขึ้นด้วยความรู้สึกที่ตรงข้ามกับความรู้สึกเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว นัยน์ตาคมมองร่างเด็กหนุ่มในสมองเขามีคำเป็นร้อยพันวิ่งวนไปมา
ไม่ว่าจะยังไง คาซึยะก็ยังเป็นเจ้าชายคาซึยะ...แห่งเซนต์มีนาสจีริส เจ้าชายจากที่ๆห่างไกล มาพบกับเขาได้เพราะความแค้น คาซึยะเป็นเด็กอายุสิบแปดที่ถูกเลี้ยงดูประคบประหงมมาอย่างดี ไร้เดียงสา บริสุทธิ์ ร่าเริง ทั้งชีวิตไม่เคยพานพบกับความทุกข์ จนกระทั่งพบจิน
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ช่วงเวลาต่อมา คาซึยะเปลี่ยนแปลงความแค้นนั้นเป็นความรู้สึกอ่อนโยน อะไรบางสิ่งที่ยิ่งกว่าความผูกพัน อะไรที่พันธนาการทั่งสองไว้ด้วยกัน อะไรที่จินไม่อาจรู้ ดั่งคำทำนายนั้น...
ชั่ววินาทีที่จินรับรู้ว่าตัวเขาเองหลงรักคาซึยะ...เขาได้สาบานกับตัวเองว่าจะไม่วันปล่อยคาซึยะไปเด็ดขาด แม้ว่าจะต้องทำให้คาซึยะเจ็บเพียงใด แม้ตอนนี้...คาซึยะจะไม่แสดงให้เห็นว่ากำลังทรมาน แต่ในใจแล้ว เขารู้ดีว่าคาซึยะ...คาซึยะก็ยังคิดถึงพี่ชาย...คิดถึงบ้าน...คิดถึงอดีต
"ท่านเจ้าเมือง!"
เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมประตูห้องที่ถูกเปิดออกโดยวิสาสะ ร่างของเรียวก้ามเข้ามาอย่างรวดเร็วและรีบร้อนเกินกว่าจะกันไปปิดประตู
จินปรายตามองร่างเปียกปอนของเรียว ก่อนจะมองไปยังร่างที่อยู่บนโซฟา และดูเหมือนเจ้าชายน้อยจะยังคงหลับอยู่ ผู้คุมกฏแห่งไอเซกาดมองตาม และเมื่อเห็นร่างน้อยๆนั้นก็เข้าใจว่าตนได้เข้ามาผิดเวลาเสียจริง
"ขอโทษ..." เรียวรีบพูดเมื่อเห็นสายตาตำหนิกลายๆของจิน
"อะไรพาเจ้ามานี่ในเวลาแบบนี้หละเรียว...หรือจะชวนข้าไปเล่นน้ำฝนกับเจ้า ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ละ...ออกไปได้แล้ว"
จินพูดล้อเลียน แต่ดูเหมือนเรียวจะไม่ตลกด้วยเท่าไหร่...
"ถึงท่านจะไม่อยากแต่คืนนี้ท่านต้องได้อาบน้ำฝนเล่นแน่จิน...เมื่อครู่ข้าพึ่งไปดูที่ชายแดนเมือง ตรงร่องหุบเขาที่ห่างจากเมืองไปสองหมู่บ้าน..."
"ทำไมเจ้าต้องไปเล่นน้ำฝนไกลขนาดนั้นด้วยละ"
"ฮ่า...ตลกมากเลยพี่ชาย ข้าคงจะไม่ไปที่นั้น หากไม่มีคนรายงานว่ามีกองทัพที่มีกำลังหลายแสนตั้งค่ายที่นั้น และมันก็ไม่ไกลมากหากเป้าหมายของกองทัพนั้นเป็นไอเซนกาด"
"เจ้า!...ทำไมถึงพึ่งบอกข้า"
"ก็ข้ากำลังพยายามบอก...แต่ท่านมัวแต่หาว่าข้าชวนท่านไปเล่นน้ำฝน"
เรียวพึมพำปากขมุบขมิบ ไม่กล้าพูดเสียงดังในเมื่อเขาเห็นจินอารมณ์รุนแรงพุ่งพรวดในเวลาไม่กี่วินาที ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวโปรด เขาเรียกแผนที่ขึ้นมากางบนโต๊ะทำงาน เรียวชอบแผนที่นี้จริงๆ เพราะนอกจากจะได้เห็นภาพแบบสามมิติแล้ว มันยังบอกรายละเอียดเช่น ถ้าที่ไหนฝนตก บริเวณนั้นก็จะมีเมฆฝนปกคลุม แต่ตอนนี้ดูเหมือนจินจะร่ายเวทไล่ฝนบนแผนที่ออกไปด้วยความโกรธกริ้ว
"ตรงนี้ใช่มั้ย!"
อาคานิชิ จิน เอ่ยขณะมองไปยังด้านทิศตะวันออกของชายแดนเมือง และที่นั้นก็ปรากฏถาพเหล่าทหาร ริ้วธง รวมทั้งค่ายกระโจมเรียงยาวคลุมทั่วทั้งบริเวณ
"พวกมันเป็นใคร..ข้าไปซุ่มดูมาแล้ว แต่ก็เข้าใกล้ไม่ได้มาก พวกมันวางเวรยามไว้เต็มไปหมด"
เรียวบอก สีหน้าของเขาไม่ได้แตกต่างไปจากจขินสักเท่าไหร่ เคร่งเครียด และเคืองแค้น
"หึ...พวกเอลฟ์"
จินเอ่ย และสบตากับเรียว เรียวเข้าใจทันทีว่าหมายความว่าเช่นไร
"งั้นจุนโนะก็..."
"ไม่...ยังไม่ตาย แต่ทรยศ!!"
จินทุบกำปั้นลงบนโต๊ะเต็มแรง จนเรียวสะดุ้ง ทั้งทีเมื่อตอนเขาเข้ามาจินเป็นฝ่ายส่งสายตาตำหนิเมื่อเขาทำเสียงดัง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจคนที่กำลังหลับอยู่มุมห้องนั้นแล้วกระมัง...
"ออกคำสั่งจัดเตรียมกองทัพตั้งค่ายรอบเมือง เรียกกำลังจากเมืองอื่นที่ยังไม่คิดทรยศเรามาให้หมด" จินพูดเสียงดังและเด็ดขาด
ผู้คุมกฏแห่งไอเซนกาดรีบก้าวออกจากห้องเพื่อไปทำตามคำสั่งของจิน
"เดี๋ยว เรียว!"
ร่างโปร่งที่เปียกปอนหันไปมองจินอีกครั้งด้วยความสงสัย
"รับกลับมาหาข้าที่นี้ คืนนี้เราต้องไปทักทายเพื่อนเก่าเสียหน่อย"
ดูเหมือนเรียวจะเข้าใจในทันที เขาจึงออกจากห้องไปโดยไม่ถามอะไร สักครู่หนึ่งที่ร่างสูงยืนนิ่งกลางห้อง ความรู้สึกรุนแรงพล่านไปทั้งร่างกาย ความปรารถนาที่ยากจะหยุดยั้งนี้กลับมาอีกครั้ง ความกระหาย...อยากเห็นคราบเลือดกระเซ็น...อยากได้กลิ่นคาวหืนนั้น
จินยืนหอบหนัก ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนี้ แต่ทุกครั้งที่ผ่านมา เขามักปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นไม่มีการขัดขืน ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นเช่นไร แต่ครั้งนี้...ไม่อยากเลย ไม่อยากให้มันครอบงำเขาอีก...ปีศาจที่ฝังอยู่ข้างในลึกๆนั้นมันกำลังอาละวาดรุนแรง...กระหายสงคราม กระหาย...ความตาย
มือหนากำแน่น ร่างกายเกร็งจนสั่นสะท้าน ข่มความรู้สึกที่กำลังกัดกินจิตใจของเขาช้าๆ...
หึหึ...ดี พวกเอลฟ์หน้าโง่ ถึงจะรวบควมกำลังมหาศาลแค่ไหนก็ไม่มีทางชนะข้าได้หรอก...
ดี...เข้ามาเลย...ข้าจะได้ฆ่าพวกเจ้าให้หมด...พื้นดินจะได้อาบเลือดอีกครั้ง...หึ...
นัยน์ตาคมวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้น ความยินดีอิ่มเอมเมื่อนึกถึงสงครามที่จะเกิดขึ้น...
"อื้อ...เสียงดังอะไรกันเหรอ?"
เขาตวัดสายตาไปมองยังต้นเสียง แววตาวาววับจับจ้องยังร่างน้อยที่ลุกขึ้นมานั่งจุ้มปุ๊กบนโซฟามีผ้านวมกองข้างกาย มือน้อยขยี้ตาปอยๆ หน้าตางัวเงียครึ่งหลับครึ่งตื่น
"หืม? จิน..."
เจ้าชายน้อยเอียงคอมองร่างสูงที่แลดูแปลกๆ แววตาน่ากลัวนั้นเหมือนในฝันที่เขาได้พบกันครั้งแรกไม่มีผิด ความรู้สึกเย็นวูบนั้นทำให้คาซึยะต้องชะงักนิ่ง
"ขอโทษนะ...ไม่ตั้งใจจะทำให้เจ้าตื่น"
ชายหนุ่มกลายอย่างอ่อนโยน เขายิ้มบางๆ และเดินเข้ามาหาคาซึยะ ทรุดกายลงนั่งข้างๆ แขนทั้งสองกอดโอบร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขน เด็กหนุ่มได้แต่นั่งนิ่งๆด้วยความประหลาดใจ อ้อมแขนที่อบอุ่นเหมือนเคยประคองโอบร่างไว้ทั้งหวงแหน และรักใคร่
คิดไปเองมั้ง...
คาซึยะลอบถอนหายใจเบาๆ เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นกอดตอบอ้อนๆ ซบหน้าลงบนลาดไหล่ที่มั่นคงนั้น ร่างสูงรู้สึกได้ในทุกการกระทำของคาซึยะ ความอ่อนโยนที่แสนอ่อนหวานซึมแทรกเข้ามา...
นัยน์ตาคมค่อยๆปิดลง นี่สินะ...เหตุผลที่เขาไม่อยากให้อะไรมาควบคุมจิตใจ
คาซึยะ...
"จินไปกันเถอะ...เอ่อ...ขอโทษ..."
เรียวรีบถอยไปหลบหลังประตูทันที ดูเหมือนจะถูกจินมองด้วยสาตาติเตียนอีกครั้งแล้วสิวันนี้ ร่างสูงผละออกมา เขายิ้มให้ก่อนจะจุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผากขาวนวล
"เป็นเด็กดีนะคาซึยะ...อย่าไปไหน รอข้าในปราสาทนี่"
เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเดินออกจากห้องไป ทันทีที่ละจากสายตาของคาซึยะ นัยน์ตาคมวาวโรจน์ด้วยความปรารถนา ปีศาจที่อยู่เบื้องลึกในใจได้ผงาดขึ้นมาแล้วเต็มตัว...
.............................................................................
ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เมฆสีดำที่ลอยต่ำยังคงจับกลุ่มหนาพร้อมที่จะปล่อยเม็ดฝนให้หล่นลงมาได้ทุกวินาที กลิ่นโคลนชื้นแฉะอบอวลไปทั่วบริเวณทุ่งกว้างที่ถูกตั้งเป็นสถานที่ซ่องสุมของเหล่ากบฏ แสงไฟจากกระโจมและกองไปกระจายไปทั่วบริเวณ โดยมีเหล่าทหารยามเฝ้าอย่างเข้มงวดเพื่อกันคนไม่เกี่ยวข้องและรอดูวี่แววของพวกไอเซนกาด เหล่าทหารของไอเซนกาดจะออกมาตรวจตรารอบเมืองเป็นประจำ และไม่ว่ากี่คนก็ตามที่เฉียดกายเข้ามาใกล้ที่นี้ ก็จะถูกจับเป็นเชลยทันที
แต่พวกเขาคงจะไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องได้ไปถึงหูของอาคานิชิ จินเรียบร้อยแล้ว และที่แน่ๆ เขาไม่ได้วางเวรยามเพื่อเฝ้ามองท้องฟ้า...
มังกรสีแดงซ่อนกายในกลุ่มเมฆสีเข้ม อาศัยความร้อนจากร่างสลายไอน้ำที่อยู่ใกล้ได้ไม่ยาก ข้างๆนั้นคือมังกรสีดำตัวเล็กกว่าบินอยู่ต่ำลงไป ชายผู้ควบคุมสัตว์ร้ายอิงกายอยู่ช่วงปีกที่แผ่กางนั้น
นัยน์ตาคมหรี่มองด้านล้างผ่านกลุ่มเมฆหนา กองกำลังที่วางเป็นแนวยาวพอจะประมาณจำนวนกำลังได้เรือนแสนทีเดียว ชายหนุ่มยกมุมปากสูง
ดี...พากันมาตายให้หมดเลย
เขาคิดอย่างมาดร้าย เบื้องล่างนั้นไม่ได้ระแวดระวังภัยที่กำลังย่างกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ปีกมังกรที่แผ่กว้างกลางอากาศเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้าหากแต่ทรงพลัง เขาทั้งสองเคลื่อนเข้ามาใกล้กับใจกลางของทุ่ง บริวเณที่แสงสว่างเล็ดรอดจากกระโจมใหญ่ที่สุดในค่าย
เชาเคลื่อนตัวลงต่ำว่าเดิม จนมองเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆและนั้นทำให้เขาเห็นบางสิ่ง ร่างชายหนุ่มที่เดินออกจากกระโจมใหญ่นั้น คนนึงคือเอลฟ์ที่สง่างามและอีกคนคือมนุษย์ที่หน้าตาคุ้นเคย นัยน์ตาคมหรี่มองปรับภาพให้ชัดเจนขึ้น
"จุนโนะ!"
เรียวร้องเมื่อเห็นสิ่งเดียวกับที่จินเห็น ทากุจิ จุนโนะสุเกะ ยืนยิ้มหัวเราะเคียงคู่กับเอลฟ์หนุ่มสง่างามนั้น หัวใจของกษัตริยืหนุ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกที่ร้อนวูบขึ้นในชั่ววินาทีที่เห็นจุนโนะตรงนั้น
นัยน์ตาคมวาวโรจน์ รอยยิ้มที่มุมปากนั้นแลดูน่ากลัวกว่าที่เคย ก่อนที่เรียวจะได้พูดอะไรอีก มังกรสีแดงก็พุ่งผ่านอากาศ ดิ่งลงหาเบื้องล่างด้วยความเร็วโดยไม่สำนึกเลยว่าตนกำลังอยู่ท่ามกลางศรัตรู...
เรียวรีบตามจินไปด้วยใจระส่ำ พอจะคาดได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป ขึ้นชื่อว่า อาคานิชิ จินแล้ว ต่อให้รักมากแค่ไหน แต่ถ้าทรยศเข้าข้างศรัตรูอย่างจุนโนะ มันก็คงต้องลงเอยด้วยความโหดร้าย...
ร่างสูงโปร่งหัวเราะเมื่อได้ฟังคำพูดของเอล์ฟหนุ่ม เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอันตรายได้ใกล้เข้ามาแล้ว สายลมที่พัดแรงและทวีความรุนแรงขึ้นจนต้องหันไปมองอีกด้าน
ลมที่กระโชกแรงเกิดจากปีกที่แผ่เป็นพังพืดกว้างนั้นโบกพัดในอากาศ แรงจนกองไฟบริเวณนั้นดับวูบลง เสียงครางงึมงำตามด้วยกรีดร้องดังขึ้นท่ามกลางความตื่นตะลึง
จุนโนะได้แต่ยืนแข็งทื่อ มองมังกรสีแดงชาดและร่างที่นั่งอยู่บนนั้น ด้วยความตื่นกลัว เหล่าทหารที่อยู่บริเวณนั้นต่างตื่นตะลึงไม่ต่างจากจุนโนะ ไม่มีใครนึกว่าอารคานิชิ จินจะมาปรากฏให้เห็นกลางกองทัพที่เต็มไปด้วยฝ่ายตรงข้าม
"อาคานิชิ จิน! "
เสียงเรียกชื่อของเขาดังก้องไปทั่ว ตามด้วยเสียงแห่งความชุลมุน ต่างคนต่างเตรียมคว้าอาวุธในมือไว้ มองไปยังท้องฟ้าด้วยความหวาดหวั่น
"ว่าไงจุนโนะ...ไม่เจอกันนานนะ"
เสียงก้องของจินกังวาลไปทั่ว น้ำเสียงที่เย็นชาและสีหน้าเยือกเย็น ราวกับมนต์ที่ทำให้ทุกสิ่งหยุดนิ่ง ไม่มีใครที่นี้ไม่หวาดกลัวมัจจุราชที่ลอยอยู่บนมังกรหน้าเกรงขามบนท้องฟ้าที่มืดมิด
จุนโนะสะดุ้งเมื่อถูกเรียกชื่อ เด็กหนุ่มก้าวถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังของเอล์ฟหนุ่มด้วยความกลัว ร่างโปร่งสั่นสะท้าน จุนโนะเกาะแขนจุนไว้แน่น ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมา ไม่รู้ว่าทำไมอาคานิชิ จิน ที่ทุกๆคนหวาดกลัวถึงได้รู้จับกับเขา และพูดราวกับแค้นเคืองเขายิ่งนัก...เขาไปทำอะไรให้จินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
เอล์ฟหนุ่มก้าวขึ้นมาบังจุนโนะไว้ราวกับจะปกป้อง จุนเงยหน้าขึ้นสบตากับจินอย่างท้าทาย ถึงแม้จะกลัวบ้าง แต่เขารู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับจิน ความแค้นที่จินฝากไว้มันมากมายจนกลบความหวาดหวั่นในใจจนหมด
"อย่าคิดว่าพวกเราจะยอมเป็นเบี้ยล่างเจ้าตลอดไปอาคานิชิ...เรามาที่นี้เพื่อเรียกร้องสิ่งที่เราควรได้ และทุกคนมีจุดประสงค์เดียวกันคือความตายของเจ้า!"
จุนตะโกนแข่งกับสายลมกรรโชก จินยิ้มเยาะและส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งหากแต่ฟังแล้วเยือกเย็นและน่ากลัว
"เจ้าพูดว่าจะฆ่าข้างั้นหรือ"
นัยน์ตาคมมองรอบบริเวณและส่งยิ้มเหยียดๆ
"เอลฟ์อ่อนแอดีแต่ปาก...อมนุษย์ไร้สมอง ภูติตัวกระจิ้ดริด...และคนทรยศ นี่หรือจะฆ่าอาคานิชิ จินได้!"
จินมองไปยังจุนโนะเขม็ง เมื่อพูดถึงคนทรยศ มีเพียงจุนเท่านั้นที่เข้าใจความหมาย จุนโนะได้แต่มองหน้าจินตื่นๆ จุนได้แต่มองด้วยแววตาเคียดแค้น เขาขบกรามแน่น มังกรสีดำอีกตัวโฉบลงมาด้านข้างของจิน และจัดการกับลูกธนูที่ถูกส่งมาหมายจะทำร้ายเจ้าแห่งไอเซนกาด
"ไปเถอะ...ตอนนี้เราทำอะไรมันไม่ได้มากหรอก..."
เรียวบอก ขณะเบี่ยงตัวหลบวิถีของธนูที่พุ่งมาหาไม่หยุดหย่อน เสียงโห่ร้องจากเบื้องล่างเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ พวกนั้นคงคิดจะเริ่มสู้แล้วจริงๆ ในความคิดของเรียวแล้ว ถึงเขากับจินจะเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจต่อสู้กับกำลังมากมายมหาศาลได้เพียงลำพัง
"ได้...แต่หลังจากมันตาย"
จินว่าและสั่งริวฮะพุ่งเข้าหาเป้าหมายทันที ผู้คนเบื้องล่างแตกฮือออกจากบริเวณนั้น ล้มระเนระนาดไม่เป็นท่า เสียงครางฮือด้วยความกลัวดังขึ้นเป็นระยะ เรียวเองก็ได้แต่เป็นทัพหลังคอยระวังหลังให้จินอย่างช่วยไม่ได้
ร่างโปร่งบางถูกกระชากให้หลุดจากแขนจุนด้วยกรงเล็บแหลมคมของริวฮะ ท่อนแขนบางๆดูเหมือนจะถูกเล็บคมเข้าอย่างจังจนเป็นแผลยาว เลือดไหลซึมออกมาจากปากแผล ใบหน้าจุนโนะซีดเผือด ขณะพยายามยันกายขึ้นจากพื้น
ความเจ็บนั้นไม่เท่าไหร่ หากแต่ความกลัวมันมากมายท่วมท้น จุนพยายามคว้าร่างจุนโนะไว้แต่ริวฮะก็โฉบลงมาอีกครั้ง และคว้าร่างจุนโนะไว้ในอุ้งเท้า กรงเล็บแหลมบีบรัดร่างไว้ ก่อนจะทะยานขึ้นจากพื้น
จุนโนะกรีดร้องออกมา เขาคว้าจับริวฮะไว้อย่างเสียไม่ได้ มือสั่นๆนั้นจับผิวหนังที่หุ้มด้วยเกล็ดแหลมคมไว้แน่น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองลงมาเห็นเบื้องล่าง เขากำลังถูกพาขึ้นไปสูงเรื่อยๆ จุนโนะมองหน้าจุนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
"วิวดีมั้ยจุนโนะ..."
จุนโนะหันไปมองจิน แววตาหวาดกลัวของจุนโนะยิ่งสร้างความยินดีให้จิน
"อยากลงไปข้างล่างงั้นสิ"
จุนโนะไม่ตอบ เขากลัวจนเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมาได้ เขามองหน้าจิน และพื้นดินด้านล่างสลับกัน เด็กหนุ่มเข้าใจแววตาของจินเป็นอย่างดี จุนโนะรีบส่ายหน้า น้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนเอ่อท่วมนัยน์ตา
"ไม่หรอก...เจ้าอยากลงไป...จุนโนะ ลงไปตายซะ!"
ดวงตาเรียวเบิกกว้าง จุนโนะรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วงของโลกได้อย่างชัดเจน เมื่อกรงเล็บมังกรนั้นคลายออก ร่างโปร่งบางถูกแรงที่มองไม่เห็นกระชากลงสู่พื้นอย่างรุนแรง เขาไม่อาจขยับกายได้ราวกับถูกคำสาปให้เป็นหินภาพสุดท้ายที่จุนโนะเห็น คือใบหน้าของจินที่ส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมมาให้
"จุนโนะ!!!"
และเสียงเรียกที่ดังชัดที่สุด...เสียงของจุน
"เกิดอะไรขึ้น!..."
ยูอิจิที่อยู่ห่างออกไปจากใจกลางความวุ่นวาย ได้ยินเสียงดังลั่น เปิดม่านคลุมกระโจมออกมาถามทหารที่อยู่ใกล้ที่สุด เขามองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ
" อาคานิชิ! มันบุกมาแล้ว!"
"ว่าไงนะ!"
........................................................................
จุนโนะ!
จุนโนะ!
เอลฟ์หนุ่มได้แต่ยืนแข็ง ขณะที่เฝ้ามองร่างโปร่งบางค่อยๆล่วงลงมา รู้สึกเหมือนมีหินถ่วงที่ขาทั้งสองไว้ให้ขยับไม่ได้ ทั้งๆที่ใจอยากจะไปถึงตรงนั้น ตรงเข้าไปกระชากร่างนั้นก่อนจะถึงพื้น...ไปช่วยร่างที่อ่อนแรงนั้น
"จุนโนะ!"
ก่อนที่จุนจะพุ่งไปยังจุดที่จุนโนะกำลังร่วงลงมา ร่างหนึ่งก็พุ่งขึ้นไปจากตรงนั้น คว้าร่างจุนโนะไว้และลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย
"เจ้า!"
จินหน้าเฝือดเมื่อเห็นคนที่ช่วยชีวิตจุนโนะไว้ ใบหน้านั้น แววตานั้น ที่จินไม่มีวันลืม และรอยสัญลักษณ์ที่หน้าผากส่งประกายจ้า บนหน้าผากของมัน
"หึ...ตายยากจริงนะเจ้าชาย!"
ยูอิจิส่งสายตากร้าวกลับไป นัยน์ตาคมเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มราวสีมหาสมุทรลึก สภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงในชั่ววินาทีของยูอิจิหมายถึงอารมณ์ที่ขึ้นถึงขีดสุด จนก้าวข้ามพลังแห่งสายเลือดไป
เจ้าชายยูอิจิส่งร่างปวกเปียกของจุนโนะแก่เอล์ฟหนุ่มที่รีบเข้ามาประคองอย่างหวงแหน ยูอิจิก้าวออกมาจ้องมองจินเขารวบดาบในมือไว้แน่น และพร้อมจะต่อสู้กับจินทันที
"น้องของข้าอยู่ไหน! "
ยูอิจิตะโกนก้องแข่งกับเสียงโครมครามวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพราะฝีมือเรียว จินชะงักไปชั่วครู่เมื่อยูอิจิเอ่ยถามถึงอีกคน เขาพึ่งนึกได้ ว่าคนๆนี้กับคาซึยะเกี่ยวข้องกันอย่างไรและพาลนึกถึงใบหน้าไร้เดียงสาที่หลับใหลอยู่บนเตียงของเขา
"เจ้าเอาน้องข้าไปไว้ไหน!"
"ยังไม่ตาย..."
รอยยิ้มร้ายกาจของจินสร้างความหงุดหงิดให้ยูอิจิยิ่งนัก เขายกดาบขึ้นอย่างเอาเรื่อง
"ใจเย็นสิ...ข้าบอกแล้วน้องชายเจ้ายังไม่ตาย "
จินหัวเราะสะใจ เขาพึงใจไม่น้อยที่ได้เห็นสีหน้ากราดเกรี้ยวของยูอิจิ มังกรสีแดงบินต่ำลงและลงสู่พื้น ผู้คนแตกฮือออกห่างมังกรนั้นราวกับริวฮะมีเกราะป้องกันกินเนื้อที่รัศมีโดยรอบหลายเมตร ร่างสูงในเสื้อคลุมสีดำสนิทก้าวลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล
ชายเสื้อคลุมพริ้วท่าทีสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความอันตราย ดาบเล่มเดิมที่จินเคยใช้สู้กับเจ้าชายแห่งเวนต์มีนาสจีริสปรากฏบนมือของกษัตริย์แห่งไอเซนกาด ราวกับย้อนเวลาไปที่นั้นอีกครั้ง
ครั้งแรกที่ทั้งสองปะทะกัน ถึงแม้ว่านั้นจะเป็นเพียงในความฝันของคาซึยะ...แต่ราวกับมันเกิดขึ้นจริง มีเพียงคาซึยะเท่านั้นที่รู้ว่าผลของการต่อสู้นั้นคือความตายของยูอิจิ...
"เจ้ามันโชคดี ที่รอดชีวิตมาได้...แต่เจ้าก็โชคร้ายมากที่มาพบข้าอีก"
จินกล่าวขณะวาดดาบมาด้านหน้าชี้ปลายดาบไปหายูอิจิอย่างท้าทาย ราวกับคำทำนายของคาซึยะเป็นจริงขึ้นมาจนได้...การต่อสู้ของยูอิจิและจินเริ่มขึ้น ไม่ว่าคาซึยะจะหลีกเลี่ยงไม่ให้มันเกิดขึ้น...ราวกับกว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่ถูกกำหนดมาได้เลย...
ไม่ต้องมีคำพูดจาใดๆ ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะดาบกัน ดาบเงินวาวอาบออร่าต่างสีทั้งสองกระทับกันครั้งแล้วครั้งเล่า ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด ปลายดาบแหลมไม่สามารถทำอะไรจินได้เลย ร่างสูงว่องไวมากเสียจนยูอิจิยังไม่อาจตามทันได้
"เป็นอะไรไปเจ้าชาย...น้องชายตัวเล็กๆของเจ้ายังว่องไวเสียกว่าเลย"
จินพูดยั่วโทสะของยูอิจิและมันก็ได้ผล ร่างโปร่งชะงักก่อนจะพุ่งเข้าหาจิน
"เจ้าทำอะไรน้องข้า!"
ยูอิจิเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของจิน ในใจเขากำลังกรีดร้องด้วยความบ้าคลั่ง และคิดถึงภาพคาซึยะถูกรังแกอย่างปวดร้าว
"ใครจะกล้าทำอะไรคาซึยะได้ละ...ออกจะน่ารักน่าชังขนาดนั้น"
"เจ้า!!"
ยูอิจิพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง คำพูดแต่ละคำที่หลุดจากปากของจิน สร้างแรงโทสะให้เขาอย่างมหาศาล ฟังที่มันเรียกชื่อคาซึยะ...สีหน้าและน้ำเสียงแบบนั้นมันน่าฆ่านัก!
ทั้งคู่ตวัดดาบเข้าหากันไม่หยุดหย่อน ต่างฝ่ายต่างปรารถนาให้อีกฝ่ายมอดม้วยสิ้น ปลายดาบของยูอิจิตวัดเข้าถูกใบน้าของจิน แม้จะเพียงแค่ถากๆ แต่ก็ทำให้เกิดเป็นรอยแผลที่เลือดไหลซึม
ร่างสูงเลียเลือดที่ไหลลงมาถึงมุมปาก จินยิ้มด้วยแววตาเย็นชา เขาวาดปลายดาบยกขึ้นมาอีกครั้ง
"จิน!...เราต้องไปกันแล้ว"
เรียวตะโกนเรียกจากหลังมังกรสีดำ เขาวุ่นวายกับการรับมือกับทหารจำนวนมากและอาจพลาดได้ทุกเวลา ดูเหมือนความแตกต่างทางด้านจำนวนจะส่งผลให้เห็นแล้ว จินไม่สนใจ เขายังมองหน้ายูอิจิเขม็งแววตามุ่งร้ายอย่างรุนแรง
"จิน!.."
เรียวตวาดเรียกเสียงดัง เขาไม่อยากจะคิดว่าหากผู้นำแห่งไอเซนกาดเป็นอะไรไปเสียก่อยสงครามจะเปิดฉากมันจะมีผลเช่นไร
ร่างสูงทำสีหน้าไม่พอใจก่อนจะยอมปีนขึ้นหลังมังกรสีแดงด้วยท่าทีสง่างาม แต่แววตาเขาไปคลาดจากใบหน้าของยูอิจิแม้แต่วินาทีเดียว
ยูอิจิกระโจนเข้ามา แต่ก้สายไปแล้วเมื่อริวฮะสยายปีกทะยานสู่ฟากฟ้าที่ยังคงเต็มไปด้วยลูกธนูลอยละล่อง เหล่าทหารมองศรัตรูที่อาจหาญเต็มตาอีกครั้ง แต่ความน่าแกรงขามของจินไม่ได้ทำให้เขาหยุดโจมตีใส่แต่อย่างใด
จินส่งยิ้มสุดท้ายที่ร้ายกาจกับยูอิจิ รอยยิ้มเยาะๆที่แสนน่ารังเกียจ
"ไม่ต้องห่วงหรอก...น้องชายจ้านะ ข้าจะเอ็นดูให้เป็นพิเศษเชียว"
ยูอิจิรู้สึกราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่หน้าก่อนจะรู้ตัว มังกรสองตัวก็บินลับไปเสียแล้ว ใบหน้าของยูอิจิบิดเบี้ยวไปจากเคยด้วยความเคียดแค้นที่หนักหนาสาหัสเอาการ
หลังจากเหตุการณ์ตื่นเต้นระทึกขวัญจบไป แทนที่เหล่าทหารจะเสียขวัญกลับมีกำลังใจฮึกเหิมมากขึ้น เมื่อพวกเขารู้สึกว่าสามารถขับไล่จินไปได้ ทำให้ความหวาดกลัวนั้นหายไปกลายเป็นความหวังที่สดใสเรืองรอง และดูเหมือนจะแกล้งลืมความจริงที่ว่า เรียวได้จัดการกับคนของเขาไปกว่าร้อยเพียงลำพังในเวลาไม่กี่นาที
ค่ำคืนที่แสนจะวุ่นวายกลับกลายเป็นสงบเงียบอีกครา เมื่อซึบาสะสั่งให้ทุกคนกลัวไปทำหน้าที่ของตน และพักผ่อนให้เพียงพอ งานฉลองเล็กๆนั้นจึงได้จบลง และแน่นอน เขาไม่ได้สั่งลงโทษทหารยามแต่อย่างใด เพราะรู้ว่า ไม่ว่าจะมียามเฝ้ามากเพียงใด ก็ไม่อาจห้ามอาคานิชิให้เข้ามาในค่ายโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวได้
ในกระโจมที่เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ แสงสว่างเรือนรองยิ่งกว่าดวงอาทิตย์กำลังแผดแสงจ้าออกมาจากมือขาวสะอาดของเอลฟ์น้อย ใบหน้าหวานละมุนดูเคร่งเครียดมากเสียจนกลายเป็นอาการเกร็ง
หลายคนในที่นั้นเฝ้าดูการรักษาของยามะพีที่กำลังพยายามอย่างหนัก ดึงพลังชีวิตของร่างโปร่งบางกลับมา จุนเฝ้าดูใกล้ๆเตียงด้วยแววตาคล้ายใกล้จะร้องไห้เข้าไปทุกที
ยูอิจิ ซึบาสะและทาคิซาว่า มีสีหน้าเป็นห่วง แต่ก็ยังคงใช้เวลานั้นปรึกษาเรื่องการบุกรุกของจินเมื่อครู่ ทั้งสามนั่งคุยกันอีกมุมหนึ่งด้วยสีหน้าเครียดยิ่งกว่ายามะพีเสียอีก
แสงสว่างนั้นดับวูบลง เอลฟ์น้อยนั่งหอบตัวโยน เหงื่อเย็นๆซึมจากใบหน้าขาวซีด แต่ร่างที่นอนสลบอยู่บนเตียงดูมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิม ราวกับจุนโนะดูดพลังชีวิตไปจากยามะพี ก็ไม่ปาน
"เป็นยังไงบ้างโทโมะ"
จุนถามเสียงเครียด ทั้งที่ตายังคงจับจ้องจุนโนะ ยามะพีหน้าบู้ รู้หรอกว่าห่วงอีกคน ไม่ต้องมาแกล้งถามหรอก
"แค่มึนๆ อีกเดี๋ยวก็หาย...ท่านพี่ไม่ต้องห่วงหรอก ห่วงจุนโนะก็พอแล้ว"
"เจ้านี่นิ"
จุนวางมือลงบนหัวยามะพี
"ท่านพี่ละ บาดเจ็บมั้ยให้ข้ารักษาให้นะ"
"ข้ามีแต่แผลถลอก ไม่ต้องเปลืองพลังเจ้าหรอก"
จุนนั่งลงบนเตียงลูบไล้ใบหน้าของจุนโนะแผ่วเบาอย่างทะนุถนอม ยามะพีเองก็มองตามยิ้มๆ ดูก็รู้ว่าพี่ชายเขาหลงรักจุนโนะเข้าเต็มเปาแล้วละ
"เจ้าไปพักเถอะ พี่จะดูแลจุนโนะต่อเอง"
จุนยิ้มอ่อยโยนขณะพูด ไม่รู้ว่ายิ้มให้ยามะพีหรือจุนโนะกันแน่ ยามะพีลุกขึ้นและเดินจากไปเงียบๆ ไปยังอีกมุมของกระโจมหลังม่านกั้น เมื่อเห็นยามะพีเดินเข้ามา ทั้งสามที่ถกประเด็นกันอย่างเคร่งเครียดอยู่
"อ้าวเป็นยังไงบ้างละ"
ซึบาสะถาม
"จุนโนะไม่เป็นไรแล้ว แค่ตกใจมากตอนนี้พี่จุนดูแลอยู่ ให้พักอีกหน่อยเดี๋ยวก็หาย"
ยามะพีตอบ เขายิ้มแม้จะมีสีหน้าอ่อนเพลียและซีดเซียวลงมาก
"พี่ว่าเจ้าก็สมควรต้องพักนะ ดูสิ หน้าซีดเชียว"
ก่อนที่ยามะพีจะตอบ ยูอิจิจะขอตัวกลับที่พักและจูงมือยามะพีไปด้วย
ท่ามกลางความเงียบ ทั้งสองเดินผ่านซุ้มแต่ซุ้มไป ไม่มีคำพูดใดๆเลย ยามะพีได้แต่มองแผ่นหลังของคนข้างหน้า มองไล่ลงมาถึงมือที่กุมกันไว้ แอบรู้สึกอุ่นใจ มือหยาบที่กรำงานอย่างหนัก จับมือเขาไว้แน่น ยามะพีมองมันตาไม่กระพริบ จนน้ำตามันไหลริน
หลังจากที่เขากับยูอิจิไม่พูดจากันหลายวัน ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่ทำไมเหมือนไกลกันราวอยู่คนละโลก...
มือน้อยปล่อยจากอีกคน ร่างโปร่งบางยืนก้มหน้านิ่ง จนยูอิจิต้องหันไปมอง เขาเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตารอยยิ้มแสนเศร้าของเอลฟ์น้อย
"ข้าไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย..."
เอลฟ์น้อยกล่าวทั้งเสียงสะอื้น
"เมื่อไหร่เราถึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม...ท่านโกรธข้ามาก ข้ารู้ และข้าก็เจ็บปวดมากที่ท่านทำราวกับข้าไม่มีตัวตนเช่นนี้"
"โทโมะ..."
ยูอิจิครางแผ่ว
"ข้าขอโทษ แต่ข้าไม่เสียใจในสิ่งที่ข้าทำหรอก! " ใช่...ไม่เสียใจที่ตามมาที่นี้ มาหายูอิจิ ถึงแม้ผลที่ได้รับมันจะแสนสาหัสกว่าที่คิดไว้มากมายนัก
ร่างโปร่งหมุนตัวหันหลังให้อีกฝ่าย เขาไม่อยากให้ยูอิจิเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาและความดื้อรั้นของเขาอีก
"โท...โมะ"
เสียงเรียกแผ่วเบา และคล้ายจะทรมาน ตามด้วยเสียงของหนักหล่นสู่พื้น เอลฟ์น้อยหันไปมองด้วยความตกใจ ร่างของยูอิจิทรุดลงตรงหน้า ยามะพีรีบเข้าไปประคองไว้โดยไม่ได้คิดอะไรเลย
"ไม่เป็นไร..."
"แต่ท่านบาดเจ็บ!"
"ยูอิจิ...ยูอิจิ! "
ในไม่กี่วินาทีต่อมา แสงสว่างสุกสกาวก็ระเบิดแสงเปล่งประกายจ้า อาบร่างยูอิจิไว้ พร้อมน้ำตาของเอล์ฟน้อยที่รินลงมาไม่ขาด ใช้เวลาไม่มากนัก ลำแสงสีนวลก็อาบไล้บาดแผลไปทั่วและเยียวยาจนมันหายเป็นปกติ ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน นัยน์ตาคมเฝ้ามองเอลฟ์น้อยที่ตั้งอกตั้งใจพยาบาลเขาอย่างกระตือรือร้น ทั้งๆที่เจ้าตัวอ่อนเพลียจากการช่วยรักษาจุนโนะ
"ไม่เป็นไรแล้วละ..."
เอลฟ์น้อยพูด ยิ้มทั้งน้ำตาให้กับคนที่นอนเกยตักอยู่ มือหยาบคว้ารอบคอยามะพีมาเร็วๆ ประทับรมฝีปากบนกลีบปากละมุมเพียงเสี้ยววินาที ความโหยหามากมายมหาศาลก่อตัวขึ้น และละลายความโกรธในใจจนหมดสิ้น
"ให้ตายสิ...เจ้านี่ดื้อรั้นจริงๆเลย "
"จะไม่ดื้อกับท่านอีกแล้ว...สัญญา"
.............................................................................
ค่ำคืนที่เงียบสงบจนดูน่าอันตรายกว่าปกติ แสงไฟทั้งหมดในบริวเณทุ่งกว้างได้ดับลงแล้ว เหลือเพียงแสงดาวที่ทอแสงระยิบระยับไปทั่ว
ร่างโปร่งยันกายขึ้นจากเตียงช้าๆ เขารู้สึกมึนงง มองไปในความมืดด้วยความประหลาดใจ เขาอยู่ที่ไหน!...จุนโนะส่ายหน้าแรงๆ ในค่าย...ค่ายที่กำลังยกไปไอเซนกาด... คำตอบผุดขึ้นในใจ และตามมาด้วยคำถามอีกมากมาย ทำไมต้องยกทัพมาที่นี้ด้วย...ก็เขาถูกสั่งให้ไปลิเวนเดล แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี้ได้!...
ภาพในอดีตย้อนกลับมา ราวกับภาพยนต์ที่ฉายแจ่มชัดในหัว...
จุนโนะเบิกตากว้าง ยกมือกุมหัวที่ปวดร้าวไว้แน่น ขอบตาร้อนผ่าวราวถูกไฟรน
เขา...คือ ทากุจิ จุนโนะสุเกะ...ทหารรับใช้ของจิน ผู้คุมกฏแห่งไอเซนกาดอีกหนึ่งคน...
ความจริงที่กระจ่างชัดในความทรงจำที่พึ่งนึกขึ้นได้มันช่างปวดร้าว
"เป็นอะไรไปจุนโนะ..."
เสียงที่ดังขึ้นใกล้ๆ ทำเอาสะดุ้ง จุนโนะตวัดตามองด้วยความระแวง แต่เมื่อเห็นใบหน้าเอลฟ์หนุ่มมองมาด้วยความเป็นห่วงเขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าทันที
จุนโนะส่ายหน้าช้าๆ แต่จุนยังคงมองด้วยความสงสัย ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ๆ โอบร่างจุนโนะที่แข็งทื่อไว้ ลูบหัวแผ่วเบา พร้อมจุมพิตที่แก้มเนียน จุนโนะได้แต่นิ่งแข็ง
"ไม่เป็นไรแล้ว...ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครทำอะไรจุนโนะได้อีกแล้ว..."
จุนปลอบโยน อ่อนหวาน จนหัวใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ เพราะอะไรนะ! จุนโนะเค้นสมองอย่างเกรี้ยวกราด ภาพจุนกับเขาปรากฏขึ้น ภาพก่อนที่จุนโนะจะตกลงมาจากหลังคาราชวัง ภาพจุนที่ดูแลจุนโนะราวกับคนรัก
"ปวดหัวหรือ?"
จุนถามเมื่อจุนโนะกุมศีรษะไว้ และมีสีหน้าแปลกๆ น้ำตาซึมกับความเจ็บปวด จุนโนะรีบส่ายหน้า แต่จุนก็ทำสีหน้าไม่เชื่อ ก่อนจะลุกไปเอายามาป้อนให้จุนโนะ ถึงแม้จะปฏิเสธไปแล้วก็ตาม แต่จุนก็ยังคาดคั้นให้จุนโนะกินยานั้นจนได้
ไม่นานจุนโนะก็หลับไปอีกครั้ง จุนโอบกอดร่างโปร่งไว้อย่างหวงแกน และหลับไปบนเจียงแสนอุ่นในเวลาต่อมา...
เขาไม่รู้เลยว่าคืนนั้น ก่อนรุ่งสาง ร่างที่เขากอดไว้จะลุกขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่กลับมาโดยสมบูรณ์ และในความฝันของจุน เด็กหนุ่มร่างโปร่งบาง ยิ้มเศร้าๆออกมา นั่งลงข้างเตียงและกุมมือเขาไว้แน่น มือขาวสะอาดนั้นสั่นสะท้านรุนแรง
จุนโนะเป็นอะไร...เขาถาม แต่ก็ไม่มีแรงพอจะเปล่งเสียงออกมา
ใครทำอะไรให้เจ้าร้องไห้...จุนตะโกนออกมา แต่จุนโนะยังนิ่ง ร้องไห้ทั้งน้ำตา
จุนโนะ...
เด็กหนุ่มบีบมือเขาแน่นขึ้นและแนบใบหน้าลงเขารู้สึกถึงความอุ่นของน้ำตาจำนวนมากอย่างชัดเจน ริมฝีปากที่สั่นสะท้านทาบลงบนหลังมือเขาอย่างแผ่วเบา
ก่อนที่จุนโนะจะพึมพำคำพูดที่จุนได้ยินไม่ชัดเจน
และร่างโปร่งบางก็ลุกขึ้น วางมือเขาลง และเดินหันหลังจากไปในความมืด
จะไปไหน...อย่าไปนะ!
จุนโนะ!
จุนสะดุ้งตื่นในเวลาต่อมา เขารู้สึกกลัวจับใจ ขณะมองขอบฟ้าที่เริ่มมีแสงสีทองเล็ดรอดออกมา เสียงภายนอกเริ่มคึกคักจอแจรับอรุณรุ่ง
จุนมองไปโดยรอบเขาไม่เห็นคนที่ต้องการเห็น ความรู้สึกเหน็ดหนาวในยามเช้าที่แสงแดดอ่อนละมุมทอไปทั่วพื้นโลก
จุนยกมือขึ้นมาและเห็นคราบน้ำใสๆที่ยังคงไม่แห้งสนิทบนนั้น เห็นหลักฐานว่าฝันของเขาเป็นจริง...
และในวินาทีนั้นเอง คำพูดของจุนโนะที่เขาได้ยินไม่ชัดนั้น กลับดังก้องขึ้นมา...
"เวลาของเรา...หมดลงแล้ว"
.............................................................................
ขอบฟ้าเปล่งแสงสีเงินเป็นประกายแห่งรุ่งอรุณ และเริ่มกลายเป็นสีทองจางๆ เด็กหนุ่มตื่นตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง และพบว่าตนนอนอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงสดในห้องทำงานของจิน เด็กหนุ่มงัวเงีย ตะกายกองผ้านวมขึ้นมานั่งขยี้ตา ห้องค่อนข้างสลัว เพราะดวงอาทิคย์ยังไม่ขึ้นเต็มที่ มีเพียงลำแสงสีทองที่ปลายขอบฟ้า
คาซึยะลุกขึ้นจากโซฟา และเดินมาที่หยุดที่หน้าต่าง มือน้อยแตะลงบนกระจกเย็นๆ นัยน์ตาสดใสจับจ้องดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนขึ้นมาให้เห็นชัดเรื่อยๆ วันนี้เมฆเยอะ มีหมอกลงไปทั่วเมือง บรรยากาศเงียบเหงากว่าปกติ หรือเพราะคาซึยะต้องอยู่คนเดียวเลยรู้สึกแบบนี้ไปเอง
"เป็นเด็กดีนะคาซึยะ...อย่าไปไหน รอข้าในปราสาทนี่"
แก้มขาวสะอาดวูบวาบขึ้นมาชั่วขณะที่นึกถึงคำพูดของอีกคนเมื่อคืนก่อน วันนี้คาซึยะตั้งใจเต็มที่จะทำตามคำสั่งจินทุกอย่าง ทำไมน้า...จู่ๆวันนี้นึกอยากอ้อนจินขึ้นมา~
ปัง!
เสียงกระชากประตูและเหวี่ยงเต็มแรงดังขึ้นจนเด็กหนุ่มสะดุ้ง แต่เมื่อหันไปพบจินคาซึยะก็รีบยิ้มหวาน และเมื่อสังเกตุเห็นบาดแผลที่แก้มของชายหนุ่ม รอยยิ้มหวานก็เจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
หนุ่มน้อยถลาเข้ามาหาด้วยความห่วงใยเต็มเปี่ยม มือน้อยขาวสะอาดยกขึ้นแตะลงบนปากแผลที่มีเลือดแห้งๆเกาะอยู่อย่างเบามือ หากแต่ถูกปัดออกในทันที คาซึยะชะงักก่อนจะมองจินเต็มตา แววตาของจินต่างจากเคย
คาซึยะที่กำลังจะพูดได้แต่อ้าปากค้าง นัยน์ตาคมส่งสายตาเยือกเย็นมาให้ สายตาที่คาซึยะเคยเห็นมัน แต่เมื่อนานมาแล้ว นานมากจนลืมไปแล้วว่าจินเคยเป็นคน...โหดร้าย
"จ...จิน"
เจ้าชายน้อยเรียกด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคง ความรู้สึกหวาดหวั่นก่อตัวมากขึ้นเรื่อยทุกวินาที สีหน้าของจินยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
"เจ้าคงดีใจมากละสิ! แน่ละดีใจจนเนื้อเต้น"
จินตะคอกน้ำเสียงรุนแรงใส่ คาซึยะได้แต่มอง ไม่เข้าใจเลยสักนิด
"พี่ชายเจ้ามารับแล้วนิ...คงจะคิดถึงพี่ชายเจ้าใจจะขาด"
"พี่ชาย?...ท่านพี่ยูอิจิ! จิน ท่านพบท่านพี่งั้นหรือ?"
คาซึยะตาโต ทั้งตกใจและดีใจไปพร้อมๆกัน ท่านพี่ยูอิจิยังไม่ตาย!
จินมองอาการดีอกดีใจของคาซึยะด้วยสายตาปรามาส ความรู้สึกลึกนั้นช่างทรมาน ราวกับถูกบีบรัดไว้ด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็น เจ้าชายน้อยมัวแต่ดีใจจนลืมสังเกตุสีหน้าของจิน ร่างสูงคว้าต้นแขนขาวนลนั้นไว้ทั้งสองข้างบีบมันแรงจนเด็กหนุ่มร้อง
"เจ้าอยากไปหามันมากงั้นสิ!!"
จินตวาดใส่ คาซึยะไม่ดิ้นรนเพียงเพราะยังคงตกใจอยู่ ใบหน้าเกรี้ยวกราดของจินทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างมาก ทั้งๆที่คาซึยะคิดว่าจินเป็นคนอ่อนโยน ใจดี แต่นี้มันตรงข้ามกับที่คิดชัดๆเลย ความเงียบงันกินเวลาไปครู่นึงก่อนที่จินจะเหวี่ยงร่างบอบบางลงไปที่พื้น
"อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย คิดว่าทำร้องไห้นิดหน่อยแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไปหามันงั้นหรือ ไม่มีทางเสียหรอก!"
ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขามองใบหน้าไร้เดียงสาที่อาบด้วยคราบแห่งความเศร้า ทั้งๆที่รู้แก่ใจอยู่แล้วว่ามันต้องมาถึง...เวลาที่คาซึยะต้องจากเขาไป...ทั้งๆที่เขาพยายามมากมายและหวังว่าความรู้สึกที่ลึกซึ้งนี้จะดึงรั้งคาวึยะไว้ได้ โดยไม่ต้องมีการบังคับ...เขาคิดไปเองรึเปล่า เพราะตอนนี้เขาไม่แน่ใจแล้วว่าคาซึยะจะยังอยู่ตรงนี้หากรู้ว่าพี่ชายที่แสนรักอยู่นอกกำแพงเมือง...
"อยู่กับข้ามันทรมานมากงั้นสิ อยากไปอยู่กับพี่เจ้ามากกว่าใช่มั้ยละ...."
จินพูดอย่างขมขื่น ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด ทำไมต้องโมโหมากมายขนาดนี้ ทำไมต้องทำอะไรรุนแรงกับคาซึยะทั้งๆที่รักนักหนา
"ไม่ใช่นะ!"
ชายหนุ่มชะงัก เขามองลึกลงไปในดวงตาสีชานั้น หมายความว่ายังไง?... เด็กหนุ่มพยายามเงยหน้าขึ้น สายตาอ้อนวอน กัดริมฝีปากที่สั่นระริกกลั้นเสียงสะอื้น
"ไม่ใช่..."
เจ้าชายน้อยพูดได้เพียงแค่นั้น แต่หากจะให้เลือกจินกับพี่ชายจริงๆแล้วละก็...เขาก็ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร ชายหนุ่มพอจะรู้ถึงท่าทีลังเลของคาซึยะ เขาฝืนยิ้มออกมา ช่างเป็นรอยยิ้มที่โหดร้าย
"หึ...ดี เตรียมตัวไว้เถอะเจ้าชาย พรุ่งนี้เจ้าจะได้พบกับพี่ชายที่รัก!"
ร่างสูงหมุนตัวเดินปึงปังออกจากห้องไป และเหวี่ยงประตูปิดตามหลังอย่างรุนแรง ทิ้งให้อีกคนในห้องนั่งอยู่เงียบๆ มีเสียงสะอื้นแผ่วเป็นเพื่อน...
เด็กหนุ่มเข้าใจถึงโทสะอันแรงกล้าของจิน แต่ที่เขาอดน้อยใจไม่ได้คือคำพูดเหยียดหยัน ประชดประชันของจิน ทั้งๆที่วันนี้เขาคิดว่าจะทำตัวเป็นเด็กดีของจินแล้วแท้ๆ...ทั้งๆที่เขาให้อภัยจิน ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้น ลืมว่าจินเคยทำอะไรกับเขาไว้บ้าง..แล้วทำไมจินต้องทำราวกับเป็นความผิดของคาซึยะ...
ทั้งๆที่เคยบอกว่า จะไม่มีวันปล่อยเขาไป....
ทำไมตอนนี้...จะทิ้งกันงั้นหรือ?
จิน...ใจร้าย
End
Chapter 18
war of mind

Fiction on Sale
Ring of Fire chapter 25 !!!
ดีใจสุดๆเลยเปิดมาเจอตอนที่ 18
ไม่เสียหลายที่อุตส่าห์เข้ามาเช็คทุกวันเป็นเวลานานนนนนนนนนน
เมนต์เดี๋ยวไปอ่านมันแบบว่าดีใจนะ