counter 37,062




Fiction on Sale

ด่วนที่สุด!

เรื่องหนังสือ Ring of Fire II !!!






Ring of Fire chapter 25 !!!
กำหนดการ Ring of Fire II



BGM : i will do well : Se7en



***** รายละเอียดของหนังสือ *****
ชื่อเรื่อง : Ring of Fire II
ปรับราคาจาก340เป็นราคา : 280 บาท
ใครโอนเงินมาแล้ว แจ้งด้วยนะค่ะ จะได้ติดต่อเรื่องคืนเงิน


***** กำหนดการ Ring of Fire II *****
ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ 24 ก.ย.เป็นต้นไป
รับหนังสือวันแรก เสาร์ 27 ก.ย. แมคโดนัลด์ ชั้น1 ฝั่งมาบุญครอง

ขอโทษอีกครั้งนะค่ะ T^T


***** การสั่งจอง *****

ส่งเมล์มาที่ yu_jump@hotmail.com
ชื่อ-
เบอร์โทร-
จำนวนหนังสือ-
-สำหรับไปรษณีย์-ที่อยู่-
หากมีข้อสงสัย ติดต่อได้ที่
msn + e-mail : yu_jump@hotmail.com



**** อีกทางหนึ่ง สามารถซื้อได้ที่ร้านมดดำค่ะ ****


Ring of Fire 20


Ring of Fire
Chapter 20



ดวงอาทิตย์ร้อนแรงส่องแสงสว่างกลางฤดูใบไม้ผลิ เวลาใกล้เที่ยงวันเข้าไปทุกที ความตึงเครียดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น กองทัพทั้งสองยังคงยืนตั้งหลักเผชิญหน้ากันที่ลานหน้าป้อมประตูเมืองไอเซนกาด ลมอุ่นๆพัดผ่านไปอย่างเชื่องช้า เหล่าทหารกบฏตั้งแนวรบอย่างแข็งขัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหวาดกลัวกองทัพมังกรที่อยู่ข้างหน้า ทั้งกลัว ทั้งเคียดแค้น และที่เกียจชังที่สุดคือร่างที่นั่งอาดๆบนหลังมังกรสีแดง

ซึบาสะมองคนข้างกายด้วยใจหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวทัพตรงหน้า แต่กังวลเรื่องยูอิจิเสียมากกว่า นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว แต่เจ้าชายแห่งนครสีขาวยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น ยูอิจิไม่ต่างจากผู้นำทัพ แต่กลับหายหน้าไปแบบนี้ ทหารทั้งหมดก็อดเสียขวัญไม่ได้

"ทาคิซาว่า...เขาจะมาทันรึเปล่า"

ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆให้ซึบาสะก่อนจะส่ายหน้า เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เขาไม่กลัวอาคานิชิ จิน แต่เขากลัวว่าถ้ายูอิจิมาช้าไป ตัวประกันจะถูกฆ่า...

อีกฟากของสนามรบ มังกรหลายตัวหลากสียืนคำรามเป็นทัพหลัง ทหารแห่งไอเซนกาดล้อมไว้เป็นแนวกว้าง เหล่าทหารร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดเกราะแลดูน่าเกรงขามและแข็งแกร่ง กองทัพแห่งไอเซนกาดเกรียงไกรสมที่ครอบครองอาณาเขตครึ่งซีกโลก แสงแดดร้อนระอุราวกับหมายจะแผดเผาสรรพสิ่งใต้ผืนฟ้านี้

นัยน์ตากลมโตฉายแววหวาดหวั่น เอล์ฟน้อยเดินวนไปวนมาในกระโจมกว้าง ความกระวนกระวายใจทำให้อยู่ไม่สุข แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ซึบาสะห้ามไม่ให้เขาเฉียดออกจากค่าย ยามะพีก็รู้ตัวดีว่าหากไปที่สนามรบก็พาลจะเป็นตัวถ่วงเสียมากกว่า จึงยอมอยู่ที่ค่าย โดยมีทหารจำนวนหนึ่งคอยอารักษ์ขา

เอล์ฟน้อยถอนหายใจอยู่หายครั้งก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนตั่งบุนวมสีเข้ม มือน้อยทั้งสองข้างยกขึ้นประสานกุมกันไว้ ทำได้เพียงแค่นี้...

ภาวนาต่อพระเจ้า ขอให้พระองค์เมตตา ช่วยปกป้องคุ้มครองทุกคน...
อย่าให้มหาสงครามครั้งนี้เปิดฉากขึ้นเลย...
มิเช่นนั้น พื้นหญ้าที่พึ่งผลิใบจะย้อมด้วยสีเลือด

เสียงกรีดร้องแหลมสูงแหวกผ่านอากาศดังมาจากที่ไกลแสนไกล กลางสมรภูมิรบที่ใกล้ถึงจุดเดือด ร่างขาวโพลนแน่นิ่งราวถูกสะกดแม้กระทั่งสายลมก็ไม่อาจทำให้เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนั้นพริ้วไหวได้ ร่างผอมบางนั่งอิงอีกร่างที่สูงใหญ่กว่ามาก ทั้งสองประทับอยู่หลังมังกรเพลิงที่สง่างาม หากแต่ร่างน้อยๆนั้นถูกตรึงไว้ด้วยสายโซ่เส้นใหญ่ พันธนาการข้อมือทั้งสองไว้ ที่ปลายตรวนนั้นอยู่ในมือของอีกคนบนหลังมังกร

ริวฮะคำรามออกมาเสียงต่ำเข้มและดุดัน นัยน์ตาสีแดงชาดวาววับดั่งอัญมณีทอดมองเบื้องหน้าด้วยสายตาเฉียบคม ความเวิ้งว้างที่กั้นสองกองทัพไว้คือสุสานของนักรบที่กำลังจะนองเลือด

หัวใจดวงน้อยไม่นึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมาอยู่กลางสนามรบ ความรู้สึกช่างสงบนิ่ง เขานั่งมองลานดินกว้าง ช่องว่างระหว่างกองทัพที่พร้อมจะโจมตีกันทุวินาที แต่หัวใจไม่ได้จดจ่ออยู่ที่นั้นเลย มันกำลังร่ำไห้เงียบๆ

ไม่มีทั้งคำถามและคำตอบใดๆ
มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่า

แผ่นหลังของเด็กหนุ่มแนบชิดแผงอกที่กว้างกว่า ทั้งๆที่รู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจเต้นของอีกคน ทั้งๆที่ใกล้ชิด...แต่รู้สึกราวกับอยู่คนละโลก พอคิดถึงตรงนี้ คาซึยะต้องกัดริมฝีปากกลั้นความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาดื้อๆไว้

เรื่องราวร้อยพันราวความฝันที่เลือนลาง ความคับแค้นเกลียดชังกลับกลายเป็นความรู้สึกที่ตรงกันข้าม...คาซึยะยังจำได้ว่าใครคือคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้หลายครั้ง คนที่ทำให้ต้องร้องไห้...และยิ้ม...คนอารมณ์ร้ายและแปรปรวนได้อย่างรวดเร็ว...คนที่อ่อนโยนได้ถึงที่สุด คนที่ร้ายกาจราวกับซาตาน...

คนๆนั้นหายไปไหนนะ...

อาคานิชิ จิน ที่รักคาซึยะเหลือเกิน...หายไปไหน...

เจ้าชายน้อยกล้ำกลืนความเจ็บปลาบไว้อย่างอดทน ช่างทรมานเหลือเกิน...ที่ต้องสารภาพกับตัวเองเงียบๆว่าคาซึยะรัก อาคานิชิ จินมากเพียงใด

"คาซึยะ!!"

เสียงตะโกนเรียกดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตาที่บดบังทัศนียภาพได้เป็นอย่างดี เงาลางๆค่อยปรากฏขึ้นชัด ร่างของยูอิจิบนอาชาสีขาวกำลังเคลื่อนมายังกลางทั่งกว้าง ตามมาด้วยอีกสองคนที่คาซึยะไม่รู้จัก

รอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนมุมปากของจิน ก่อนที่ริวฮะจะโผขึ้นอากาศ เรียกเสียงโห่ร้องคำรามอย่างฮึกเฮิมจากกองทัพมังกร ร่างสัตว์ใหญ่ยักษ์ร่องลงพื้นอย่างนิ่มนวลห่างจากอาชาทั้งสามไม่มากนัก ม้าศึกที่ห้าวหาญไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย มันกลับก้าวเข้าหามังกรเพลิงอย่างองอาจ

"ข้านำสิ่งที่เจ้าต้องการมาแล้ว ปล่อยตัวคาซึยะเดี๋ยวนี้!"

ยูอิจิชูกล่องไม้ขนาดย่อมในมือให้อีกฝ่ายเห็น ชั่ววินาทีนั้นสายตาเย็นเยียบของจินฉายแววปรารถนาอย่างเห็นได้ชัด แต่ยูอิจิคงไม่สังเกตุเห็น เพราะเขามัวแต่มองใบหน้าอ่อนเยาว์ของน้างชายที่พลัดพรากกันไปนาน คาซึยะยังคงสงบนิ่งอย่างแปลกประหลาด แต่ยูอิจิเข้าใจว่าคงตื่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

จินกระโดดลงจากหลังมังกรอย่างสง่างาม ก่อนที่เขาจะกระชากโซ่ในมืออย่างแรง ร่างบอบบางถูกกระชากลงมาสู่พื้นอย่างไม่ประนีประนอม เจ้าชายน้อยล้มกระแทกพื้นไม่แรงมากแต่ก็เจ็บไม่น้อยทีเดียว

"เจ้า!!"

ยูอิจิร้องลั่น เขามองจินด้วยแววตาอาฆาต แต่คนถูกมองกลับยิ้มได้หน้าตาเฉย

ร่างผอมบางถูกกระชากขึ้นมาด้วยมือหยาบกร้านของจิน ใบหน้าอ่อนเยาว์หันมอง เป็นครั้งแรกในรอบวันที่คาซึยะมองหน้าจินเต็มตา ทั้งๆที่พยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับจินมาตลอด เพราะรู้ว่าตนอ่อนแอเกินกว่าจะกลั้นน้ำตาได้หากต้องสบดวงตาคู่นี้อีกครั้ง คาซึยะรีบสะบัดหน้าหนีก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะหันมา แรงบีบเค้นจากมือหนาแรงจนเด็กหนุ่มนิ่วหน้า และยอมลุกขึ้นตามแรงฉุด

"หวงจริงนะ...เป็นน้องชายหรืออย่างอื่นกันแน่"

จินพึมพำออกมา ยากที่จะบอกว่าอยากหรือไม่อยากให้ใครได้ยิน ยูอิจิลงจากหลังม้า ขณะที่สายตาไม่คลาดจากจิน ซึบาสะและทาคิซาว่ายังคงประจำบนหลังม้า คอยจับตามองความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม

"ปล่อยคาซึยะ...แล้วทำตามข้อตกลงของเรา"

"คาซึยะจะไปนำแหวนจากเจ้ามาให้ข้า"

"เจ้า! อย่ามาเล่นกลโกงกับข้า ปล่อยคาซึยะ แล้วข้าจะมอบสิ่งนี้ให้เจ้า"

"ไม่...ไม่..เจ้าชาย คิดว่าข้าโง่พอที่จะเชื่อใจเจ้างั้นหรือ..ทำตามที่ข้าบอก ไม่เช่นนั้น ก็รับศพน้องชายเจ้าไปได้เลย"

ทุกคำพูดแรงบีบยิ่งทวีแรงขึ้นจนเด็กหนุ่มร้องคราง

"ก็ได้! ทำอะไรก็ทำเข้าสิ"

ยูอิจิกล่าวเสียงก้าว เร่งให้จินปล่อยคาซึยะเสียที จินยิ้มพึงใจ แค่บีบนิดบีบน้อยยูอิจิก็จะเป็นจะตามเพราะคาซึยะเจ็บ เขารู้ดีว่าควรจะทำยังไงต่อไปเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ

"ไปสิ..."

จินกระซิบแผ่ว ดุนหลังคาซึยะให้เดินออกไป เสียงตรวนกระทบกันเบาๆ ร่างบางค่อยๆก้าวเดินออกไป ทุกก้าวช่างเจ็บปวดราวทางเส้นนี้เต็มไปด้วยหนามแหลม คาซึยะเดินเข้าใกล้ยูอิจิไปทุกที แต่ใบหน้าพี่ชายกลับพร่าเลือนขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากบางสั่นระริก กล้ำกลืน อดทน เข้มแข็ง...ทั้งๆที่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยสักนิด

มือน้อยรับกล่องไม้เก่าผุไว้ในมือ

"ไม่ต้องกลัวนะคาซึยะ...พี่มาช่วยเจ้าแล้ว"

ยูอิจิกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน เขามองร่างผอมบางค่อยๆเดินจากไป หากไม่มีโซ่ที่พันธนาการคาซึยะไว้ หากโซ่นั้นไม่อยู่ในมือจิน เขาคงทำอะไรได้มากกว่านี้...

เด็กหนุ่มก้มหน้าตลอดการเดินกลับ มองข้อมือตนเองที่ถูกพันไว้ด้วยโซ่เหล็กขนาดใหญ่ รู้สึกสงสารตัวเองขึ้นมาดื้อๆ

"วางมันลงตรงนั้น"

จินเอ่ยเมื่อคาซึยะเดินมาถึงจุดกึ่งกลางระหว่างจินและยูอิจิ เด็กหนุ่มชะงัก

"วางมันลงตรงนั้นแล้วกลับไปหาพี่ชายเจ้าซะ..."

เสียงทุ้มนุ่มสั่งอีกครั้ง คาซึยะทำตาม โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย ในวินาทีนั้นเอง ตรวนที่รัดข้อมือไว้สลายไปในพริบตา

จินปล่อยมือจากคาซึยะ...จินปล่อยเขาแล้ว...

เจ้าชายน้อยลูบข้อมือตัวเองเบาๆ กล่องไม้ผุพังยังคงวางนิ่งที่เท้า วินาทีที่ต้องยอมรับการจากลาได้มาถึง...

"คาซึยะ!! "

ยูอิจิร้องด้วยความตกใจ จู่ๆคาซึยะก็หยิบกล่องไม้ขึ้นมาอีกครั้ง และกำลังเดินตรงเข้าไปหาจิน

"คาซึยะ..."

ยูอิจิมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง เจ้าชายน้อยหยุดตรงหน้าร่างสูง นัยน์ตาสีน้ำตาลสบกับตาอีกคู่ ใบหน้าคมไม่ฉายแววประหลาดใจเหมือนคนอื่นๆ และยังคงเรียบเฉยเช่นทุกครั้ง

"ข้ารู้มาตลอดว่าท่านต้องการสิ่งนี้...และสาเหตุที่ท่านกักขังข้าเพราะต้องการมัน..."

คำพูดพรั่งพรูจากริมฝีปากสั่นระริก มือที่สั่นน้อยๆชูสิ่งของในมือขึ้นมา ทั้งสองสบตากันไม่มีใครหลบตา และไม่สนใจเลยว่าจะกลายเป็นจุดสนใจของคนจำนวนมากแค่ไหน

"และข้าจำได้ว่าท่านบอกว่า ไม่ต้องการมันอีกต่อไป..."

ภาพความทรงจำมากมายไหลวนเข้ามาในห้อวงความคิด เด็กหนุ่มพยายามที่จะไม่กระพริบตา แม้จะแสบตามากแค่ไหนก็ตาม เขาไม่อยากให้น้ำที่คลออยู่ไหลลงมาให้อีกฝ่ายเห็น

"และท่านบอกว่าจะไม่มีวันปล่อยมือไปจากข้า..."

"คาซึยะ..."

เสียงครางของยูอิจิดังมาจากด้านหลัง ยูอิจิบอกไม่ได้เลยว่าเขารู้สึกอย่างไร ทั้งเจ็บปวด ผิดหวัง และมึนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างจินกับคาซึยะ หมายความว่ายังไงกัน...

"จิน...ถึงตอนนี้หากต้องเลือก ระหว่างข้ากับของสิ่งนี้ "

คาซึยะจ้องจินเขม็ง หัวใจที่เคยสงบนิ่งเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"หากท่านเลือกข้า เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม และจะไม่มีอะไรมาพรากเราได้"

แม้จะได้ยินเสียงร้องครางอย่างเจ็บปวดของยูอิจิจากด้านหลัง แต่คาซึยะก็ได้ตัดสินใจแล้ว การกระทำอุกอาจที่ต้องใช้ความกล้าหาญทั้งหมด เขาทำไปแล้ว ทุกคำพูด...ที่เอ่ยออกไป ช่างน่าอับอาย แสดงเจตนาชัดว่าเขาทรยศสายเลือด...ทรยศทุกคนเพื่อความรัก...

ร่างสูงยืนนิ่งหลายวินาทีก่อนจะยื่นมือออกมา หัวใจที่เต้นแรงของคาซึยะแทบหยุดเต้นเมื่อมือหยาบสัมผัสมือของเขา รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าของจิน รอยยิ้มที่อ่อนโยน รอยยิ้มที่มีให้เพียงคาซึยะ หากแต่ดวงตาฉายแววทรมาน

"ลาก่อนคาซึยะ..."

สิ้นคำ กล่องไม้ผุๆนั้นก็ตกอยู่ในมือของจิน ร่างผอมบางถูกพลังที่มองไม่เห็นกระชากตัวไป กว่าจะรู้ตัว คาซึยะก็อยู่ในอ้อมแขนของพี่ชาย นัยน์ตาสีน้ำตาลว่างเปล่า หัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่มันหยุดเต้น

"ไม่เป็นไรแล้วคาซึยะ"

ยูอิจิประคองร่างน้องชายที่ช๊อคไม่ได้สติไว้ เขาไม่ได้ดึงคาซึยะมา แต่คนที่ใช้พลังพลักร่างคาซึยะมาให้เขาคือจิน...

มังกรสีแดงโผขึ้นสู่ฟ้ากว้าง โดยมีร่างสูงประทับอยู่บนนั้น เสียงโห่ร้องของทหารแห่งไอเซนกาดดังก้องขึ้นอีกครั้ง กล่องไม้ผุๆถูกเปิดออก แหวนสีเงินวาววับดูใหม่เกินกว่าจะมีอายุหลายร้อยปี แต่มันแลดูมีอำนาจและอันตรายอย่างน่าประหลาด

"ไอ้คนโกหก มันกำลังจะโจมตีเรา มันไม่ทำตามข้อตกลง ไปเถอะยูอิจิ!!"

ซึบาสะตะโกนบอก เมื่อเห็นว่ากองธงหน้าสุดของไอเซนกาดเริ่มเคลื่อนเข้ามาแล้ว ยูอิจิคว้าร่างคาซึยะขึ้นหลังม้าและพาเด็กหนุ่มออกไปจากตรงนั้นโดยเร็ว

นี่ไง สิ่งที่จะทำให้ทุกอย่างจบลง...
ตลอดทั้งชีวิตที่เขาเฝ้าตามหามันราวกับมีสิ่งติดพัน
ยอมแรกทุกอย่างเพื่อบางสิ่งที่ฝังอยู่ในใจราวกับเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องหามัน และเก็บมันไว้กับตัว...

เจ้าจะเสีย...เสียคนที่รักที่สุดไป ถ้าเจ้าไม่ทำตามที่ข้าบอก...เจ้าจะต้องไม่สวมมัน และทำลายวงแหวนแห่งไฟซะ

คำพูดของชายชราดังขึ้น แต่ยิ่งทำให้เขาอยากรู้ จะเป็นเช่นไรกัน หากข้าจะสวมมัน...

เจ้าจะปลดปล่อยวิญญาณซาตาน คืนวิญญาณให้แก่ซาตาน

ได้สิ...ข้าจะทำ

แหวนวงนั้นถูกสวมไว้บนนิ้วของชายหนุ่ม แต่ในวินาทีต่อมา ทุกสิ่งทุกอย่างกลับตรงกันข้าม ริวฮะคำรามก้องราวเจ็บปวด ท้องฟ้าที่เคยมีแดดจ้า ครึ้มลงในพริบตา เมฆสีแดงลอยวนทั่วท้องฟ้าที่มืดสนิท เสียงฟ้าคำรามสลับกับมังกรแผดเสียงก้องไปทั่วปฐพี

"เกิดอะไรขึ้น!!"

โชร้องถาม ขณะรับร่างหลานชายคนเล็กไว้บนม้าของเขา สายตาทุกคนจับจ้องไปยังที่เดียว จุดที่มีลำแสงสีแดงเปล่งประกายจ้า ท่ามกลางบรรยากาศหน้ากลัวนั้น ไม่มีใครเลยที่ไม่รู้สึกตื่น กลัว และหวาดหวั่น

"อะไรน่ะ?"

สิ้นเสียงของซึบาสะ แผ่นดินที่เคยมั่นคงสั่นสะเทือนรุนแรง เหล่าม้าศึกกระโดดโผขึ้นด้วยความตื่นกลัว ไม่ต่างจากผู้คนที่กรีดร้องและหลบหนีด้วยความหวาดกลัว ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นทั่วสนามรบแห่งนี้ ทุกสิ่งเกิดจาก อาคานิชิ จิน คนเดียว

แผ่นดินไหวไม่หยุดแตกแยกออกจากกัน ทุกคนต่างหนีตายท่ามกลางตวามสับสนวุ่นวาย เสียงท้องฟ้าคำรามก้อง เสียงผู้คนร่ำร้อง แสงสีแดงวูบวาบอาบรอบกายอาคานิชิ จิน หากแต่ไม่มีใครสนใจอีกต่อไป ทุกคนต่างเอาตัวรอด

เวลานั้นเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจากร่างที่ประทับหลังมังกร ริวฮะแน่นิ่งราวโดนสาป ขณะเดียวกันจินเองก็ร้องดังก้องด้วยความทรมานแสนสาหัส ไอหมอกสีดำปกคลุมไปทั่วจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้อีก...

ทุกสิ่งทุกอย่างสงบลงเมื่อร่างของจินหายไปในเงาหมอกสีดำ ต่างคนต่างตะเกียกตะกายขึ้นมายืนบนพื้นที่มั่นคง ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มไม่ต่างจากเดิม หากแต่สงบเงียบ เยือกเย็นราวกับฤดูหนาว ลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นควันขาว ต่างคนต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน...

"เกิดอะไรขึ้นนะ ยูอิจิ"

เสียงตะโกนถามของซึบาสะดังขึ้น ร่างบางๆของเอล์ฟหนุ่มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โชที่ประคองร่างคาซึยะที่หลับไปแล้วโผล่ออกมาจากหลังรถม้าที่ถูกทำลายยับ เขามองหน้ายูอิจิ สบตากันด้วยสายตามีนัย อย่างที่เข้าใจกันดี

"แหวนวงนั้นมีพลังอำนาจที่ชั่วร้าย...และมันได้ถูกปล่อยพลังนั้นออกมาแล้ว"

โชบอก เขาเองก็รู้สึกตื่นกลัวไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น

"แล้วอาคานิชิละ...มัน...แบบว่า ไม่ตายใช่มั้ย"

"ข้าไม่รู้"

จินหายไปในท้องฟ้าสีเข้มนั้น ตอนนี้หมอกสีดำจางลงไปแล้ว ทุกอย่างกลับสู่ปกติเช่นเดิม...มีเพียงโชและยูอิจิเท่านั้นที่รู้ว่าอันตรายกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเงียบๆ

......................................................................

หลังจากเหตุการณ์ในสนามรบของไอเซนกาด การหายตัวไปอย่างลึกลับของจิน ทำให้ไอเซนกาดขาดผู้นำ เหล่าทหารที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดของไอเซนกาดได้ต่อสู้กับทัพกบฏที่มียูอิจิ โช และซึบาสะ นำทัพ ซึ่งทำให้เรียวและจุนโนะไม่อาจต้านไหว เพราะเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้น ทหารไอเซนกาดได้รับบาดเจ็บและล้มตายจำนวนมากรวมทั้งไร้ผู้นำ จึงไม่อาจต้านทานได้ ทำให้สงครามนี้จบลงด้วยการประกาศยอมแพ้ของจุนโนะ และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในวันต่อมา

เรียวถูกตั้งขึ้นเป็นผู้ดูแลไอเซนกาด เขาปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งกษัตริย์และยืนยันว่า จินจะกลับมา สร้างความไม่พอใจให้จุนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเขาหงุดหงิดเรื่องการหายตัวไปของจุนโนะ และไม่ได้ข้อมูลอะไรจากเรียวที่น่าจะรู้เรื่องที่สุด...

ทุกเมืองได้รับเอกราชกลับคืนมาอีกครั้ง มีเพียงไอเซนกาดเท่านั้นที่ตกเป็นเมืองขึ้นของทุกเมือง แต่ถึงกระนั้น พวกเมืองอื่นๆก็ไม่ได้เข้าไประบายความแค้นใจกับไอเซนกาดเลย และยังช่วยฟื้นฟูเมืองที่เสียหายจากแผ่นดินไหว เขาต้องการเพียงความเป็นไท และความสงบสุข และเมื่อได้รับแล้ว ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี บ้านเมืองทุกที่บนโลกกลับมาสงบสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ช่วงเวลาที่อาคานิชิ จินอยู่บนโลกไม่มีคำว่าสันติสุข...แต่ตอนนี้ ทุกอย่างคือสันติสุข

............................................................................

วันเวลาผ่านไป นานเท่าไหร่แล้วเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ ทุกอย่างรอบกายมันว่างเปล่า โลกที่เต็มไปด้วยสีสันของฤดูกาลแลดูเงียบเหงาและไร้สีสันอย่างประหลาด คาซึยะไม่รู้สึกอะไรเลย...ไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย

ทั้งๆที่"เขาคนนั้น" อาจจะตายไปแล้ว คาซึยะก็ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดเดียว
ทั้งที่"เขาคนนั้น"เป็นคนบอกลา ทอดทิ้งคาซึยะ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด...

ไม่ได้เจ็บปวด ทรมานเหมือนที่เคยคิดว่าจะเป็น หากแต่จิตใจมันสงบ เยือกเย็นจนตัวเขาเองยังแปลกใจ ถึงแม้จะมีอาการปวดแปลบบ้างยามนึกถึงเรื่อง เขาคนนั้น แต่มันก็ค่อยๆจางหายไป

ภายในห้องนอนสีโทนส้มอ่อน ตกแต่งตามแบบของลิเวลเดลล่า มีผ้าม่านบางๆ เตียงไม้และเครื่องเรือนอื่นๆจัดวางไว้ อากาศภายนอกที่สดใสเชิญชวนให้ไปหาเหลือเกิน หากเป็นคาซึยะเมื่ออดีต คงจะรีบออกไปแล้ว แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มยังคงนอนนิ่งบนเตียงสีส้มนวล ไม่อาจบอกได้ว่าหลับหรือตื่น แม้ดวงตาเรียวจะเปิดอยู่ก็ตาม

ตั้งแต่หลังสงครามกับไอเซนกาด ยูอิจิได้พาคาซึยะมาขอพักอาศัยในวังลิเวลเดล ในขณะที่ยูอิจิวุ่นวายกับการจัดการเรื่องบ้านเมือง คาซึยะเก็บตัวเงียบๆในห้องตลอด ถึงแม้จะยอมลงไปร่วมโต๊ะอาหารกับบรรดาเอลฟ์และพี่ชาย ยิ้มแย้ม พูดคุยตามปกติ แต่สำหรับคนที่รู้จักคาซึยะดีแล้ว ก็จะสามารถรับรู้ถึงอารมณ์ที่ไม่อาจบอกได้ว่ามันคืออะไรกันแน่...

เสียงประตูเปิดดังขึ้น ในวินาทีต่อมานัยน์ตาสีชาก็ปิดลง

"ท่านชาย..."

เสียงของอุเอดะดังขึ้น องครักษ์หนุ่มมองใบหน้าเรียบเนียนที่หลับพริ้มก่อนจะลอบถอนหายใจแผ่วเบา

"ท่านชายครับ...ท่านยูอิจิกลับมาถึงแล้ว ข้ามาบอกแค่นี้ คิดว่าท่านชายน้อยคงอยากพบท่านพี่..."

คาซึยะยังคงนิ่งเงียบ

"งั้นก็...ฝันดีครับ"

เสียงประตูปิดลง สักครู่หนึ่งดวงตาเรียวก็เปิดขึ้น คาซึยะลืมตาขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าเช่นทุกครั้ง เด็กหนุ่มพลิกตัวหันหลังให้ประตู มือน้อยจิกผ้านวมไว้

ขอโทษนะทัตจัง...แต่คนที่ข้าอยากพบ ไม่ใช่ท่านพี่หรอก...


..................................................................

"เป็นไงบ้างละ..."

โชถามร่างที่กำลังเดินลงบันไดมายังห้องโถงกลาง ที่บัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องอาหารเลี้ยงฉลองในโอกาสพิเศษที่สามารถทำลายไอเซนกาด และประกาศชัยได้ รวมทั้งต้อนรับการกลับมาของยูอิจิที่ต้องไปดูแลไอเซนกาดที่ขาดผู้นำ

อุเอดะส่ายหน้าก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

"หึหึ...เจ้าก็รู้ว่าคาซึยะหัวรั้นแค่ไหน ปล่อยให้อยู่คนเดียวสักพักเถอะ เดี๋ยวก็ดีขึ้นมาเอง"

"แต่ท่านชายน้อยกำลังจมลงไปในเรื่องไม่น่าจำนั้น" อุเอดะกล่าวขณะทิ้งกายลงนั่งที่ปลายโต๊ะยาว

"ไม่รู้ว่าอาคานิชิใจโฉดมันทำร้ายไปถึงขนาดไหน  ถึงได้อาการหนักขาดนี้..."

โชได้แต่ฟังด้วยความรู้สึกตรงหันข้ามกับอุเอดะ สายตาของหลานรักยามมองไปยังอาคานิชิต่างจากเคย ไหนจะวาจาอาจหาญกลางสนามรบของหนุ่มน้อยที่ทำเอาตะลึงกันไปหมด...

"เจ้าก็รู้ว่าคาซึยะรู้สึกเช่นไรกับอาคานิชิ จะให้ยิ้มร่าเริงในขณะที่ฝ่ายนั้นหายตัวไปไร้ร่องรอยได้อย่างไรกัน"

"ไม่! ท่านชายไม่เคยรู้สึกอะไรกับคนที่ฆ่าครอบครัวตัวเอง!" อุเอดะแย้งขึ้นมา ปฏิเสธแทนคาซึยะทั้งๆที่รู้แก่ใจว่าความเป็นจริงมันตรงกันข้าม

"ยอมรับความจริงเสียเถอะ อุเอดะ ยอมรับแล้วหาทางช่วยเหลือ พาคาซึยะคนเดิมกลับคืนมา"

ชายหนุ่มสบตากันด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย ในใจต่างก็คิดเช่นเดียวกัน ว่าทำไมคนอย่างคาซึยะถึงได้มีใจให้อาคานิชิที่โหดร้าย หนำซ้ำยังเจ็บช้ำรักหนักจนกลายเป็นหุ่นกระบอกไร้ความรู้สึกเช่นทุกวัน

"ทำไมกันนะ...คนดีๆมีอีกมากมาย ทำไมต้องเป็นมันที่ท่านชายน้อย...รัก" องครักษ์หนุ่มเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ ก่อนจะคว้าแก้วทรงสูงบรรจุเครื่องดื่มเลิศรสจรดริมฝีปาก

"บางครั้งความรักก็ไม่มีเหตุผล..." โชพูดสั้นๆ แต่เป็นความจริงที่แสนร้ายกาจสำหรับอุเอดะ

"หากเป็นเพียงแค่พิษบาดแผลที่ร่างกาย เรายังช่วยรักษาให้หายดีได้"

"แต่บาดแผลข้างใน มันชอกช้ำเพียงใด...ไม่อาจรู้ได้ บางทีมันอาจแตกสลายไปจนไม่อาจหลอมรวมกลับมาใหม่ได้อีกแล้ว"

.............................................................................

เสียงประตูเปิดออกเป็นสัญญาณให้หนุ่มน้อยบนเตียงรีบหลับตาลง ทั้งที่ไม่ได้ง่วงเลยสักนิด หากแต่ไม่ต้องการพูดคุย หรือพบหน้าใครตอนนี้ เสียงฝีเท้าดังขึ้นในความเงียบ ก่อนจะหยุดลง พร้อมฟูกนอกที่ยวบลงตามน้ำหนักที่ทับลงมา สัมผัสอ่อนละมุน จับต้องหน้าผมมนอ่อนโยน ร้องเรียกให้นัยน์ตาเรียวเปิดขึ้นทันที

"ว่าไงเจ้าเด็กขี้เซา..."

เสียงทุ้มนุ่มทักทายพร้อมรอยยิ้มที่คาซึยะคุ้นเคย ร่างบอบบางยันกายขึ้นนั่งอิงพนักหัวเตียงด้วยท่าทีสงบ ยูอิจิได้แต่มองด้วยความประหลาดใจ หากเป็นเมื่อก่อนคาซึยะคงจะโผกอดเขาด้วยความยินดีพลางส่งเสียงเจื้อยแจ้วแสบหู

"ขออภัยที่ข้าไม่ได้ลงไปรับท่านพี่...เห็นว่าพึ่งกลับมาถึง คงจะเหนื่อยจากการเดินทาง ข้าไม่อยากรบกวน"

รอยยิ้มบางๆที่ริมฝีปากสีเรื่อดูคล้ายจะเหมือนเดิม หากแต่แววตาสดใสหดหายไปที่ใดไม่อาจรู้ได้

"คาซึยะ..." ชายหนุ่มมองใบหน้าเรียวด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบ คาซึยะที่สดใสหายไปอยู่ที่ใดกันหนอ...

"พี่มีของฝากมาให้เจ้าด้วยนะ...แล้วพี่จะให้คนขนมาไว้ให้ที่ห้อง แต่บางส่วนเจ้าคงต้องไปดูที่โรงเลี้ยงสัวต์ พี่ได้กระต่ายป่าน่ารักมาสองตัว แถมยังมีนกสีสวย เจ้าคงชอบ..."

ยูอิจิพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นแววตาของคาซึยะแข็งกระด้างขึ้นมาชั่ววินาที ก่อนที่คาซึยะจะปรับสีหน้าเป็นปกติ

"ขอบคุณท่านพี่มาก แต่ท่านพี่คงไม่ว่าหากข้าจะขอปล่อยสัตว์พวกนั้นกลับบ้านของมัน"

เจ้าชายน้อยเอ่ยเสียงสั่น  มือเล็กจิกลงบนผ้านวมหนา เกร็งจนสั่น ทั้งพยายามสะกัดกั้นอารมณ์ลึกๆที่ตีตื้นขึ้นมา

"ข้าเข้าใจดีว่าการอยู่อย่างไร้อิสรภาพมันทรมานเพียงใด"

สิ้นประโยคนั้น อ้อมแขนอุ่นก็โอบกอดร่างเด็กหนุ่มไว้มั่น มือของพี่ชายลูบแผ่นหลังเล็กต้องการปลอบโยน คนตัวเล็กให้คลายเศร้า

"คาซึยะของพี่ตอนนี้...ไม่ร่าเริงเลยนะ"

เสียงนุ่มกระซิบแผ่ว หากแต่ไม่อาจเข้าถึงจิตใจของคาซึยะได้เลย เนิ่นนานภายใต้อ้อมอกพี่ชาย คาซึยะไม่อาจรับรู้ถึงความอบอุ่นนั้นได้เลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกัน ทำไมความรักที่เคยได้รับ ไม่อาจเข้าถึงจิตใจได้อีก ความรู้สึกอบอุ่นที่ยูอิจิเคยทำให้คาซึยะใจสั่นกลับกลายเป็นความว่างเปล่าจนน่าใจหาย

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนจะมีร่างเอลฟ์ในชุดสีเขียวอ่อนก้าวเข้ามา ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มให้ทั้งสอง

"ท่านพี่ให้ข้ามาตามนะยูอิจิ ใกล้ถึงเวลากล่าวอวยพรแล้ว...เชิญท่านชายน้อยลงไปสังสรรค์กับพวกเราด้วย"

ร่างสูงผละจากคาซึยะ แล้วก้าวไปหาเอลฟ์น้อย จูงมือโทโมะมายังข้างเตียงก่อนจะโอบไหล่เอลฟ์น้อยไว้ นัยน์ตากลมโตมองคนข้างกายด้วยความสงสัย

"คาซึยะ...นี่โทโมฮิสะ เจ้าชายองค์เล็กของนครลิเวนเดล เป็นคนรักของพี่..."

โทโมะหน้าร้อนวูบขึ้นมา รีบละสายตาจากคนข้างๆ หันไปยิ้มเก้อเขินให้กับคาซึยะที่ส่งรอยยิ้มบางๆจนแทบมองไม่เห็นมาให้ โทโมะเองก็รู้สึกหมองหม่นตามไปด้วย ริมฝีปากบางที่ยกยิ้ม แต่ดวงตาหมองหม่นติดอยู่ในความมืดมิด รอยยิ้มที่ฝืดฝืนราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ  ช่างไม่เหมาะกับใบหน้าสวยๆนั้นเลย

ร่างโปร่งบางทรุดลงข้างๆเจ้าชายน้อย นิ้วเรียวจรดลงบนแก้มใสอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าเอลฟ์น้อย คาซึยะได้แต่นิ่งมองด้วยความประหลาดใจ ลำแสงสีฟ้านวลค่อยๆซึบซาบจากปลายนิ้วลงไปยังผิวแก้มใส

"ไม่เป็นไรนะ...ที่นี่มีแต่คนที่รักและเป็นห่วงท่านชายคาซึยะตลอดเวลา ขอให้ท่านชายรับรู้แค่นี้ก็พอ..."

ลำแสงสีนวลยังคงเปล่งประกายสดใส คาซึยะรับรู้ถึงความรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา ความรู้สึกที่อึดอัดพร้อมจะระเบิดอยู่ทุกวินาที เพราะอะไรกันหนอ ความรู้สึกโหวงเหวงเริ่มจางหายไป ราวกับมีสายน้ำอุ่นราดลงมาตั้งแต่ปลายผมเรื่อยลงถึงข้อเท้า ไม่รู้ว่าอะไรทำให้คาซึยะหลั่งน้ำตาออกมาพร้อมความรู้สึกอ่อนแอทั้งหมดที่แสดงออกมาภายนอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"ท่านชายน้อย...ท่านเหนื่อยมามากพอแล้ว พักสักหน่อยเถอะ..."

ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนลงทุกที เพราะม่านน้ำตาที่ไม่อาจกั้นได้อีกต่อไป พร่าเลือนขึ้นทุกที จมดิ่งกับความรู้สึกแปลกประหลาด ทั้งอบอุ่น แต่ก็เย็นสบายในคราเดียว เปลือกตาบางปิดลงพร้อมน้ำตาที่ไหลรินรดแก้มขาว...

โทโมะยิ้มเหนื่อยใจก่อนจะจัดท่านอนให้ร่างบอบบาง โดยมียูอิจิยืนมองอยู่เงียบๆ

"ข้าทำให้ท่านชายน้อยหลับไปสักพัก ไม่ต้องห่วงหรอก...ท่านชายจะหลับสนิทไม่มีอะไรรบกวนแม้กระทั่งความฝัน"

ใบหน้าหวานซบหมอนนุ่ม สีหน้าสงบนิ่ง นิ้วเรียวปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าน้องชายออกในใจได้แต่นึกแค้นบุคคลผู้อาจหาญทำร้ายจิตใตดวงน้อยจนแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

เจ้าทำอะไรกับน้องของข้า อาคานิชิ!

.............................................................................

ลำแสงสีแดงจากเปลวเพลิงสว่างโชติช่วงไปทั่วบริเวณ ไอหมอกสีดำลอยละล่องอยู่ทุกตารางเมตร สถานที่นี้คล้ายเป็นอุโมงค์ใต้ดิน เพดานหินแข็งสีเทามืด หินงอกหินย้อยประดับทั่วบริเวณ มีเปลวไฟผุดขึ้นจากพื้นดินเป็นบริเวณกว้าง สร้างแสงสว่างที่แลดูงดงามและชวนขนลุกในเวลาเดียวกัน  ต้นไม้โดยรอบเหลือเพียงซากไม้ตายที่ยังยืนต้นดำทะมึนิอยู่ ตามผาหินมีถ้ำมากมายเป็นโพรง อันเป็นที่อยุ่อาศัยของเหล่าปีศาจที่ซ่อนตัวในความมืด สถานที่ ที่เต็มไปด้วยอันตรายและความน่ากลัว โลกปีศาจ หรือ อีกนามหนึ่ง นรก...

ที่อยู่ของวิญญาณที่มีบาปต้องอยู่ในคราบปีศาจ เป็นสัวต์เดียรรัจฉาน อยู่อย่างอดอยาก ทรมานในโลกแห่งความมืดมิด ที่สิงสถิตของเหล่าความชั่วร้ายทั้งปวง

ลึกลงไปในถ้ำแห่งนี้ งานฉลองรื่นเริงของเหล่าปีศาจกำลังดำเนินต่อไป เหล้ายา อาหารที่ได้ปล้นขโมยมาจากโลกมนุษย์ถูกนำมากินดื่ม เสียงกู่ร้องไม่เป็นภาษาดังอื้ออึงทั่วบริเวณลานกว้าง ซากศพมนุษย์กองอยู่ข้างกายปีศาจที่รักจะกินเนื้อมนุษย์ คาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว บนบัลลังค์หินสีดำสนิท ชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมยาวสีดำ คอเสื้อกว้างเผยช่วงคอเรื่อยลงมาถึงอกขาวซีด และปุ่มนูนของกระดูกไหปลาร้าสมส่วนทั้งร่างกาย เขาแพะหยาบแหลมยาวงอกผ่านกลุ่มผมสีดำสนิทที่ยาวระบ่า เขี้ยวขาวยาวลงมาระริมฝีปากแดงชาดดั่งเลือด ดวงตาคมกริบเย็นเยือก ทั้งที่นัยน์ตาสีแดงสดร้อนราวจะแผดเผาทุกสรรพสิ่ง

นิ้วเรียวยาวจับแก้วทรงแปลกตาบรรจุของเหลวสีแดงสดคล้ายเลือด จรดริมฝีปากลิ้มรสชาดที่ตนห่างหายไปนาน ข้าบริวารข้างกายรีบรินของเหลวสีสดเติมให้ร่างสูง ขณะที่ปีศาจสาวสวยตนอื่นต่างพากันปรนิบัติร่างสูงอย่างเต็มที่

ซาตานที่จากโลกปีศาจไปนับร้อยปี หวนคืนสู่บัลลังค์แห่งความมืดอีกครั้งสร้างความยินดีแก่เหล่าสิ่งมีชีวิตในโลกมืด นานแล้วที่ขาดผู้นำในการทำความชั่วร้าย นานแล้วที่ขาดผู้ควบคุมดูแลความมืดมิดในโลกนี้ ในที่สุดซาตานก็กลับมา...แม้จะเคยถูกกักขังวิญญาณไว้ แต่ซาตานก็สามารถกลับมาได้...

ตลอดเวลาที่ทรมาน เฝ้าคอยร่างกายตนที่อยู่ในโลกมนุษย์ตามหาวิญญาณที่แท้จริงให้กลับคืนสู่ร่าง... อาคานิชิ จิน ร่างมนุษย์ของซาตาน เขารู้ดีว่าร่างกายของเขาต้องตามหาเขาเจอ เฝ้าคอยเศษเสี้ยวของเขา นำพากลับมา บัดนี้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ริมฝีปากสีสดคลี่ยิ้มมาดร้าย ในใจนึกถึงใบหน้าของผู้ที่ทำให้ตนทุกข์ทรมานอยู่ในแหวนนั้น...ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา ทุกสิ่งทุกอย่าง พลังอำนาจ ร่างกาย ทุกอย่างกลับมาเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

ขาดเพียงสิ่งเดียว...สิ่งเดียวที่ถูกพรากไปจากเขา

เทพสูงสุด!...ท่านคิดผิดแล้วที่ไม่ทำลายวิญญาณของข้าตั้งแต่ต้น

ข้าเตือนท่านแล้ว หากข้ากลับมาได้ ท่าก็อย่าหวังจะได้อยู่ครองบัลลังค์เทพอย่างสบายๆอีกเลย

ข้าจะทำให้ร่างอมตะของท่านแตกสลายเหมือนข้า...

ทำให้ท่านต้องเจ็บปวด....

ข้าจะทำให้สวรรค์พินาจ

ให้สมกับความเจ็บปวดของข้า...

ใบหน้าขาวสะอาดตาผุดขึ้นมาในห้วงความคิด รอยยิ้มหวานใสที่ทำให้หวั่นไหว เสียงเรียกชื่อของเขา อ่อนหวาน... ร่างกายงดงาม ปีกสีขาวนุ่มละมุน สัมผัสที่นุ่มนวล รสรักหวานหอมที่มอบให้กัน...

ยังจำได้...

ใบหน้าเฉยชาในวัยสุดท้ายของชีวิต มือเล็กที่ทำร้ายเขา มือเล็กๆที่จับดาบเปื้อนเลือดของเขาไว้มั่น คมดาบที่ได้รับจากนางฟ้าแสนงดงามตนนั้น

ยังจำได้ดี...

รอยยิ้มเย้ยหยันเย็นชา เสียงหัวเราะขณะที่กำลังปลิดวิญญาณของเขา คำพูดร้ายกาจที่สามารถเชือดเชือนหัวใจของซาตานให้เป็นแผลเยิน คำรักหลอกลวง...จากปากนางฟ้าตนนั้น

จำได้ทุกอย่าง!

ข้าจะไม่ลืมวินาทีที่ได้ปลิดวิญญาณของเจ้า

ข้าจะทำให้เจ้าทรมานยิ่งกว่าตาย

นางฟ้าสุดที่รักของข้า...


..............................................


ใบหน้าหวานละมุมซบลงบนหมอนนุ่ม แสงจันทร์สีนวลทอประกายนุ่มละมุนกระทบผิวขาวสว่าง สีหน้าที่สงบนิ่งของคนที่นอนหลับ ไม่ได้หมายถึงความจริงที่เป็นอยู่เลยแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวที่ปิดสนิทนึกอยากจะให้ตัวเองตื่นขึ้นมาในวินาทีนี้

ใบหน้าของจิน เสียงของจิน ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์แปลกตา... ข้าทาสบริวารในโลกปีศาจ จินที่คาซึยะรักหมดหัวใจ กลับกลายเป็นซาตานไปเสียแล้ว...

สมควรจะดีใจหรือไม่หนอ...

จินยังไม่ตาย ยังมีชีวิตอยู่ในอีกโลก...

แต่ไม่ใช่จินที่คาซึยะรักอีกต่อไป...

เป็นจินที่กลายเป็นซาตาน...

มันคือฝันช่างร้ายกาจ...

หรือนิมิตนี้จะเป็นจริง...


End.
chapter 20
be apart

#1ในที่สุดก็มาต่อซักทีหลังจากคิดว่าหมดหวังว่าจาไม่มาต่อซ่ะแล้ว แต่พาร์ทนี้เปิดมาก็เศร้าเลยอ่ะ จินไมทำงี้กับน้องอ่ะ แล้วนี่หายตัวไปไหน๋ฟ่ะ กลับมาอธิบายด่วนจี้เลยเฟ้ย
. . .◄♥►◄♥& on 2008-02-10 15:44:35
#2ขอคอมเม้นก่อนนะคะ

แบบว่าค้างมากๆเลยค่า

จินหายไปไหน ตายรึยัง คาเมะจังเป้นอะไรโอ้ยอยากจะบ้าตาย ขนาดยังไม่จบพาสนะเนี่ย ถ้าจบพาสจะเป็นยังไงนะ



รออ่านเรื่องนี้มาตลอดเลยค่า ชอบมากๆเลย

จะรออ่านฉบับเต็มนะคะ
. . .◄♥►◄♥& on 2008-02-13 21:51:35
#3เย้กลับมาต่อแล้ว

ดีใจมากๆเลยค่ะ

เศร้าอ่ะจินหายไปไหนแล้วมัยปฏิเสะเมะอย่างงี้

สนุกมากๆเลยค่ะ
...on 2008-02-13 23:37:37
#4Finally!!
^^
this's gonna be sad
poor kamechan
i really want them to be together
hope jin's fine don't just be gone Y^Y
huhhhhhhhhh
pp*on 2008-04-18 06:46:15
#5จะเม้นต์ติดไหมเนี่ย หลังจากพยายามเม้นต์มาหลายรอบ ขอให้ติดทีเถอะ เหนื่อยใจ

รออ่านอีก 20 % ที่เหลืออ่ะ หลายคืนแล้ว ไหนบอกว่าจะมาต่อไง ไม่ปล่อยให้รอแล้วไง อยากอ่านต่ออ่ะ รีบมาต่อนะ

สงสารน้อง แอบทวงรักซ่อนบาปด้วย (sinless love) จริง ๆ ชอบเรื่องนั้นมากกว่าเรื่องวงแหวนแห่งไฟนิดนึงแหละ นี๊ดเดียวเอง
paton 2008-04-20 16:35:02
#6อยากอ่าน fate นะคะ
เห็นมีถึง ตอนที่ 19 ไม่จบอะคะ
ตอนนู้นนนเราอ่านถึงตอนที่ 12
ตอนนี้เลยกลับมาตามอ่านคะ
ทำไงดีอะ พาร์ทอื่นหายไปไหน ToT
รบกวนคนแต่งด้วยนะคะ
ส่งเมลมาก็ได้คะ
ขอบคุณล่วงหน้า
momomakochan@hotmail.com
ayumeon 2008-05-06 20:53:46
#7จินใจร้าย ทำไมปล่อยไปแบบนี้ล่ะ ไม่รักแล้วเหรอ มาต่ออีกเร็วๆนะคะ อย่าหายไปนานอีกล่ะ นึกว่าจะไม่มาต่ออีกซะแล้ว
annaon 2008-05-10 12:05:21
#8ฮืออออออออออออออ

อยากร้องไห้ จินใจร้าย

ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ

สงสารคาซึจัง

อยากจะบ้าตาย แง่ๆๆๆ
yui~chanon 2008-07-29 20:13:02

Post Comment






พิมพ์ตัวอักษรตามที่เห็น
คำว่า "นก" ภาษาอังกฤษสะกดว่าอยา่งไร? (คำถามป้องกันสแปม)







♪แชทรูม

งดรับ comment คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชั่วคราว เพื่อตรวจสอบปัญหา Spam ครับ
ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

fictionforever Ring Fire